ก.พ.เปิดโอกาสรับข้าราชการใหม่

ปี 2564 อาจจะไม่กลายเป็นปีที่ร้ายอย่างที่คุณคิด เพราะนอกจากจะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนที่กำลังจะเริ่มฉีดให้คนไทย และยังมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้เร่งอนุมัติออกมาเป็นระยะเพื่อให้ครอบคลุมคนไทยทุกกลุ่มแล้ว ล่าสุด รัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมอาชีพให้แก่คนว่างงานจากวิกฤตโควิด-19 หรือคนที่กำลังมองหางาน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือคนที่ต้องการเปลี่ยนงาน โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงจูงใจ ภาคธุรกิจให้เพิ่มการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ การเป็นสะพานเชื่อมนายจ้าง-ลูกจ้าง โดยการจัดทำเว็บ ‘ไทยมีงานทำ.com’ ซึ่งนำโดยกระทรวงแรงงานและการเพิ่มการจ้างงานของภาครัฐ ทั้งข้าราชการประจำและการจ้างลูกจ้างผ่านโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมงานกับหน่วยงานราชการพลเรือน รัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง โดยให้หน่วยงานรัฐต่าง ๆ เร่งรัดกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐโดยเร็ว 

ห้าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปี 2564 เป็นปีแห่งโอกาสของการเข้ารับราชการ มีดังนี้

1. รัฐบาลกำลังเร่งรัดการบรรจุข้าราชการแทนตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณหลายอัตราในปีนี้

หลายท่านอาจพอทราบว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ไปจนถึงปี พ.ศ. 2568 จะมีตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเกษียณอายุของคนรุ่น baby boomer โดยเฉลี่ยมากถึง 10,000 – 12,000 ตำแหน่งต่อปี รัฐบาลจึงมองว่า เป็นโอกาสที่จะจ้างงานทั้งนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ร่วมมือกันเร่งรัดสรรหา จัดการสอบคัดเลือก และบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเพื่อทดแทนอัตราว่างจากคนเกษียณอายุและอัตราที่ได้รับการจัดสรรใหม่ ซึ่งจะทำให้คนที่สนใจจะทำงานกับภาครัฐมีโอกาสมากขึ้นและไม่ต้องรอนาน และจะช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วย

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นองค์การกลางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือนได้สำรวจอัตราข้าราชการที่ยังว่างอยู่เสร็จไปแล้วร้อยละ 80 โดย ณ ปัจจุบัน มีอัตราข้าราชการที่ว่างอยู่มากถึงกว่า 3 หมื่นอัตรา และในจำนวนนี้ เป็นอัตราที่สามารถเปิดรับสมัครบรรจุใหม่ได้ประมาณ 2 หมื่นตำแหน่ง ขณะนี้ ส่วนราชการกว่า 35 แห่งได้เริ่มเปิดรับสมัครหรืออยู่ระหว่างการจัดสอบแข่งขันแล้ว 10,573 อัตรา นั่นหมายความว่า ยังมีอัตราที่ยังว่างอยู่อีกประมาณหนึ่งหมื่นอัตรา ที่จะทยอยเปิดรับสมัครต่อไป ปีนี้จึงเป็นโอกาสทองของผู้สนใจเข้ารับราชการ โดยขอให้ติดตามข่าวสารการประกาศเปิดรับสมัครงานของหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในสนใจอย่างใกล้ชิด

2. สำนักงาน ก.พ. เพิ่มจำนวนที่นั่งสอบภาค ก. ประจำปีอีก 200,000 ที่นั่ง และจะประกาศผลการสอบเร็วขึ้น

สืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีข้างต้น ในปีนี้ สำนักงาน ก.พ. จึงได้เพิ่มจำนวนที่นั่งสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (การสอบภาค ก.) ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการพลเรือนสามัญ จากเดิม 600,000 ที่นั่ง เป็น 800,000 ที่นั่ง โดยเปิดรับสมัครสอบระหว่างวันที่ 3 – 24  กุมภาพันธ์ 2564 ส่งผลให้ในภาพรวมของปีนี้ จะสามารถรองรับผู้สมัครสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปในรูปแบบต่าง ๆ ได้มากถึง 847,528 ที่นั่ง (ไม่นับรวมการสอบภาค ก. พิเศษ สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบวัดความรู้เฉพาะตำแหน่งที่หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จัดสอบเอง)

นอกจากนี้ สำนักงาน ก.พ. จะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่จัดสอบ ให้เร่งจัดสอบให้เสร็จสิ้นภายในช่วงกลางปี (หากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการทางสาธารณสุขอำนวย) และจะประกาศผลสอบภายในเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งเร็วขึ้นจากเดิมที่เคยประกาศผลในช่วงเดือนกันยายนเป็นเวลา 1 เดือน

3. คนที่ขึ้น ‘บัญชีผู้สอบแข่งขันได้’ มีโอกาสที่จะได้รับการบรรจุจะมากขึ้น

กลุ่มผู้สมัครที่สามารถพิชิตด่านการสอบต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ได้แก่ การสอบ ภาค ก. (ความรู้ความสามารถทั่วไป) ภาค ข. (การสอบข้อเขียนความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง) และภาค ค. (การสอบสัมภาษณ์ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) จะมีชื่อปรากฏอยู่ใน ‘บัญชีผู้สอบแข่งขันได้’ ของหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหน่วยงานจะเรียกบรรจุบุคคลใน ‘บัญชีผู้สอบแข่งขันได้’ ได้รวดเร็วและในจำนวนมากน้อยแตกต่างกันไปตามกระบวนการภายใน

เพื่อย่นระยะเวลาในเรียกบรรจุ ในปีนี้ สำนักงาน ก.พ. ได้ประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ให้เร่งรัดการเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการจาก ‘บัญชีผู้สอบแข่งขันได้’ ซึ่งขณะนี้ มีอยู่ 29,831 คน จาก 142 บัญชี โดยส่วนราชการเจ้าของบัญชีฯ สามารถเรียกบรรจุได้เลยทันทีเมื่อมีอัตราว่าง นอกจากนี้ ส่วนราชการอื่น ๆ ที่มีอัตราว่างในชื่อตำแหน่งเดียวกัน คุณวุฒิเดียวกัน ก็ยังสามารถขอดึงตัวคนในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของหน่วยงานอื่นไปบรรจุเข้ารับราชการได้ด้วยโดยไม่จำเป็นต้องจัดสอบแข่งขันอีก

4. หน่วยงานรัฐสามารถบรรจุบุคคลเข้ารับราชการโดยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การสอบแข่งขันมากขึ้น

สำนักงาน ก.พ. ได้เร่งรัดทำความเข้าใจและหารือกับส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการรับคนเข้าทำงานด้วยวิธีอื่นโดยไม่ต้องสอบแข่งขันตามปกติ ทั้งในระดับแรกบรรจุและระดับสูงกว่าระดับบรรจุ โดยใช้วิธีการ ‘คัดเลือก’และการบรรจุผู้มีความรู้ความชำนาญงานสูง ซึ่งเป็นการดึงผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษจากภายนอกเข้ามาเสริมทัพของฝ่ายราชการ รวมถึงการบรรจุกรณีพิเศษอื่น ๆ เช่น การบรรจุนักเรียนทุนรัฐบาล คนพิการ ทายาทของข้าราชการพลเรือนสามัญที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการจนต้องออกจากราชการอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นต้น

5. สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มตำแหน่ง ‘พนักงานราชการ’ 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การทำงานในฝ่ายราชการพลเรือนในฐานะ ‘พนักงานราชการ’ ในปีนี้ ยังมีกรอบอัตรากำลังตามรอบปกติว่างอยู่อีกประมาณ 10,537 อัตรา ซึ่งส่วนราชการต่าง ๆ อยู่ระหว่างดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อรับเข้าเป็นพนักงานราชการต่อไป

นอกจากนี้ ในปีนี้ ภาครัฐยังมีแนวโน้มที่จะเปิดรับพนักงานราชการเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจการว่างงานในประเทศอีกด้วย ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 โดยจะเป็นการจ้างงานระยะสั้น (ไม่เกิน 2 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2564 – 2565) เน้นการกระจายการจ้างงานสู่ระดับพื้นที่ และจะมีการปรับกฎระเบียบให้หน่วยราชการสามารถบรรจุบุคคลเข้าปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว และขณะนี้ สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างขอรับการจัดสรรกรอบงบประมาณเพื่อขยายการจ้างงานพนักงานราชการตามนโยบายนี้ต่อไป

ทั้งหมดนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเพิ่มการจ้างงานโดยภาครัฐ ไม่เพียงเพื่อหวังผลในด้านการช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังจะเป็นการดึงคนเยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาเสริมศักยภาพระบบราชการไทย เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามการประกาศรับสมัครสอบแข่งขันข้าราชการพลเรือนของสำนักงาน ก.พ. ได้ที่ www.ocsc.go.th

แหล่งที่มา: สำนักงาน ก.พ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *