“เถาเป่าวิลเลจ” โมเดลประชารัฐ นำร่อง 20 หมู่บ้านสร้างรายได้ชุมชน

ใจความสำคัญ

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้ “เถาเป่าโมเดล” เป็นชุมชนต้นแบบ “ดิจิทัล วิลเลจ ออนไลน์” นำร่อง 20 หมู่บ้านขายสินค้าโอท็อปสู่ตลาดเมืองใหญ่ผ่านเว็บไซต์ใน shopee.co.th/dbdonline เป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในชุมชนที่ห่างไกล โดยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และระบบโลจิสติกส์ในการกระจายผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าชุมชน
  • นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ คัดเลือกชุมชนในทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบ “ดิจิทัล วิลเลจ ออนไลน์” คัดเลือกชุมชนที่ผลิตสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และศักยภาพในการทำตลาด

ปัจจุบัน รัฐบาลกลางจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมการค้าออนไลน์หรือ E-commerce ในชนบท เนื่องจากเป็นการสร้างงานให้กับประชาชนชาวจีน โดยเฉพาะช่วยขยายฐานตลาดจากชนบทสู่เมืองใหญ่ ด้วยการผสมผสานร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยรัฐบาลจีนได้เริ่มนำร่องที่ “หมู่บ้านเถาเป่าชนบท” หรือ เถาเป่าวิลเลจ จนประสบความสำเร็จในการกระจายสินค้าอย่างสูง จากนั้นจึงได้ขยายไปยังชนบททุกแห่ง จนสามารถนำสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ไปขายในตลาดเมืองใหญ่ ส่งผลให้เกิดการเจาะตลาดได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ Alibaba ยักษ์ใหญ่ค้าออนไลน์ของจีน เปิดตัวโครงการ “Taobao Village” ในปลายปี 2557 เพื่อส่งเสริมแพลตฟอร์ม E-commerce และโครงสร้างโลจิสติกส์ในพื้นที่ชนบท โดยจัดตั้งศูนย์บริการหลายพันแห่งสำหรับช่วยเหลือการซื้อขายสินค้าออนไลน์จากเว็บไซต์ Taobao ของ Alibaba ตามแผนยุทธศาสตร์การลงทุนธุรกิจ E-commerce ในพื้นที่ชนบท ระยะเวลา 3 ปี มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านหยวน (ประมาณห้าหมื่นล้านบาท) โดยเป็นการลงทุนเพื่อกระตุ้นโครงสร้างโลจิสติกส์และเพิ่มจำนวนศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง

จากความสำเร็จของโมเดล “เถาเป่าวิลเลจ” จึงทำให้รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ คัดเลือกชุมชนในทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบ “ดิจิทัล วิลเลจ ออนไลน์” เหมือนกับที่จีนใช้ “เถาเป่าโมเดล” ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในชุมชนที่ห่างไกล โดยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และระบบโลจิสติกส์ในการกระจายผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ โดยในส่วนของไทยได้ผลักดันให้สินค้าชุมชนได้เข้าไปขายใน www.shopee.co.th/dbdonline ซึ่งปัจจุบัน มีหมู่บ้านที่ค้าขายออนไลน์ได้แล้ว 20 หมู่บ้าน ได้แก่

  • ผ้าไหม  ผ้าพื้นเมือง  จากชุมชนนาข่า จังหวัดอุดรธานี  
  • สินค้าใบชา จากชุมชนใบชาดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย
  • เครื่องปั้นดินเผาจากชุมชนด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา 
  • ผลิตภัณฑ์จากส้มซ่า โดยชุมชนบ้านวังส้มซ่า จังหวัดพิษณุโลก
  • หัตถกรรมกระจูด  จากชุมชนควนขนุน จังหวัดพัทลุง
  • ส้มโอขาวแตงกวา  จากชุมชนสรรพยา จังหวัดชัยนาท
  • ข้าวแต๋น เซรามิก  จากชุมชนเกาะคา จังหวัดลำปาง
  • จักสานผักตบชวา  จากชุมชนเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
  • เครื่องเงินชาวเขา  จากชุมชนปัว จังหวัดน่าน
  • ผ้าย้อมคราม  จากชุมชนส่องดาว จังหวัดสกลนคร
  • ผ้าไหม หมี่โคราช  จากชุมชนปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
  • กกจันทบูร  จากชุมชนบางสระเก้า จังหวัดจันทบุรี
  • การท่องเที่ยวในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด
  • อาหารทะเลแปรรูป  จาก ชุมชนละงู จังหวัดสตูล
  • จักสานใบจาก  จากชุมชนเมืองตรัง จังหวัดตรัง
  • การท่องเที่ยวในชุมชนบ้านสามช่องเหนือ จังหวัดพังงา   
  • มะพร้าว  จากชุมชนดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
  • กล้วยแปรรูป  จากชุมชนบ้านดอนทอง จังหวัดนครปฐม
  • ผลไม้แช่อิ่ม จากชุมชนมิตรสัมพันธ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา.
  • มะพร้าว จากชุมชนคลองตาปรั่ง จังหวัดสมุทรสาคร

การค้าสินค้าออนไลน์นำร่อง 20 หมู่บ้านผ่าน www.shopee.co.th/dbdonline นี้ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้คัดเลือกชุมชนที่ผลิตสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และศักยภาพในการทำตลาด โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยสอนทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การโพสต์ขายสินค้า และยังมีแผนผลักดันให้ชุมชนที่เป็นแหล่งผลิต เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *