คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ไม่ประมาทไวรัสโควิด-19

พร้อมรับมือโควิด-19, เรื่องน่ารู้, 30 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • ศบค. ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้อีก 1 เดือน โดยให้สิ้นสุด 31 ก.ค. 2563 เพราะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินยังเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จำเป็นในการที่รัฐบาลจะสามารถสั่งการได้อย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่สอง เนื่องจากประเทศไทยจำเป็นต้องค่อยๆ เริ่มเปิดประเทศ ให้ไม่เพียงแต่คนไทยในต่างประเทศ แต่ยังต้องรวมถึงนักธุรกิจ ครอบครัวชาวต่างชาติของคนไทย ฯลฯ ที่จำเป็นจะต้องขอเดินทางเข้าประเทศไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายประเทศ รวมถึงในทวีปเอเชีย ยังคงต้องเผชิญกับการระบาดรอบที่สอง รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการรองรับการเดินทางเข้าประเทศอย่างรัดกุมมากที่สุด
  • อย่างไรก็ดี ในระหว่างนี้ ศบค. ก็ได้เห็นชอบที่จะประกาศมาตรการผ่อนคลาย เฟส 5 แล้ว ซึ่งน่าจะทำให้พวกเราทุกคนเริ่มกลับมาดำรงชีวิตได้ใกล้เคียงกับสถานการณ์ปกติก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งหมดนี้ รัฐบาลยังคงต้องประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อไป

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63 นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ที่ประชุมได้เห็นชอบต่อข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ก่อนอีก 1 เดือน (สิ้นสุด 31 ก.ค. 2563) และให้เริ่มผ่อนคลายบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  หรือมาตรการระยะที่ 5 หรือ คลายล็อก เฟส 5 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการเปิด 5 กลุ่มกิจการ/กิจกรรม ที่มีความเสี่ยงสูง ดังนี้

  • เปิดโรงเรียนทั้งหมดทั้งภาครัฐและเอกชน
  • ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ โดยที่ประชุมเสนอเพิ่มเติมว่าให้ปิดเวลา 22.00 น. ส่วนร้านสะดวกซื้อเปิดได้ 24 ชั่วโมง
  • เปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ ได้ไม่เกิน 24.00น. โดยห้ามไปทานร้านข้าวต้มต่อ
  • เปิดร้านเกม อินเตอร์เน็ต
  • เปิดโรงน้ำชา และอาบอบนวด กลุ่มพนักงานต้องมีการตรวจโรคอื่นๆ และห้ามมีการขายประเวณีเด็ดขาด

โดยทุกกิจการ ทุกกิจกรรม ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจของตนอย่างเข้มงวด หากพบว่า ผิด ให้กำหนดบทลงโทษ โดย ศบค. มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี วางข้อกำหนดเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย โดยย้ำว่าหากเปิดกิจการใดแล้วเกิดผลกระทบ ก็จะต้องมีบทลงโทษอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ หากเกิดการระบาดรอบที่สอง ภาระค่ารักษาพยาบาลคนไข้โควิด-1 หนึ่งคนจะตกอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านบาทต่อราย ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณที่มาจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ดังนั้น รัฐบาลจึงเน้นย้ำขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการทุกราย ตลอดจนผู้ใช้บริการ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

สำหรับพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) นั้น ได้มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงบัดนี้ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) เข้าบริหารสถานการณ์ด้วยมาตรการที่ผ่านการกลั่นกรองโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส จนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ และทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่ารับมือกับไวรัสโควิด-19 ดีที่สุดในโลก สวนทางกับสถานการณ์การระบาดทั่วโลก ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมใกล้จะถึง 10 ล้านคน ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเกือบ 5 แสน

การที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูเต็มตัว สอดคล้องกับยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศที่เป็น 0 มายาวนานต่อเนื่องถึง 35 วัน ส่งผลให้ ศบค. มักจะได้รับคำถามอย่างต่อเนื่องว่าเหตุใดจึงไม่ยอมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเดินหน้าสู่การเปิดประเทศด้วยวิถีนิวนอร์มอลอย่างเต็มตัว รัฐบาลจึงต้องคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทุก ๆ มิติ ทั้งด้านสาธารณสุขที่หวั่นจะกลับมาระบาดรอบ 2 เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ด้านเศรษฐกิจสังคม ที่ต้องอัดฉีดการกระตุ้นอย่างตรงจุดภายใต้งบประมาณจำกัด และด้านการเมือง ที่มีกลุ่มคนต่างๆ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่แรก

รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ศึกษาความเสี่ยง ประกอบกับข้อกังวลของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการควบคุมโรคได้อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด ให้ร่วมกันพิจารณาประเด็นอ่อนไหวต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบ

ข้อเท็จจริงประเด็นแรก คือ หลังมีการประกาศผ่อนคลายเฟส 5 แล้ว ผลกระทบของมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนก็น่าจะเริ่มลดน้อยลง ที่สำคัญช่วง 1 เดือนนี้จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะสถานการณ์โลกยังมีความน่าเป็นห่วง หากมีการการระบาดกลับมารอบ 2 อีก  สิ่งที่ทุ่มเทมาจะสูญเปล่า รัฐบาลจึงจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้เพื่อเป็นมาตรการที่สร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยส่วนใหญ่ของประเทศ

ข้อเท็จจริงประเด็นที่สอง คือ แม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ยังพบผู้ที่ติดเชื้อที่เป็นคนไทยเดินทางกลับเข้ามาเกือบทุกวัน โดยคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการกักตัว 14 วัน และรักษาตามขั้นตอนก่อนเข้าสู่ประเทศ โดยในส่วนนี้ รัฐต้องใช้งบประมาณถึง 30,000 บาทต่อ 1 คน และใช้งบประมาณอีกนับล้านบาทในการรักษาผู้ป่วย

การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงอาจส่งผลกระทบต่อศูนย์กักตัวของรัฐใน 3 ประเด็น คือ (1) อำนาจในการกักตัว (2) สถานที่ที่ใช้ในการกักตัว และ (3) ค่าใช้จ่าย เพราะเมื่อไม่มี พรก.ฉุกเฉินแล้ว ต้องหันมาใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อแทน ซึ่งจะต้องใช้วิธีขอความร่วมมือในการวัดไข้เป็นรายคน แทนการออกคำสั่งให้ทุกคนในความร่วมมือในภาพรวม แม้ในยามสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และอาจยุ่งยากในการบูรณาการหน่วยงานอื่นๆ อย่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ฯ โดยเฉพาะการตั้งด่านตรวจสกัดทั้งผู้ที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ และเดินทางภายในประเทศ นอกจากนี้ การเฝ้าระวังในระดับหมู่บ้าน ล้วนต้องใช้บุคคลากรและงบประมาณจำนวนมากทั้งสิ้น  ข้อสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด คือ ศบค. ไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในรอบ 2 ขึ้นมาได้ เพราะคงไม่มีใครอยากเห็นว่า การที่พวกเราร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ทำดีมาตลอด อาจต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ทั้งหมดหากมีการระบาดรอบ 2 ดังนั้น จึงต้องวางหลักเกณฑ์กันอย่างรัดกุม

นอกจากนี้ นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเข้ามาแล้วอยู่ยาว ยังต้องกักตัว 14 วันตามมาตรการ แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาอยู่เพียง 3 – 4 วัน จะต้องใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ เข้าโรงแรมที่จะต้องจ่ายเงินเอง ระบุตารางเวลาที่สามารถติดตามตัวได้ชัดเจน ทั้งนี้ ทุกคนจะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อจากประเทศต้นทางมาเป็นด่านแรก ก่อนจะผ่านการตรวจที่ไทยเป็นด่านที่สองด้วย ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงมาแล้วกว่า 20,000 คน

ข้อเท็จจริงประเด็นที่สาม คือ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โรงเรียนต่าง ๆ กำลังจะเปิดเทอม รัฐบาลมีความเป็นห่วงใยเรื่องการศึกษาไม่แพ้เรื่องสุขภาพของนักเรียนจำนวนนับแสนคน ทุกโรงเรียนจึงต้องมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษ รวมทั้งยังมีส่วนของคลับ บาร์ การแสดงดนตรี ที่กำลังจะมีมาตรการผ่อนปรนตามมาอีกเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่คาดฝันขึ้นมาอีกครั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะส่งผลให้ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมที่ให้อำนาจสั่งการอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่สองได้

30 มิถุนายน 2563/ 189 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

28 เมษายน 2563/ 120 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

14 กันยายน 2563/ 5 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 69 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 99 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

28 เมษายน 2563/ 154 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 39 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

22 มิถุนายน 2563/ 35 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

28 เมษายน 2563/ 128 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

22 เมษายน 2563/ 896 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

สถานการณ์
โควิด-19