วิทยาศาสตร์พลังสิบ เตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21

ใจความสำคัญ

  • ปัจจุบัน ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีซึ่งเป็นกลุ่มทักษะอาชีพที่สำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
  • เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ครม. จึงได้อนุมัติ “โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ” เพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพ และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยวางเป้าหมายพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านการปรับปรุงหลักสูตร การสร้างเครือข่ายการพัฒนาศักยภาพระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน ครูผู้สอน และนักเรียน และการเพิ่มสมรรถนะของนักเรียน ในระยะเวลา 10 ปี ภายใต้วงเงินงบประมาณ 9,619 ล้านบาท

ระยะหลังมานี้ ท่านอาจจะคุ้นเคยกับเรื่อง “อนาคตของการทำงาน” (Future of Work) กันมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจทั้งในไทยและเวทีโลก อย่างเช่น World Economic Forum ให้ความสนใจ และทั่วโลกเห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลันกว่าที่คาดหมาย เนื่องจากการ “ดิสรัปท์” (disrupt) ของวิกฤตโควิด-19 โดยผลพวงของการเปลี่ยนยุคอุตสาหกรรมครั้งใหม่นี้จะสร้างทั้งโอกาสทางอาชีพใหม่ ๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำลายล้างอาชีพที่ล้าสมัยไปพร้อมกัน กล่าวคือ จะมีทั้งผู้ชนะ และผู้แพ้ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้

จึงอาจทำให้หลายคนสงสัยว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทางบุคลากรและทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต ซึ่งเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ หรือ Internet of things ฯลฯ แล้วหรือยัง

หากมองในเชิงสถิติ ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญของงานในอนาคตอีกมาก เพราะจำนวนกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง 2561 อยู่ที่จำนวนประมาณ 4 ล้านคน ในขณะที่ความต้องการจ้างงานของบุคลากรในด้านนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ไทยต้องเร่งเพิ่มทั้งจำนวนและคุณภาพของบุคลากรกลุ่มนี้โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ “การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21” จึงเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลปัจจุบัน ที่มุ่งพัฒนาคนในประเทศให้มีความพร้อมไปสู่ศตวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การพัฒนาการศึกษานับเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญมาก

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติ “โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ” โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพ และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในระยะเวลา 10 ปี ในวงเงินงบประมาณ 9,619 ล้านบาท โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ” เน้นการวางกลยุทธ์ที่จะพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ผ่านการดำเนินงานใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การสร้างเครือข่ายพัฒนาศักยภาพ (Peer Learning Network) และการเพิ่มสมรรถนะของนักเรียน

หลักสูตรใหม่ “ลดเนื้อหาทางวิชาการ เน้นการเรียนแบบปฏิบัติ”

โครงการนี้ มุ่งจะแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาที่สำคัญอันหนึ่งของการศึกษาไทย คือ การที่ครูมักจะเน้น “คำตอบ” มากกว่า “กระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่คำตอบ” รวมถึงหลักสูตรที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนไม่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะเท่าที่ควร ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบจะปรับปรุงหลักสูตรการเรียนและการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีใหม่ โดยนักเรียนจะได้ลงมือทำมากขึ้น ทำให้ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาและการคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยจะมีการปรับหลักสูตรของนักเรียนในระดับต่าง ๆ ให้เน้นทักษะที่แตกต่างกันออกไป

พัฒนาโรงเรียนศูนย์อบรมในหลักร้อย ส่งต่อความเป็นเลิศให้แก่เครือข่ายในหลักพัน สร้างบุคลากรในหลักหมื่นและหลักแสน
โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบมีแผนจะพัฒนาครูและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้มีคุณภาพและมีศักยภาพ เป็นโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรมจำนวน 200 โรงเรียน (ระดับประถมศึกษา 100 โรงเรียน และระดับมัธยมศึกษา 100 โรงเรียน) เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่โรงเรียนเครือข่ายในลักษณะ Peer Learning Network อีกจำนวน 2,000 โรงเรียน (ระดับประถมศึกษา 1,000 โรงเรียน และระดับมัธยมศึกษา 1,000 โรงเรียน)

นอกจากนี้ มีเป้าหมายจะพัฒนาครูในเครือข่ายดังกล่าวให้ได้มากกว่า 10,000 คนต่อปี และนักเรียนมากกว่า 100,000 คน ต่อปี ต่อระดับชั้น ซึ่งเป็นการขยายพลทวีคูณออกไปในวงกว้าง รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนที่ร่วมโครงการด้วย เพื่อเชื่อมวงจรการพัฒนาบุคลากรการศึกษาอย่างใกล้ชิดระหว่างหลักสูตรพัฒนาครูของมหาวิทยาลัย กับหลักสูตรพัฒนานักเรียนในระดับโรงเรียน

เพาะบ่มความคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ตั้งแต่วัยเยาว์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เน้นการส่งเสริมสมรรถนะนักเรียน (Student Competency) โดยพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พร้อมปลูกฝังความเป็นนักวิทยาศาตร์ นักวิจัย และนวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดทักษะการคิดขั้นสูง สามารถสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดเน้นในแต่ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันไป ดังนี้

ระดับประถมศึกษา เน้นกิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์ที่ “หลากหลายทางพหุปัญญา” เพื่อให้เกิดทักษะการแก้ปัญหาและความคิดอย่างสร้างสรรค์ขั้นพื้นฐาน และทักษะจำเป็นในชีวิตประจำวัน

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เน้นการ “เรียนรู้เชิงบูรณาการ” ผ่านกระบวนการของหลักสูตรส่งเสริมประสบการณ์ เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการแก้ปัญหา และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เน้นการพัฒนาด้วยหลักสูตรและกระบวนการ “เครือข่ายการพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัย โรงเรียน ครูผู้สอน และนักเรียน” เพื่อให้เกิดทักษะการเรียนรู้และคิดเชิงระบบ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ คืออีกหนึ่งมาตรการปฏิรูปประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้แก่คนไทย โดยการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่สำคัญต่อตลาดแรงงานและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันกับนานาประเทศในอนาคตตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และสอดคล้องตามแผนการศึกษาชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)

แหล่งที่มาของข้อมูล: กระทรวงศึกษาธิการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *