จากไฟป่า ถึง PM 2.5 ปัญหาเร่งด่วนปัญหาที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้

สังคม, 13 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • สถานการณ์ไฟป่าในประเทศไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลพยายามแก้ไข เพื่อไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย และเพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลได้ออกทั้งมาตรการเฝ้าระวัง การจัดระเบียบการเผา รวมทั้งมาตรการในรูปแบบต่าง ๆ ที่สร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนเพราะปัญหานี้แก้โดยใครคนใดคนหนึ่งหรือภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งไม่ได้
  • หนึ่งในผลกระทบจากไฟป่า คือ ปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ รัฐบาลได้กำหนดการแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็น “วาระแห่งชาติ” และมีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” เพื่อควบคุมค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน
    • การแก้ไขปัญหาสิทธิทำกินในพื้นที่ป่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเผาป่าที่ต้นเหตุ สบนร. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดพัฒนาโมเดลหมู่บ้านต้นแบบที่จะได้รับสิทธิทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ตามที่ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านในหมู่บ้านสามารถดำรงชีวิตร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา
    • นอกจากไฟป่าแล้ว การเผาอ้อยและเผาทำลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ก็เป็นอีกสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละอองในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่รัฐบาลได้พิจารณาให้เงินอุดหนุนเพิ่ม สร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรที่ไม่เผาอ้อย

ปัญหาไฟป่าในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศอย่างรุนแรง นอกจากป่าที่ถูกทำลายแล้ว ยังส่งผลถึงสัตว์ป่า ตามมาด้วยมลพิษทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นควันในอากาศ เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ บดบังทัศนียภาพ รวมทั้งก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานถึงสาเหตุของไฟป่าในประเทศไทยที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาเพื่อเก็บของป่า ถึงร้อยละ 75 รองลงมาคือการล่าสัตว์ร้อยละ 8.5 และการเผาพื้นที่ทางการเกษตรร้อยละ 3.8

ในปี 2562 กรมอุทยานฯ พบว่า มีพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ 151,681 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ซึ่งมีพื้นที่ไฟป่าเกิด 55,766 ไร่  รายงานล่าสุด ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 4 พฤษภาคม 2563 พบว่า มีพื้นที่ไฟป่าเกิดขึ้น 173,677 ไร่ โดยมีการดับไฟได้เพียง 7,479 ไร่

รัฐบาลมีนโยบายในปี 2561 เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและปัญหามลพิษทางอากาศ โดยได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังการเผาหลังพ้นห้วงเวลาห้ามเผา มาตรการจัดระเบียบการเผา และเหลื่อมเวลาการเผา การเผาแบบควบคุม และจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ เพื่อควบคุมปริมาณการเผาและฝุ่นละออง เป็นต้น นอกจากนั้น ยังได้มีการดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเพิ่มจำนวนปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ (PM 10) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ในปีเดียวกันประเทศไทยก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน โดยที่ประชุมได้สนับสนุนการประเมินผลการดำเนินงานตาม ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานของภูมิภาคอาเซียนในการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน  นี่เป็นจุดสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ภายใต้ผืนฟ้าเดียวกัน ปัญหามลพิษทางอากาศไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง

อีกมาตรการที่สำคัญมาก คือ การส่งเสริมให้ประชาชนตระหนัก และร่วมจัดการทรัพยากร  โดยมีชาวบ้านในแต่ละชุมชน รวมทั้งอาสาสมัครร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการจัดการไฟป่า ส่งผลให้คุณภาพอากาศดีขึ้น โดยในปี 2561 มีปริมาณจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงจากปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 13  แสดงให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นมีส่วนสำคัญมากต่อการป้องกันปัญหา

อย่างไรก็ดี เนื่องจากการไม่มีสิทธิทำกินในพื้นที่ป่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนไม่หวงแหนพื้นที่ป่า จึงมีการเผาป่าเพื่อหาหรือใช้ประโยชน์จากป่าซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ในปี 2563 สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) จึงได้ร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสภาลมหายใจและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลดการเผาป่าอันเป็นสาเหตุของฝุ่นควัน PM 2.5 โดยจะเร่งรัดการพัฒนาโมเดลสำหรับหมู่บ้านต้นแบบที่จะได้รับสิทธิทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ตามที่ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านในหมู่บ้านสามารถดำรงชีวิตร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา และสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพดีขึ้นจากการร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาหมู่บ้านที่ได้รับสิทธิทำกิน ทั้งในด้านของโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำ และการส่งเสริมการปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้น และมีแนวคิดที่จะติดตั้งระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์เตือนภัยจากไฟป่า เพื่อลดความเสียหายจากไฟป่า และเป็นแรงจูงใจให้หมู่บ้านทั่วประเทศ แข่งขันลดการเผาป่า

ทั้งนี้ รัฐบาลยังเล็งเห็นความสำคัญของการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยได้กําหนดให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็น “วาระแห่งชาติ”  โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติในส่วนของ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” โดยมอบอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการแก้ปัญหาในช่วงค่าฝุ่นวิกฤติ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการในทุกภาคส่วน ซึ่งแผนดังกล่าว มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนในแต่ละช่วงสถานการณ์  ประกอบด้วย 3 มาตรการ ได้แก่

มาตรการที่ 1  การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ โดยให้หน่วยงานราชการหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ ปฏิบัติตามแผนการรองรับได้ทันที ตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ฝุ่นละอองในแต่ระดับ

มาตรการที่ 2  การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) เช่น ควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ  การควบคุมมลพิษจากการก่อสร้างและผังเมือง การควบคุมมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร โดยมีมาตรการระยะสั้น  เช่น ส่งเสริมให้มีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ด้วยการนำมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ห้ามไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ชุมชน ริมทาง และเผาขยะโดยเด็ดขาด กำหนดพื้นที่ปลอดการเผาอ้อยเพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบปลอดการเผาอ้อย เป็นต้น ส่วนมาตรการระยะยาว เช่น ให้มีการกำหนดระเบียบหรือแนวปฏิบัติในการจัดการเศษวัสดุจากการเกษตรประเภทต่าง ๆ พิจารณาการพัฒนาระบบหรือยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยผนวกมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เป็นต้น

มาตรการที่ 3  การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ เช่น การพัฒนาระบบคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นและเทคโนโลยีการตรวจวัด เพิ่มเครือข่ายติดตามตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยภายในปี 2567 เป็นต้น

รัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อสู้กับปัญหาไฟป่า โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน  ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทสรรพกำลังและทรัพยากรเพื่อหยุดการเผา และควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินค่ามาตรฐาน และยังคงสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่ไม่สามารถยุติได้โดยหน่วยงานใดหรือใครเพียงคนใดคนหนึ่ง อีกทั้งยังแสดงความชื่นชมกลุ่มอาสาสมัคร ชาวบ้านในพื้นที่ หรือหน่วยงานที่สนับสนุนส่งเสริมภารกิจในการป้องกันและดับไฟป่า เพื่อให้ป่าไม้ ต้นน้ำ ผืนดิน สัตว์ป่า ยังคงสมบูรณ์อยู่ในระบบนิเวศ พร้อมสภาพอากาศที่มีคุณภาพต่อชีวิตของประชาชน

นอกจากนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ยังได้เสริมสร้างศักยภาพให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านการปราบปรามและหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พื้นฐาน ส่งเสริมการรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา และแนะนำเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผาในพื้นที่เกษตร  โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 คณะรัฐมนตรีได้รับทราบอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิตปี 2562/2563 ตามที่ ได้เคยอนุมัติในหลักการไปแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 300,000 ราย รวม 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ในวงเงิน 6,500 ล้านบาท สำหรับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานทุกราย ในอัตราตันละ 85 บาท รายละไม่เกิน 5,000 ตัน และวงเงิน 3,500 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานทุกตันอ้อย ในอัตราตันละ 92 บาท เพื่อจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดนำส่งโรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเผาอ้อยอันเป็นสาเหตุการเกิดฝุ่นละอองที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เราเชื่อมั่นว่า หากทุกคนเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ส่วนรวม มองเห็นโลกใบใหญ่เปรียบเสมือนบ้านของตัวเอง ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อส่วนรวม ก็จะสามารถรักษาสมบัติอันล้ำค่า ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต

หากท่านมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะประการใด เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หรือเรื่องฝุ่น PM 2.5/PM 10 โปรดติดต่อเราได้ในแบบฟอร์มข้างท้ายบทความนี้

13 มิถุนายน 2563/ 19 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

4 มิถุนายน 2563/ 56 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

15 เมษายน 2563/ 89 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

15 เมษายน 2563/ 61 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

19 มีนาคม 2563/ 101 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 60 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

23 พฤษภาคม 2563/ 39 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

1 พฤษภาคม 2563/ 161 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 37 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 15 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที