สายไฟฟ้าลงดินช่วยเมืองน่ามอง

by FWprx5PW

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และกรุงเทพมหานคร เร่งนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ระโยงระยางเป็นภาพที่ไม่น่าดูลงไปไว้ใต้ดิน โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่าเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีสถาปัตยกรรมจำนวนมาก ย่านธุรกิจสำคัญ รวมทั้งแนวรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เพื่อปรับทัศนียภาพให้น่ามอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

ปัญหาของสายไฟ-สายสื่อสารที่พันกันยุ่งเหยิงรุงรังบนเสาไฟฟ้า โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างกรุงเทพมหานคร แม้เป็นภาพที่ชินตาสำหรับคนไทย แต่สิ่งเหล่านี้กลับมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศผ่านสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง โดยเมื่อปี 2559 เป็นที่กล่าวขานเป็นอย่างมากในไทย เมื่อนายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ได้โพสต์ภาพในโลกโซเชียลมิเดีย เพื่อพูดถึงปัญหาของกระแสไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าในแต่ละประเทศ โดยนายบิล เกตส์ ได้นำเสนอรูปภาพสายไฟตามเสาไฟฟ้าที่พันกันระเกะระกะโดยระบุว่ามาจากประเทศไทย

เพื่อให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าที่ออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีทัศนียภาพที่สวยงาม แก้ปัญหามลพิษทางสายตา และบดบังสถาปัตยกรรรม การนำระบบสายไฟลงไปไว้ใต้ดินจึงเป็นคำตอบ

คณะรัฐมนตรี นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ให้แก้ปัญหาโดยการนำสายไฟฟ้าและสายต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาลงสู่ใต้ดิน ฉบับปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยให้การไฟฟ้านครหลวง รับผิดชอบการดำเนินการโดยใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 2,500 ล้านบาท และใช้เงินรายได้ของการไฟฟ้านครหลวงอีกจำนวน 1,173.40 ล้านบาท วงเงินรวมทั้งสิ้น 3,673.40 ล้านบาท เพื่อนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินระยะทางรวม 215.6 กิโลเมตร

ปัจจุบัน การไฟฟ้านครหลวงได้ดำเนินการเรื่องนี้เสร็จไปแล้ว 46.6 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างรอความพร้อมร่วมกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ อาทิ สายโทรศัพท์ สายเคเบิลอีกคิดเป็นระยะ 169 กิโลเมตร จึงจะดำเนินการไปพร้อมกัน เรียกว่า จะดำเนินการนำสายทุกชนิดลงดินในครั้งเดียว เพื่อไม่ให้ต้องขุดซ้ำกันหลายรอบจนอาจทำให้ประชาชนได้รับความไม่สะดวก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินงานในส่วนแนวรถไฟฟ้า ตามแผนงานเร่งรัด ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย

  1. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนรัตนาธิเบศร์ (ถนนราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก) ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร
  2. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี-ถนนติวานนท์ ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร
  3. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถนนสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 81-ซอยแบริ่ง) รวมระยะทาง 5.5 กิโลเมตร

ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในระยะเวลา 3 – 4 ปีข้างหน้า

อีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเช็คอิน คือ ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ เพราะมีสถานที่สำคัญแสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมอันหลากหลายสวยงาม บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ ที่มีอารยะธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาอย่างยาวนาน ทั้งพระบรมมหาราชวัง โลหะปราสาท ตึกกระทรวงกลาโหม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อีกทั้งยังมีวัดสำคัญต่าง ๆ จำนวนมาก อาทิ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ ภูเขาทอง ฯลฯ สถานที่สำคัญเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเสน่ห์ของเขตเมืองเก่าช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัส สร้างรายได้ให้ประเทศปีหนึ่ง ๆ จำนวนมหาศาล

เพื่อกำจัดภาพเสาโยงสายไฟระเกะระกะจนบดบังทัศนียภาพ รัฐบาล โดยหน่วยงานกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง และกระทรวงมหาดไทย จึงได้เร่งนำสายไฟลงใต้ดิน พร้อมกับวางระบบที่มีความมั่นคงสูงขึ้นในระดับพิเศษเป็นระบบ Secondary Network ซึ่งสามารถรองรับในกรณีที่สายป้อนวงจรใดวงจรหนึ่งขัดข้อง จะมีการเชื่อมโยงแหล่งจ่ายไฟฟ้าอื่น ๆ ให้ช่วยรองรับได้แทนในทันที ช่วยป้องกันเหตุไฟตกไฟดับในพื้นที่ ง่ายต่อการบำรุงรักษา รวมทั้งยังไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่สัญจรผ่านด้วย อาทิ ที่ถนนสีลมบางส่วน รอบ ๆ ดิโอลด์สยาม และดำเนินการเพิ่มเติมที่ถนนบำรุงเมือง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ถนนเฟื่องนคร ถนนเจริญกรุง ถนนราชินี ถนนตะนาว ถนนบวรนิเวศน์ ถนนพระสุเมรุ และถนนอัษฎางค์ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า บนทางเท้าจะมีตู้เหล็กสีครีมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต ภายในตู้คือหม้อแปลงและขั้วต่อต่าง ๆ นั่นเอง

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังได้จัดระเบียบสายสื่อสารเมืองกรุง โดยออกกฎเข้มห้ามพาดสายสื่อสารบนเสา และให้ทุกโครงข่ายลงใต้ดินให้หมด รวมระยะทาง 2,450 กิโลเมตร ครอบคลุมถนนสายหลักสายรองของทั้ง 50 เขตแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน ได้แก่ 1. กรุงเทพฯ ตอนเหนือ 2. กรุงเทพฯ ตะวันออก 3. กรุงธนฯ เหนือ และ 4. กรุงธนฯ ใต้

การจัดระเบียบจะเริ่มนำร่องพื้นที่ชั้นในก่อน โดยก่อสร้างพร้อมกันทั้ง 4 โซน เช่นที่ รัชดาภิเษก สาทร พระราม 3 รวมถึงรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และมีการเปิดตัวโครงการนำร่องบนถนนรัชดาภิเษกทั้ง 2 ฝั่งถนน จากบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะสตรีท ไปทางแยกห้วยขวาง ระยะทาง 1 กิโลเมตร ไปตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2562 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 ซึ่งในการดำเนินงานนำสายลงใต้ดินนั้น ไม่ได้มีเพียงสายไฟ แต่มีสายการสื่อสารของภาคเอกชนรวมอยู่ด้วย จึงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการประสานงาน และเตรียมงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นคือ

  1. ทัศนียภาพสวยงามขึ้น เป็นระเบียบเทียบเท่าเมืองใหญ่ในประเทศอื่น ๆ มีต้นไม้ใหญ่ริมถนน
  2. โอกาสเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจากสัตว์ต่าง ๆ เช่น งู นก กระรอก นั้นลดน้อยลง
  3. อุบัติเหตุจากรถชนเสาไฟฟ้าเสียหายจนเกิดไฟฟ้าดับก็จะหมดไป

ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ล้วนเปลี่ยนจากระบบสายไฟบนดินเป็นใต้ดินแทบทั้งสิ้น รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงให้ความสำคัญกับการปรับกรุงเทพฯ รูปโฉมใหม่ ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย ไร้เสาไฟ สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ปลอดภัย เป็นมหานครสีเขียวที่มีความสะดวกสบาย ช่วยสร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

ความคืบหน้ามหานครเมืองน่าอยู่

สถานะวันที่ 15 ธันวาคม 2563  การไฟฟ้านครหลวง ได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินไปแล้ว 48.6 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 167 กิโลเมตร เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นมหานครอัจฉริยะ Smart Metro และปรับปรุงทัศนียภาพในพื้นที่สำคัญของ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการให้สวยงาม และมีความปลอดภัย  

ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ๆ ก็กำลังดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงดินเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง หรือที่ อ. หาดใหญ่ สงขลา ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นทั่วประเทศ  โดยรัฐบาลได้กำกับดูแลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการพร้อมกันในหลายพื้นที่มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนเห็นภาพความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ  และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอีกไม่นาน

You may also like