มหาวิทยาลัยบ้านนอก แหล่งเรียนรู้นอกตำรา

สังคม, คลิปแนะนำ, 25 สิงหาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปี 2557 ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการต่างๆ บนหลักเศรษฐกิจพอเพียงจนถึงปัจจุบัน เพื่อตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9
  • มหาวิทยาลัยบ้านนอกที่ “บ้านจำรุง” อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ภายใต้แนวคิดระบบเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบแหล่งเรียนรู้นอกตำรา ตามวิถีชีวิตชนบท ประสบความสำเร็จภายใต้การสนับสนุนงบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและมนุษย์ (พม.) ก่อนนำโมเดลนี้ไปพัฒนาชุมชนทั่วประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจฐานราก และการท่องเที่ยวในระดับชุมชน

นับตั้งแต่ปี 2557 จวบจนปัจจุบัน รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ผลักดันโครงการจำนวนมากโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงมีพระราชดำรัสให้ปวงชนชาวไทยได้มีสติ รู้จักคิด รู้จักใช้ ลดละเลิกใช้สินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อจะได้ไม่ยากลำบากในยามเศรษฐกิจตกต่ำ หนึ่งในจำนวนนั้น คือ โครงการที่สนับสนุนโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและมนุษย์ (พม.) ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชนทั่วประเทศเดินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและประสบความสำเร็จแล้วอย่างงดงาม

เช่น ชุมชนบ้านจำรุง หมู่ที่ 7 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้เริ่มลงมือทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแต่ปี 2529 กระทั่งมีผลงานเป็นรูปธรรม ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านที่เข้มแข็ง จากที่เคยประชุมกันในครัวเรือน กลายเป็นเครือข่ายองค์กรบ้านจำรุง ที่มีการประชุมร่วมกันทุกวันที่ 15 ของเดือน เป็นเวทีสาธารณะ หรือเวทีชาวบ้าน ที่มีทั้งเด็ก เยาวชน และคนแก่ เข้าร่วม ต่อมาในปี 2549 จึงจัดตั้งเป็น “มหาวิทยาลัยบ้านนอก” เพื่อการเรียนรู้ของสังคม กระทั่งได้รับรางวัล “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้มีนักท่องเที่ยว ตลอดทั้งหน่วยงานภาครัฐแวะเวียนมาศึกษาหาความรู้กันอย่างไม่ขาดสาย เป็นสิ่งที่ชาวบ้านภาคภูมิใจอย่างมาก

ภายในมหาวิทยาลัยบ้านนอก ประกอบด้วยศูนย์รวมผลผลิตทางการเกษตร คือ สินค้าของฝาก โอท็อปโบราณ ได้แก่ น้ำพริกกะปิ น้ำปลาดีชั้นหนึ่ง ทุเรียนทอด พืชผัก สมุนไพรพื้นบ้าน รวมทั้งผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ สละ แก้วมังกร มะยงชิด ลองกองที่ผิวไม่สวยแต่หวานกรอบ และปราศจากสารเคมี ทั้งยังมีแหล่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ที่ชาวบ้านร่วมมือกันผลิตใช้เอง โดยภายในหมู่บ้าน แบ่งการศึกษาออกเป็นโซน เช่น กลุ่มผลิตกะปิ-น้ำปลา กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน กลุ่มชาวนา เป็นต้น เพื่อสะดวกต่อการเผยแพร่ให้ความรู้ให้กับผู้มาเยือน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยบ้านนอก “บ้านจำรุง” แห่งนี้ ได้รับงบประมาณและการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและมนุษย์ (พม.) ถือเป็นแหล่งเรียนรู้นอกตำราที่มีประชากรมากกว่า 600 ครัวเรือน ทำสวน ทำนา ทำไร่ บนเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ คงความเป็นวิถีชีวิตชนบท ผู้คนในชุมชนรักความสงบ ดำรงชีวิตเรียบง่าย รักความเป็นธรรม เคารพในวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น มีการรวมตัวที่เข้มแข็ง เป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย จึงมีการนำโมเดลนี้ไปต่อยอดพัฒนาโครงการมหาวิทยาลัยบ้านนอกในชุมชนทั่วประเทศ ทั้งหมดล้วนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันมีหลักที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. ความเชื่อ ต้องเปลี่ยนความเชื่อก่อนว่าเราทุกคนล้วนมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ ทำให้ชีวิตรอดได้ การเชื่อแบบนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันในเราเปิดใจเรียนรู้มากยิ่งขึ้นและเลิกคิดที่จะรอให้คนมาช่วย เป็นการแปลงความเชื่อไปสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน
  2. ระบบเศรษฐกิจ เราต้องมีการรวมกลุ่มเกษตรกร หากอยู่เพียงลำพังอย่างไม่เข้มแข็งพอ เป็นไปได้ที่จะถูกกลไกของระบบทุนนิยมครอบทั้งระบบ การรวมกลุ่มจะทำให้มีช่องว่างในการหายใจ มีโอกาสเติบโต เมื่อรวมกลุ่มแล้วก็ต้องทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจ โดยทุกกลุ่มควรเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ตั้งแต่การผลิต แปรรูป การตลาด การท่องเที่ยว การสื่อสาร
  3. อยู่อย่างพอเพียง คือ การใช้ชีวิตให้สมฐานะ มีฐานะอย่างไร มีกำลังขนาดไหน ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ทำจากเล็กไปหาใหญ่ ง่ายไปหายาก เรียนรู้ผิดถูก โดยนำแนวปรัชญาพอเพียงมาประยุกต์ ค่อยๆ ทำและก้าวไปทีละก้าว จนสามารถทำเกษตรครบวงจรและในที่สุดก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้

