เปลี่ยนจากน้ำเน่า เป็นคลองสวยน้ำใส

by FWprx5PW

ใจความสำคัญ

  • นับตั้งแต่ปี 2558 รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันจัดระเบียบคลองโอ่งอ่างจากเดิมที่เป็นสิ่งก่อสร้างเสื่อมโทรมและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เปลี่ยนให้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองกรุงเทพฯ เพื่อคืนความสวยงามให้กับพื้นที่สาธารณะ ทำให้บัดนี้ คลองโอ่งอ่างได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และพักผ่อนหย่อนใจ
  • ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะยกระดับให้คลองโอ่งอ่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมในย่านประวัติศาสตร์ เป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งคลอง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสะอาดตา และความสวยงามของทัศนียภาพสองริมฝั่งคลองโอ่งอ่างแห่งนี้ สมกับชื่อ “เวนิสตะวันออก”

ปัจจุบัน คลองโอ่งอ่างหรือที่เราคุ้นชื่อกันในสะพานเหล็กเดิม ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองกรุงไปแล้ว เมื่อโลกออกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพผู้คนไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้งซื้อสินค้า กินอาหารแสนอร่อยราคาถูกตลอดริมฝั่งคลอง และที่ฮือฮาไปกว่านั้น คือ ภาพนักท่องเที่ยวพายเรือล่องชมบรรยากาศ อีกทั้งสองฝั่งของคลองโอ่งอ่างยังได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนคนเดินในช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึงเวลา 22.00 น.

สำหรับประวัติและความเป็นมาของคลองโอ่งอ่างแห่งนี้ ต้องย้อนกลับไปถึงรัชกาลที่ 1 โดยคลองถูกขุดขึ้นให้มีความกว้างประมาณ 20 เมตร ยาว 2 กิโลเมตร เชื่อมคลองบางลำพู บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปสิ้นสุดที่เชิงสะพานพระปกเกล้า ก่อนจะระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วนสาเหตุที่เรียกคลองโอ่งอ่าง สันนิษฐานว่า เป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นสถานที่ขายภาชนะดินเผาโอ่งอ่างจากชาวจีนและชาวมอญ

คลองที่ถูกลืม

ต่อมา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2519 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนคลองโอ่งอ่างเป็นโบราณสถาน จวบจนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปเกือบ 20 ปี ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 คณะรัฐมนตรีในเวลานั้น ได้มีมติเห็นชอบกำหนดแนวคิดการอนุรักษ์และพัฒนาคลองโอ่งอ่าง ด้วยการจัดระเบียบ ปรับปรุงสะพานหันที่มีรูปลักษณ์เป็นสะพานสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่พักผ่อนของชุมชน อย่างไรก็ดี แม้คลองโอ่งอ่างจะถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี 2519 แต่น่าเสียดายว่า คลองประวัติศาสตร์แห่งนี้ก็ยังคงไม่ได้รับการพัฒนาไปมากนัก นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดสัมปทานให้เช่าพื้นที่ว่างเหนือคลองโอ่งอ่างเพื่อรองรับพ่อค้าแม่ค้าที่ย้ายมาจากคลองถม จนท้ายที่สุด คลองโอ่งอ่างก็ค่อย ๆ ถูกกลืนหายไป และถูกปิดทับด้วยสะพานเหล็ก กลายที่ตั้งของร้านค้าขายของเล่น เครื่องเกมต่าง ๆ แผ่น CD ละเมิดลิขสิทธิ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ จนถูกขนานนามว่าสะพานเหล็ก โดยแทบไม่มีใครเคยเห็นหรือรับรู้ว่า ที่นี่เคยมีชื่อว่า คลองโอ่งอ่างอีกเลย

จัดระเบียบคลองโอ่งอ่าง

จุดพลิกผันของคลองโอ่งอ่างเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาล คสช. ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้เน้นการจัดระเบียบสังคมเพื่อคืนความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสวยงามของพื้นที่สาธารณะ รวมถึงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำออกเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สอยประโยชน์ร่วมกัน โดยคลองโอ่งอ่างเป็นสถานที่ซึ่งถูกเลือกให้จัดระเบียบใหม่เป็นแห่งแรก ๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากพบว่า บริเวณดังกล่าวมีความสกปรก เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค มีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำและการระบายน้ำ อีกทั้งยังมีการก่อสร้างอาคารทับเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้แนวเขื่อนได้รับความเสียหาย หากเกิดอัคคีภัยหรือภัยพิบัติ ก็รังแต่จะทำให้กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอิทธิพล มาเฟีย หรือผู้มีผลประโยชน์หนุนหลังผู้ค้า รวมถึงมีการจ้างแรงงานชาวต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง  มาทำการลักลอบขายของในบริเวณนี้ ทั้งหมดนี้ มีผลต่อความมั่นคงของชาติ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบดังกล่าว

ภาพคลองโอ่งอ่างก่อนมีการปรับปรุง

รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกันดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อจัดระเบียบคลองโอ่งอ่างตั้งแต่ ปี 2558 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายไว้แต่ต้นว่า จะยกระดับให้คลองโอ่งอ่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์และโบราณสถาน ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยจะต้องเป็นถนนคนเดินที่มีอัตลักษณ์ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งคลองได้มีอาชีพ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชน เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวจะได้เห็นความสะอาดตา และความสวยงามของทัศนียภาพของริมคลองโอ่งอ่างแห่งนี้ เพื่อให้สมกับชื่อ “เวนิสตะวันออก”

ภารกิจเริ่มแรกของ กทม. จึงเริ่มด้วยการรื้อถอนอาคารและแผงร้านค้าที่รุกล้ำคลองโอ่งอ่าง จำนวนประมาณ 500 แผง อยู่ในเขตพระนคร 375 แผง และเขตสัมพันธวงศ์ 125 แผง จากนั้น ได้บูรณะพื้นที่โดยก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่อระบบสาธารณูปโภค และระบบระบายน้ำ เพื่อรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่โรงควบคุมคุณภาพน้ำรัตนโกสินทร์ ก่อนปล่อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสามารถบำบัดน้ำเสียได้วันละ 4 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อวัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการดำเนินการปรับปรุงสะพานข้ามคลองโบราณ ได้แก่ สะพานดำรงสถิต สะพานหัน สะพานบพิตรภิมุข และสะพานโอสถานนท์ ให้คงรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม 46 ตัว เพื่อดูแลความปลอดภัย ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สะอาด จัดทำราวกันตก ไฟฟ้าส่องสว่าง ปูกระเบื้องดินเผา เสริมด้วยการปลูกต้นไม้ อาทิ ต้นกระดุมทอง เสลา ไทรเกาหลี

เวนิสตะวันออก: มิติใหม่ของคลองโอ่งอ่าง

ปัจจุบันคลองโอ่งอ่างจากสะพานดำรงสถิต – สะพานโอสถานนท์ ระยะทางรวม 750 เมตร ได้เปิดให้ทำการค้าอย่างมีระเบียบ สวยงาม และปลอดภัย ในรูปแบบ “ถนนคนเดิน” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และภาคเอกชน ในการส่งเสริมการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่

ตลอดริมคลองโอ่งอ่าง 2 ฝั่ง มีลานกิจกรรมย่อยต่างๆ ประกอบด้วย ชานแชะ (สะพานดำรงสถิต – สะพานภาณุพันธ์) มีงาน Street Art พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะ ลานการละเล่น การค้าประเภทของเล่น เกมส์ กล้องมือสอง

ชานชิม (สะพานภาณุพันธ์ – สะพานบพิตรพิมุข) มี Street Food ร้านจำหน่ายอาหารท้องถิ่น เครื่องดื่ม พื้นที่พักรับประทานอาหาร

ชานช้อป (สะพานภาณุพันธ์ – สะพานหัน) มีร้านค้าท้องถิ่น และสินค้าตามเทศกาล

ชานวัฒนธรรม (สะพานหัน – สะพานบพิตรพิมุข) มีร้านค้า ร้านอาหารเชิงวัฒนธรรม และเชื้อชาติที่มีความหลากหลายทั้งแขก จีน ไทย ร้านค้า DIY พื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์ วาดภาพเหมือนและแสดงผลงานศิลปะ

ชานเรือน (สะพานบพิตรพิมุข – สะพานโอสถานนท์) จุดจอดรถสุขา จอดรถจักรยาน-จักรยานยนต์  พื้นที่หน้าบ้านหน้ามอง 

กลายเป็นคลองโอ่งในภาพลักษณ์ที่สวยงามไฉไล สมกับชื่อเวนิสตะวันออก อีกทั้งยังถูกนำไปเปรียบเทียบจากนักท่องเที่ยวทีผ่านไปย่านนั้นว่า บรรยากาศริมริมคลองแห่งนี้ มีความคล้ายกับคลองชองกเยชอน ที่อยู่ใจกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้อีกด้วย

คลองชองกเยชอน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

โครงการนี้ จึงนับเป็นตัวอย่างของการทวงคืนพื้นที่สาธาณะ ที่ก่อให้เกิดการใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับประชาชน  

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมและความสวยงามของคลองโอ่งอ่าง สามารถเดินทางมาอย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะนั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาขึ้นที่สถานีสามยอด เรือด่วนเจ้าพระยามาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือด่วนสะพานพุทธ หรือจะนั่งรถโดยสารประจำทาง รวมถึงบริการรถแท็กซี่ก็ได้

You may also like