การแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนในโรงเรียน

สังคม, 23 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับนโยบายนายกรัฐมนตรี ประกาศตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือ ศคพ. พร้อมเปิดสายด่วน 1579 หรือ โทร.02-007-0001 เพื่อรับข้อร้องเรียนการกระทำละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นโดยน้ำมือของครูและบุคคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะ
  • ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ ภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศคพ. ได้ออก 3 มาตรการ คือ การป้องกัน ปราบปราม และคุ้มครองช่วยเหลือ โดยจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยร้ายแรง และดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดโดยไม่ละเว้น แม้จะเป็น ครูบาอาจารย์ ที่สังคมให้ความเคารพก็ตาม`

ปัจจุบัน รัฐบาลตระหนักดีว่า อาชญากรรมการล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน กระทำชำเรา ทำอนาจาร ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจสังคมไทย และยิ่งถ้าเหยื่อเป็นเพียงเด็กนักเรียน-นักศึกษา และคนลงมือกระทำเป็นถึงครูบาอาจารย์ ที่เปรียบดั่งพ่อพิมพ์ที่มีหน้าที่สอนคนให้เป็นคนดีด้วยแล้ว ยิ่งสร้างความสลดหดหู่ และหวาดระแวงในสังคมมากขึ้นไปอีก เป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อวงการศึกษา และก่อให้เกิดคำถามตามว่า ต่อไปนี้ จะไว้ใจครูให้สอนบุตรหลานได้อยู่อีกไหม เรียกว่า “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง”

ล่าสุด มีรายงานข่าวว่ากลุ่มชายฉกรรจ์รุมข่มขืนเด็กผู้หญิง 2 คนและหนึ่งในนั้นอายุต่ำกว่า 15 ปีที่จังหวัดมุกดาหาร และ 5 ใน 7 คน เรียกตัวเองว่า “ครู” มิหนำซ้ำยังมีครูอื่น ๆ ออกมาพูดปกป้องครูด้วยกัน เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นคดีดังไปเมื่อปี 2562 และเป็นที่น่าตกใจเพราะจากการสอบสวนยังพบอีกว่า หนึ่งในครูเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว แต่มีการเจรจาปิดปากผู้ปกครองจนเรื่องเงียบ ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำ เด็กที่เคราะห์ร้ายตกเป็นเหยื่อแทบทุกราย ต้องอับอายจนไม่กล้าบอกใคร และจำใจลาออกจากสถานศึกษาเสียอนาคต เพียงเพราะคนกระทำผิดเป็นผู้ที่สังคมนับหน้าถือตา

ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ย้อนดูสถิติการตั้งแต่ปี 2556-2560 มีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ 727 ราย ในจำนวนนี้เป็นฝีมือของบุคลากรทางการศึกษาถึง 53 ราย เฉพาะในปี 2560 พบว่า เกิดเหตุในโรงเรียน 17 เรื่อง และผู้กระทำเป็นบุคลากรทางการศึกษา 13 เรื่อง  “คดีครูข่มขืนลูกศิษย์” มีมานานและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะกระบวนการแก้ปัญหายังไม่เด็ดขาดพอ หรือเพราะจิตสำนึกของคนที่แย่ลง จึงทำให้เกิดขึ้นซ้ำซาก และถูกซุกไว้ใต้พรมมาตลอด

ขั้นตอนแรกที่รัฐบาลใช้ในการแก้ปัญหานี้ กระทำโดยกระทรวงยุติธรรม เร่งปรับปรุงกฎหมายให้มีการเพิ่มโทษคดีข่มขืน โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแก้ไขเพิ่มโทษกฎหมายเกี่ยวข้อง อาทิ

หากข่มขืนและกระทำอนาจาร เพิ่มโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

หากเหยื่อถึงแก่ความตาย จากเดิมให้จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แก้ไขเป็นโทษประหารชีวิตเท่านั้น

หากก่อคดีข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุก 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 1 – 4 แสนบาท

หากข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสน 4 หมื่นบาท ถึง 4 แสนบาท

หากข่มขืนแล้วถ่ายคลิปไว้ด้วย มีโทษหนักขึ้น 1 ใน 3 ของโทษในมาตรานั้น ๆ

หากมีการเผยแพร่คลิปข่มขืน โทษหนักขึ้น 1 ใน 2 หรือครึ่งหนึ่งของมาตรานั้น ๆ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตั้งคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ TICAC ขึ้นมาปราบปรามโดยเฉพาะ โดยที่ผ่านมา ได้มีผลงานอยู่มาก แต่ก็ยังมีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

รัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม และจัดการกับผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด หากมีรายงานว่า ครูคนใดมีพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น ให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันทีก่อนจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงในรายละเอียดและพิจารณาดำเนินคดี ทั้งทางวินัยและอาญาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้เปิด “ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศคพ.” ขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานให้เด็กที่ถูกกระทำ หรือพบเห็นการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษา สามารถร้องเรียนและร้องทุกข์ได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลคุ้มครอง และช่วยเหลือ รวมถึงมีคณะทำงานคอยปราบปราม ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยร้ายแรง และดำเนินคดีตามกฎหมาย กับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดที่กระทำความผิด พร้อมจะเร่งสะสางปัญหาเก่า และยุติปัญหาใหม่ ด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาดผ่านสายด่วน ศคพ. นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

โดย ศคพ. มี 3 มาตรการหลักคือ

  1. มาตรการด้านการป้องกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย โดยเน้นให้สถานศึกษาดูแลนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในความรับผิดชอบ รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ไม่เอื้อต่อการกระทำผิดได้
  2. มาตรการด้านการปราบปราม เพื่อแก้ไขปัญหา สะสางปัญหาเก่า ยุติปัญหาใหม่ ทันทีที่เกิดเหตุ ผู้มีอำนาจคือเขตพื้นที่ ต้องสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาย้ายออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว จากนั้นจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงทันที และหากผลการตรวจสอบพบว่าข้อร้องเรียนนั้นมีมูลความจริง ให้ผู้มีอำนาจสั่งตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง และให้ผู้กระทำผิดออกจากราชการไว้ก่อน ขั้นตอนทั้งหมดมีเป้าหมายให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง แล้วรายงานหน่วยงานต้นสังกัดส่วนกลางและแจ้งข้อมูลมายัง ศคพ. เมื่อ ศคพ.ได้รับเรื่องแล้วจะรีบเสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเพื่อขอให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้กระทำผิดเป็นการชั่วคราว โดยศคพ. จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการทางวินัยควบคู่กับการดำเนินการด้านคดีอาญาด้วย
  3. มาตรการด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดให้สถานศึกษาต้องประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนยุติธรรม และปฏิบัติอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ และต้องคุ้มครองผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศทุกคนให้ได้รับการบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ไม่ละทิ้งให้เขาต้องอยู่ในสภาพยากลำบากโดยลำพัง

หากพบเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศจาก ครูและบุคลากรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ

สามารถติดต่อร้องเรียนและร้องทุกข์ได้ทางสายด่วนการศึกษา 1579 หรือโทร.02-007-0001

E-mail : skp200200@gmail.com

เพจเฟซบุ๊ก : ศคพ.กระทรวงศึกษาธิการ

หรือเดินทางมาติดต่อได้ด้วยตนเองที่ศูนย์ ศคพ. อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ

สังคมไทยยกย่องเชิดชู “ครู” ไว้เป็นปูชนียบุคคลที่ลูกศิษย์ต้องยึดถือเป็นต้นแบบ และครูเองก็เปรียบตัวเองเป็นเรือจ้างที่พาศิษย์ข้ามฝั่งไปหาโอกาส ให้กับชีวิต ให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม แต่เพราะครูใจทรามบางคน ถือโอกาสนี้ข่มเหงรังแกศิษย์ในความดูแลของตนอย่างน่าละอาย สร้างบาดแผลในใจให้ผู้ถูกกระทำไปตลอดชีวิต พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล จึงเร่งทำทุกทางเพื่อขจัดปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาให้หมดไป

หากท่านมีข้อเสนอแนะ คำถาม หรือต้องการร้องเรียนใดๆ โปรดแสดงความเห็นได้ที่นี่

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

: 4 เดือนช่วงโควิด กับภัยออนไลน์ของเด็กไทย

: การละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต: ภัยใกล้ตัวที่คุณควรทราบ

 

23 กรกฎาคม 2563/ 33 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

15 เมษายน 2563/ 126 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 17 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

15 เมษายน 2563/ 76 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 29 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 307 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

15 เมษายน 2563/ 116 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 120 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

1 พฤษภาคม 2563/ 193 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 82 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที