“เราชนะ” เยียวยาพิษโควิด-19 เช็คเลย ใครได้สิทธิ!

ใจความสำคัญ

  • ในช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบโครงการ “เราชนะ” เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตั้งเป้าช่วยเหลือ 31.1 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน 
  • โครงการ “เราชนะ” จะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ผู้ค้าในระดับฐานรากอย่างทั่วถึง รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จึงเป็นที่มาของการเลือกวิธีให้ “สิทธิ” แทน “เงินสด”

ได้ข้อสรุปชัดเจนเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “เราชนะ” โครงการที่รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งใจดำเนินการเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบรายละเอียดของโครงการ “เราชนะ” ในวงเงินงบประมาณรวม 210,200 ล้านบาท

โครงการเราชนะ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ประชาชนจำนวน 31.1 ล้านคน ในวงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น หาบเร่แผงลอย อาชีพรับจ้าง และเกษตรกร และกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งส่วนบุคคล เช่น แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก วินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น

ใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการเราชนะบ้าง

ผู้ได้รับสิทธิจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป ณ วันที่ 19 มกราคม 2564

2. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการเราชนะโดยอัตโนมัติ

3. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งได้แก่พนักงานบริษัทเอกชนทั่วไปที่มีสถานะเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็นผู้ประกันตนภาคบังคับ ซึ่งได้รับการเยียวยาจากกองทุนประกันสังคมอยู่แล้ว

4. ผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 และมาตรา 40 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นการเข้าประกันตนตามสมัครใจ มิใช่ภาคบังคับเหมือนมาตรา 33 มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเราชนะ เนื่องจากกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ แต่ก็ต้องเข้าเกณฑ์รายได้และเงินฝาก ตามข้อ 7 และ 8 ด้วย

5. ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ และไม่เป็นข้าราชการการเมือง

6. ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

7. ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ในปีภาษี 2562

8. มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

การตรวจสอบสิทธิและลงทะเบียน

สำหรับการตรวจสอบคัดกรองประชาชนที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์นั้น กระทรวงการคลังแบ่งกลุ่มประชาชนเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 13.8 ล้านคน กลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ เพิ่มเติม แต่จะได้รับสิทธิในโครงการ “เราชนะ” โดยอัตโนมัติและกระทรวงการคลังจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้โดยอัตโนมัติ

2. กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ใช้สิทธิในโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน จำนวน 16.8 ล้านคน ก็ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เช่นกัน เพียงแต่รอตรวจสอบสิทธิของตัวเองผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 หากตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองมีสิทธิในโครงการ “เราชนะ” ให้เข้าไปกดปุ่ม “ยืนยันสิทธิ” ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และจะได้รับเงินช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว

3. กลุ่มคนที่ไม่เคยลงทะเบียนโครงการใด ๆ ของรัฐ และไม่มีชื่อในฐานข้อมูลของรัฐใด ๆ หากเป็นผู้มีรายได้น้อยและมีคุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์ก็จะมีสิทธิในโครงการเราชนะ แต่ “ต้องลงทะเบียนเราชนะ” ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม–12 กุมภาพันธ์ 2564 ในช่วงเวลา 06.00–23.00 น. และสามารถตรวจสอบสิทธิได้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564

แม้ไม่มีสมาร์ทโฟนก็ลงทะเบียน “เราชนะ”ได้

สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์ที่เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถใช้งาน แอปพลิเคชันเป๋าตังได้ รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยติดเตียง วันนี้ ท่านสามารถลงทะเบียนได้แล้วที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และหน่วยบริการเคลื่อนที่บริเวณที่ว่าการเขต และที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ รวม 871 จุด ตั้งแต่วันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ 2564 โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เพื่อยืนยันตัวตน และกำหนดรหัส 6 หลักของตัวเอง

เมื่อได้รับสิทธิ์เราชนะแล้ว จะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ผ่านเครื่องรูดบัตร หรือสแกนผ่านแอปฯ ถุงเงิน ในลักษณะเดียวกับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงการคลัง จะโอนวงเงินงวดแรก จำนวน 4,000 บาท ให้ในวันที่ 8 มีนาคม 2564 และทยอยโอนจนครบ

การจ่ายเงิน

รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายเงินช่วยเหลือจากโครงการเราชนะได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 โดยได้ปรับเปลี่ยนจากการจ่ายเงินสด มาเป็นการจ่ายเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้เกิดการกระจายการใช้จ่ายตลอดทั้งเดือน

กระทรวงการคลังได้กำหนดการจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ ดังนี้

1. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือตลอดระยะโครงการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแบ่งเป็น

 กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับอยู่แล้ว 800 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 675 บาทต่อสัปดาห์ (หรือ 2,700 บาท/คน/เดือน) โดยมีวงเงินต่อคนตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 5,400 บาท

– กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับอยู่แล้ว 700 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 700 บาทต่อสัปดาห์ (หรือ 2,800 บาท/คน/เดือน) โดยมีวงเงินต่อคนตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ 5,600 บาท

ทั้งนี้ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือทุกวันศุกร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบวงเงิน

2. กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์ และผู้ลงทะเบียนใหม่ จะได้รับเงินช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นรายสัปดาห์ จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ โดยมีวงเงินต่อคนตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 7,000 บาท กลุ่มนี้จะได้รับเงินช่วยเหลือทุกวันพฤหัสบดี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบวงเงิน

เราชนะ ใช้ได้ที่ร้านไหน บริการไหนบ้าง

ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้เงินช่วยเหลือซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ที่

– ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่เป็นร้านค้าที่เป็นนิติบุคคล

– ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง

– ผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ อาทิ  แท็กซี่  วินมอเตอร์ไซค์  รถตู้โดยสารประจำทาง และสามล้อถีบ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือสามารถตรวจสอบได้    

– ร้านค้าที่เป็นผู้ประกอบการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ผู้ประกอบการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 รวมถึงผู้ประกอบการบริการสัญชาติไทย สถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้

อย่างไรก็ดี ไม่สามารถใช้เงินช่วยเหลือดังกล่าวซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ และไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อได้ หรือห้ามนำไปซื้อทองคำ เพชร พลอย เงิน นาค หรืออัญมณี เนื่องจากไม่เป็นตามวัตถุประสงค์การช่วยเหลือภาระค่าครองชีพ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 – Call Center ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2111 1144

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มั่นใจว่าเงินช่วยเหลือจากโครงการเราชนะจะถูกนำไปใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ซึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน

ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้วิธีการแจกเงินสดเหมือนเช่นการเยียวยาในครั้งแรกนั้น เนื่องจากโจทย์ของรัฐบาลคือ จะทำอย่างไรให้เงิน 2 แสนล้านบาทนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาภาระของผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แล้ว ยังจะสามารถขยายผลต่อเนื่องไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานรากได้ เช่น พ่อค้าแม่ค้าในตลาด หาบเร่แผงลอย ร้านอาหาร ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างอิสระ ฯลฯ ซึ่งประชาชนกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์ 2 ส่วน กล่าวคือ ได้รับเงินจากโครงการเราชนะเองโดยตรง และมีรายได้เพิ่มจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนคนอื่น ๆ ผ่านโครงการฯ ด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการเลือกวิธีให้ “สิทธิ” แทน “เงินสด” 

นายอาคมฯ กล่าวว่า “วิธีดังกล่าวจะทำให้เงิน 2 แสนล้านบาทที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจไม่หายไปไหน แต่จะถูกหมุนไปอีกหลายรอบ เกิดการบริโภคภายในประเทศต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ตลอดระยะเวลา 2 เดือน”  นอกจากรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการเราชนะแล้ว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม ยังได้สั่งการให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง เร่งหารือมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย เช่น ข้าราชการและลูกจ้างรัฐที่มีรายได้น้อยต่อเดือน โดยอาจใช้รูปแบบและวิธีการเหมือนโครงการเราชนะ และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *