ประกันสังคมช่วยลูกจ้าง ลดจ่ายสมทบ – เยียวยาคนว่างงาน

พร้อมรับมือโควิด-19, มาตรการช่วยเหลือประชาชน, 27 เมษายน 2563

ใจความสำคัญ

• สำนักงานประกันสังคม โดยกระทรวงแรงงาน ช่วยลดภาระการส่งเงินสมทบผู้ประกันตน ทั้งมาตรา 33 และ 39 โดยการลดอัตราส่งเงินสมทบลงเหลือ 1% ในส่วนของลูกจ้าง และเหลือ 4% ในส่วนของนายจ้าง เป็นเวลา 3 เดือน รวมทั้งให้ขยายเวลาจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออกไปอีก 3 เดือนด้วย
• แม้ผู้ประกันตน มาตรา 39 และ 40 ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากกระทรวงการคลัง แต่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ว่างงานก็มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม เพิ่มถึง 62%ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วันเช่นกัน หากเป็นผู้ที่ต้องถูกกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือถูกหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการจนไม่ได้รับค่าจ้าง

 

สถิติตัวเลขของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงมาเพราะพี่น้องคนไทยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยวิธีง่าย ๆ แต่ช่วยชาติได้  นั่นคือการ “อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ” ลดความเสี่ยงของการกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น  โดยเฉพาะผู้ที่ยังต้องพักงาน หยุดงาน หรือทำงานที่บ้าน ไม่ว่ากรณีใด ๆ เราทุกคนเชื่อมั่นว่านี่คือความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ในการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

ขณะที่ภาครัฐ ก็เร่งออกมาตรการมาช่วยเหลือเป็นระยะ ๆ และพยายามให้ครอบคลุมทั่วทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน ในส่วนของกลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม ทั้งลูกจ้างที่ทำงานให้กับนายจ้างในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน ตามมาตรา 33  และผู้ประกันตนภาคสมัครใจ ตามมาตรา 39 ซึ่งกระทรวงแรงงาน ก็มีมาตรการ ทั้งการลดอัตราเงินสมทบ การขยายเวลาจ่ายเงินสมทบประกันสังคมออกไป รวมทั้งการจ่ายเงินเยียวยากรณีว่างงานจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกันตนด้วย

เริ่มที่ “การลดอัตราเงินสมทบ”  สำหรับมาตรา 33 ซึ่งเดิมทีนายจ้างและลูกจ้างจะร่วมกันจ่ายโดยมีบริษัทเป็นตัวแทนจัดการให้ สำหรับรอบการจ่ายเงิน เดือน มี.ค.-พ.ค. 2563 รวม 3 เดือน การจ่ายเงินสมทบของนายจ้างจะลดลงเหลือร้อยละ 4 คือไม่เกิน 600 บาท  และผู้ประกันตนจะลดเหลือ ร้อยละ 1 โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนในภาวะปกติ ไม่เกิน 15,000 บาท  เท่ากับว่าลูกจ้าง จะส่งเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 150 บาทเท่านั้น

ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 39 ได้รับการลดอัตราเงินสมทบเหลือร้อยละ 1.8 เป็นระยะเวลา 3 เดือนเช่นเดียวกัน ซึ่งเดิมต้องจ่ายอยู่เดือนละ 432 บาท รอบเดือน มี.ค.-พ.ค. นี้ จะจ่ายเพียง 86 บาท

ด้าน “การขยายเวลาส่งเงินสมทบ” ของนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 อธิบายง่าย ๆ ว่า รอบเดือน มี.ค.-พ.ค. 2563  ยังไม่ต้องจ่ายก็ได้ เพราะสำนักงานประกันสังคมอนุโลมให้ไปจ่ายอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือจ่ายงวดแรกภายในวันที่ 15 ของเดือน ก.ค. ส.ค. และ ก.ย. เป็นมาตรการที่ยืดหยุ่นให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น แต่คนที่พร้อมก็จ่ายได้ในอัตราที่ลดลงเหมือนกัน

ด้านนายจ้างที่ต้องการยื่นแบบเอกสารลดส่งเงินสมทบ ก็สามารถทำได้ โดยยื่นเรื่องไปก่อน แล้วค่อยส่งจ่ายตามกรอบเวลาที่กำหนด แต่ถ้าทั้งนายจ้าง และลูกจ้างได้ส่งเงินของเดือน มี.ค. ไปแล้วในอัตราปกติ  ก็สามารถทำเรื่องขอรับเงินคืนได้ภายใน 1 ปี  โดยกรอกเอกสาร (ดาวน์โหลดเอกสารโดยคลิกที่นี่) ส่งแบบฟอร์มได้ทั้งทางไปรษณีย์และยื่นโดยตรงที่สำนักงานประกันสังคม โดยแนบสำเนาบัญชีออมทรัพย์และสำเนาใบเสร็จรับเงินเพื่อรับคืน แต่หากไม่ขอคืน จะไม่สามารถตัดไปจ่ายเดือนต่อไปได้

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ว่างงานจากโควิด-19 ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา

แม้จะไม่มีสิทธิขอรับเงิน 5,000 บาทจากกระทรวงการคลัง ได้แบบผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 แต่สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องว่างงาน เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยตรง ทั้งที่ลาออกเอง โดนเลิกจ้าง หรือที่ทำงานถูกรัฐสั่งปิด และนายจ้างหยุดจ่ายเงินเดือน ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน

รัฐบาลถือว่าเป็นความเดือดร้อนจาก“เหตุสุดวิสัย” เมื่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เพราะกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19  หรือถูกหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย  มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคมได้ถึงร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน ในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน  โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเดือนละ 7,000-8,000 บาทต่อราย ซึ่งขณะนี้กองทุนประกันว่างงานมีเงินรวม 1.6 แสนล้านบาท  ยื่นผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หัวข้อขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน onlineQ

ส่วนกรณีว่างงานจากการลาออกประกันสังคมจะจ่ายเงินชดเชย 45% ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน  แต่ถ้าถูกเลิกจ้างประกันสังคมจะจ่ายเงินชดเชย 70% ระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน

สำหรับสถานประกอบการที่แม้จะหยุดการทำงาน แต่ยังคงจ่ายเงินให้กับแรงงานเพื่อรักษาสถานภาพลูกจ้างเอาไว้ ถือเป็นผู้ประกันตนที่ “ไม่เข้าข่าย” ได้รับการเยียวยาจากประกันสังคม เพราะเท่ากับว่าธุรกิจยังมีสภาพคล่อง เพียงแค่รอให้สถานการณ์การระบาดของโรคคลี่คลายลงก่อน จึงจะกลับมาดำเนินกิจการต่อไป

ผู้ที่ว่างงานและดำเนินการขอเงินชดเชยจากประกันสังคมแล้ว สามารถขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน และสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อส่งเงินสมทบด้วยตนเองได้ภายใน 6 เดือน  แต่หากลูกจ้างกลับมาทำงานได้ก่อน ก็จะระงับการให้ความช่วยเหลือ  แม้หากเหตุการณ์ยืดเยื้อนานกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะพิจารณายืดเวลาหรือมีมาตรการใหม่เข้ามาเสริม

ในช่วงที่คนไทยทุกคนจะต้องฝ่าฟันกับสถานการณ์โรคร้าย อยากให้ผู้ประกันตนทุกคนตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองพร้อมทั้งการยื่นเรื่องต่าง ๆ  โดยการเข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th  หากมีข้อสงสัย สามารถโทรไปยังสายด่วน 1506

27 เมษายน 2563/ 167 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

2 มิถุนายน 2563/ 101 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 79 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 675 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

22 เมษายน 2563/ 150 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 128 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 63 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

25 มิถุนายน 2563/ 96 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 146 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

22 มิถุนายน 2563/ 108 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

สถานการณ์
โควิด-19