นี่คือจุดเด่นของมหาวิทยาลัยบ้านนอกบ้านจำรุงที่คุณชาติชาย เหลืองเจริญ เกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แกนนำผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยบ้านนอกร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง ใช้มาโดยตลอด โดยได้นำองค์ความรู้ในเรื่องของการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่บรรพบุรุษ มาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจให้เลือกศึกษามากมาย อีกทั้งยังมีบริการบ้านพักโฮมสเตย์พาเที่ยวชมวิถีชีวิตแบบชาวสวน ชาวนา ชมศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น บริการอาหารปลอดสารพิษ ของฝากและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตภายในชุมชน ผลิตโดยคนในชุมชน จำหน่ายโดยคนในชุมชน และรายได้ทั้งหมดเข้าชุมชน

ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยบ้านจำรุงยังก่อตั้ง “กลุ่มธนาคารขยะ” เพื่อให้ผู้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่าของเศษของที่เหลือใช้ แม้แต่ขยะ ยังมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มธนาคารขยะและสิ่งแวดล้อม รับซื้อขยะทุกประเภท มีการคัดแยกขยะแต่ละประเภท สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ทำให้เด็ก เยาวชนได้รับรู้ถึงประโยชน์ของขยะและสิ่งของเหลือใช้ ปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติในการรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อมีคนมาศึกษาดูงาน กลุ่มผู้ใช้น้ำจะรวมตัวกันทำอาหารเลี้ยงรับรอง โดยใช้ผักพื้นบ้านเป็นอาหารหลักให้รับประทาน รายได้นำไปเป็นกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีการบริการที่พักชุมชนโฮมสเตย์ของมหาวิทยาลัยบ้านนอกบ้านจำรุงให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจในวิถีชีวิตที่เน้นการพึ่งพาตนเองได้มาสัมผัสและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันนั้น เป็นการบริหารจัดการชุมชน กระทำโดยแกนนำที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาสังคมชุมชนที่พร้อมต่อการเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับเทคโนโลยีทันสมัย ปรับใช้เพื่อพัฒนาชุมชน เครือข่าย และผู้นำ ให้เข้าสู่โครงการมาตรฐานชุมชน (มชช.) จนได้มาตรฐานจากการประเมินของคณะกรรมการ ติดตามประเมินผล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด เป็นจุดนำร่องต้นแบบ เผยแพร่ต่อไป

จากความสำเร็จของ “บ้านจำรุง” ทำให้หลาย ๆ ชุมชน ทั่วประเทศ นำไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดส่งเสริมท่องเที่ยวจนโด่งดัง แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก เช่น 1. ชุมชุนห้วยน้ำกืน จังหวัดเชียงราย 2. บ้านป่าแป๋ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 4. บ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5. บ้านจ่าโบ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6. บ้านห้วยฮ่อม จังหวัดเชียงใหม่ 7. บ้านแม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่ 8. เมืองคอง เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 9. บ้านขุนสมุทรจีน จังหวัดสมุทรปราการ 10. ชุมชนอ่าวคราม จังหวัดชุมพร 11. บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย 12. บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น

25 สิงหาคม 2563/ 53 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

16 กรกฎาคม 2563/ 37 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 204 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 141 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 59 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 116 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

3 กันยายน 2563/ 1449 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 96 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

23 กรกฎาคม 2563/ 59 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 66 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที