เพิ่มสภาพคล่อง SME ซอฟต์โลนธนาคารแห่งประเทศไทยกู้ได้ไม่มีค่าธรรมเนียม

เศรษฐกิจ, 10 พฤษภาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีนโยบายปล่อยสินเชื่อหรือซอฟต์โลนผ่านสถาบันการเงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% เป็นระยะเวลา 2 ปี ให้แก่ผู้ประกอบการ 3 ล้านรายทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก หรือติดขัดเนื่องจากขาดสภาพคล่อง โดยรัฐบาลจะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ 6 เดือนแรก
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน งดคิดค่าธรรมเนียม งดกำหนดเงื่อนไขการขายประกันต่าง ๆ ในการให้สินเชื่อ  ส่วน SME ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงหลักเกณฑ์ ก็ให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งช่วยเหลือด้านเงินกู้ที่เหมาะสม

สืบเนื่องจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็ก ที่ไม่มีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอในการต่อสู้กับวิกฤติในคราวนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่ม SME ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19  ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน รวมทั้งมาตรการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม และขยายเวลาชำระหนี้ให้กับกลุ่ม SME  เพื่อเพิ่มกำลังในการต่อสู้ให้กับธุรกิจรายย่อย อันเป็นรากฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยปัจจุบันมีอยู่กว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ แบ่งเป็น วิสาหกิจขนาดย่อม 3,029,525 ราย และวิสาหกิจขนาดกลาง 40,652 ราย

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า SME ไทยส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็ก ที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 50 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาทในกิจการการผลิต ส่วนกิจการในภาคการค้า (ค้าส่ง หรือค้าปลีก) และบริการ มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 30 คนหรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกมาตรการให้สถาบันการเงินของเอกชนและของรัฐ เร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้น คือ การออกซอฟต์โลน (Soft Loan) หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินทั้งสิ้น 500,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ 6 เดือนแรก และเปิดให้ขอสินเชื่อได้ไปจนถึงวันที่ 22 ต.ค. 2563

กลุ่มที่ขอรับสินเชื่อได้คือ ธุรกิจ SME ที่เป็นลูกหนี้เดิม ซึ่งมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท และเป็นลูกหนี้ดี ณ 31 ธ.ค. 62  เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย

ล่าสุด ทาง ธปท. ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังเปิดรับคำขอมา 2 สัปดาห์ มีการขอสินเชื่อแล้ว 22,000 ราย เฉลี่ยรายละ 1.6 ล้านบาท รวมวงเงิน 36,000 ล้านบาท จากลูกหนี้ 22,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็น SME ขนาดเล็ก และ 74% อยู่ในต่างจังหวัด

สำหรับธนาคารที่ยื่นคำขอปล่อยกู้มากที่สุด คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย ธปท. ได้แจ้งทางสถาบันการเงินให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้ SME ที่ได้รับผลกระทบเข้าถึงความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

กลุ่มธุรกิจรายย่อยที่กำลังประสบปัญหาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ยังคงสามารถเข้ายื่นขอรับสินเชื่อซอฟต์โลนของ ธปท. ได้ที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่งที่ท่านเป็นลูกค้าอยู่ หากพบปัญหาในการขอสินเชื่อ สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของสถาบันการเงินนั้น ๆ หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท. (ศคง.) โทร.1213

ทาง ธปท. ยืนยันว่า สินเชื่อวงเงิน 500,000 ล้านบาท ยังคงพร้อมให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยกู้ต่อให้กับ SME ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ดังนั้น กลุ่ม SME สามารถยื่นกู้ได้ และอย่าลืมช่วยกันบอกต่อไปยังกลุ่มเพื่อน ๆ ผู้ประกอบการด้วย

วงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนของ ธปท. ในรอบนี้ ยังออกแบบมาเพื่อการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่เกิดอาการหยุดชะงัก หรือกำลังติดขัดเนื่องจากขาดสภาพคล่อง นอกจากดอกเบี้ยต่ำแล้ว ธปท. ยังได้ขอความร่วมมือจากสถาบันทางเงิน ให้งดคิดค่าธรรมเนียม งดกำหนดเงื่อนไขการขายประกันต่าง ๆ ในการให้สินเชื่อ

สำหรับ SME ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอต่อการขอซอฟต์โลน ทาง ธปท. ยังประกาศให้สถาบันทางการเงินแต่ละแห่ง ยื่นมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้ที่เหมาะสมด้วย

การเสริมสภาพคล่องในครั้งนี้ ก็เพื่อให้ภาคธุรกิจผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดี พร้อมเสริมโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้มั่นคงแข็งแกร่ง เพราะ SME เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบของธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มเติมได้ ที่นี่

10 พฤษภาคม 2563/ 143 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

31 สิงหาคม 2563/ 30 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 133 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 108 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 51 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

11 สิงหาคม 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 212 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1156 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

12 มิถุนายน 2563/ 144 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

22 เมษายน 2563/ 185 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที