RCEP คืออะไร ไทยจะได้ประโยชน์จริงหรือ

RCEP ย่อมาจาก Regional Comprehensive Economic Partnership คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศ ได้แก่ 10 ประเทศอาเซียนรวมกับอีก 5 ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยทุกประเทศได้ร่วมลงนามความตกลงนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 รวมใช้เวลาในการเจรจาก่อนหน้านี้อย่างยาวนานถึง 8 ปี

ปัจจุบัน ประเทศสมาชิก RCEP ทั้ง 15 ประเทศ มีประชากรรวมกันมากถึง 2.3 พันล้านคน เมื่อหันมาร่วมมือทางเศรษฐกิจกัน จึงทำให้มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดในโลก โดยคิดเป็นร้อยละ 31 ของ GDP โลก ไทยเองก็มีการค้าขายกับประเทศสมาชิกใน RCEP มากถึง 2 ใน 3 ของปริมาณการค้าทั้งหมดของประเทศไทย

RCEP เป็นความตกลงทางการค้าที่เปิดกว้างที่สุด และมีมาตรการที่ครอบคลุมหลายด้านที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคในแต่ละประเทศสมาชิกได้ โดยเฉพาะการลดภาษีสินค้านำเข้าสูงที่สุดถึงร้อยละ 99 ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดประเทศสมาชิก RCEP ได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลง อีกทั้งยังมีมาตรการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุนขยายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติในไทย เช่น ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC) รวมทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดฐานการกระจายสินค้าไทยในต่างประเทศและสินค้าต่างประเทศในไทยได้ดียิ่งขึ้น 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 รัฐสภาได้เห็นชอบอย่างเป็นทางการให้ประเทศไทยให้สัตยาบันต่อความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership Agreement ) แล้ว ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถึง 526 เสียง[1] โดยคาดว่า ความตกลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ประมาณช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ทันทีที่รัฐสภาของประเทศสมาชิกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประเทศสมาชิกทั้ง 15 ประเทศได้ให้สัตยาบันต่อความตกลงนี้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับข้อกังวลที่มีต่อการทุ่มตลาดจากสินค้านำเข้าจนอาจกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ นั้น ทางรัฐบาลได้เตรียมมาตรการไว้รองรับแล้วอย่างไร ติดตามชมได้จากคลิปนี้


[1] จากจำนวนผู้ลงมติทั้งหมด 533 เสียง มีผู้งดออกเสียง 1 ราย และไม่ลงคะแนนเสียง 6 ราย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *