เร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวภูเก็ต เสนอจ้างงาน 6 จังหวัดอันดามัน 18,000 อัตรา

เศรษฐกิจ, 18 พฤศจิกายน 2563

ใจความสำคัญ

  • จังหวัดภูเก็ต มีฉายาว่าเมืองไข่มุกแห่งอันดามัน โดยในปี 2562 จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 14.4 ล้านคน มีรายได้รวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท
  • แต่เมื่อเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ภูเก็ตได้รับผลกระทบไปด้วย เมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 รัฐบาลจึงนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เพื่อรับฟังข้อเสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามที่ภาคเอกชนเสนอ 13 ข้อ และจะผลักดันมาตรการเพื่อช่วยให้กลุ่มจังหวัดอันดามัน ( ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และระนอง ) สามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และช่วยให้ประชาชนให้กลุ่มจังหวัดเหล่านี้มีรายได้ เช่น กระทรวงแรงงานได้จับมือกับกระทรวงมหาดไทย เสนอของบประมาณ จำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้งบ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 แสนล้านบาท เพื่อจ้างงาน 18,000 อัตรา ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคใต้อันดามัน โดยเป็นการจ้างงานประชาชนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ทำงานอาสาและสาธารณะ ค่าตอบแทน 330-340 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 10 เดือน

จังหวัดภูเก็ต ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองไข่มุกแห่งอันดามัน เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามทั้งหาดทราย ท้องทะเล เกาะต่าง ๆ จุดชมวิว หรือแม้กระทั่งน้ำตก นอกจากนี้เขตตัวเมืองยังมีเสน่ห์ของบ้านเรือน ร้านค้า อาคารสถานที่ราชการเก่าแก่ ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส

ในอดีต รายได้ของประชาชนและอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษกิจของจังหวัดภูเก็ตมาจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สถิติในปี 2562 จังหวัดภูเก็ตมีรายได้รวมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวม 480,000 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 14.4 ล้านคน โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 10 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทย 4 ล้านคน

แต่เมื่อเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาได้ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีแรงงานในภาคบริการที่ตกงานเป็นจำนวนมาก ธุรกิจโรงแรมเองก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

รัฐบาลได้รับทราบปัญหานี้เป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อเริ่มรับมือกับการแพร่ระบาดในประเทศได้ดีขึ้น รัฐบาลจึงได้เริ่มทยอยเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ละกลุ่มเข้ามาได้แต่จะต้องการ์ดไม่ตก และล่าสุด เมื่อวันที่ วันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยกทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เพื่อตรวจราชการและประชุม ครม. สัญจร ครั้งที่ 3/2563 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และระนอง

เป้าหมายในการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ของรัฐบาล ก็เพื่อรับทราบถึงปัญหาของประชาชน และผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว รวมถึงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความพร้อมในมาตรการต่าง ๆ ที่รองรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้กับกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งจะกลายเป็นโครงการต้นแบบในการดูแลสุขภาพและเศรษฐกิจให้กับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศด้วย

การตรวจความพร้อมมาตรการคัดกรองของสถานที่ต่าง ๆ

ภารกิจในวันแรกของนายกรัฐมนตรี เริ่มจากการแวะไปตรวจความพร้อมมาตรการคัดกรองของสนามบินสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี แนวทางการบริหารจัดการของโรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในระบบ Alternative Local State Quarantine (ALSQ) ฯลฯ ก่อนจะบินไปปฏิบัติราชการต่อที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมประเดิมตรวจมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติของสนามบินภูเก็ตต่อ

การรับฟังความเห็นและแนวทางมาตรการจากผู้ประกอบการเอกชน

นอกจากการตรวจความพร้อมมาตรการคัดกรองของสถานที่ต่าง ๆ แล้ว นายกรัฐมนตรี ยังได้ประชุมร่วมกับภาคหน่วยงานราชการ พร้อมด้วยตัวแทนภาคเอกชนหลายคณะ เพื่อรับฟังความเห็นและแนวทางมาตรการช่วยเหลือภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งการประชุมก็มีทั้งรับทราบและเห็นชอบในหลักการต่อโครงการที่ภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่เสนอ

เริ่มจากการนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการและผู้ประกอบการเอกชน เพื่อรับฟังข้อเสนอในการพัฒนาพื้นที่ และแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ณ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบในหลักการของโครการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดภูเก็ต ตามที่ภาคเอกชนเป็นผู้เสนอ จำนวน 13 ข้อ อาทิ ยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การรักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยมาตรการรัฐช่วยอุดหนุนเงินเดือน (Co-Pay) จำนวน 7,500 บาทต่อคน เป็นเวลา 12 เดือน ปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 และ มาตรา 39/40 เป็น 1 % จนถึงเดือนธันวาคม 2564 ปรับปรุงเงื่อนไขโครงการเราเที่ยวด้วยกันในวันจันทร์-พฤหัสบดี รับส่วนลดค่าที่พักเพิ่ม 50 % ให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดประชุมสัมมนาในกลุ่มจังหวัดอันดามัน ขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยว การจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามัน วงเงิน 50,000 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ สาย บ.เมืองใหม่ -บ.เกาะแก้ว ระยะทาง 22.4 กม.

ในขั้นตอนต่อไป หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละมาตรการที่ได้เห็นชอบในหลักการ  จะต้องไปจัดทำรายละเอียดอย่างรอบคอบ และนำเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ “ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ” ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ มีบางโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ การเพิ่มการจัดอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อช่วยกระตุ้นรายได้ในชุมชน

นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะ นำข้อเสนอทั้งหมดไปรวบรวม และกลั่นออกมาเป็นแนวทางการฟื้นฟูจังหวัดภูเก็ตทั้งระยะสั้น และระยะยาว ก่อนนำเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ พิจารณา เนื่องจากภูเก็ตเป็นจังหวัดสำคัญ และได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตครั้งนี้

การหารือกับทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ต่อมาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ก่อนจะเริ่มประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมกับครม. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชนและเกษตรกร เพื่อรับฟังข้อเสนอต่างๆจากหน่วยงานราชการ และจากภาคเอกชน

ที่ประชุมได้รับทราบมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูตามที่ภาคเอกชนเสนอ รวม 6 ด้าน ได้แก่

ด้านการท่องเที่ยว อาทิ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอันดามัน เพื่อความเป็นเมืองน่าอยู่และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้านการเกษตร อาทิ การขับเคลื่อน Thailand Green Rubber ยกระดับยางไทยสู่สากล สนับสนุนการทำประมงนอกน่านน้ำ

ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน

ด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ อนุรักษ์ ฟื้นฟูพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้กลุ่มจังหวัดอันดามันสามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

ข้อเสนอเหล่านี้ รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาและจัดลำดับความสำคัญของโครงการอย่างเร่งด่วน ก่อนนำกลับมาเสนอต่อรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้กลุ่มจังหวัดอันดามันสามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

จ้างงาน 18,000 อัตรา ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคใต้อันดามัน

นอกจากมาตรการที่เสนอโดยภาคเอกชนแล้ว ในที่ประชุม ครม. สัญจร วันที่ 3 พฤศจิกายน กระทรวงแรงงานยังได้จับมือกับกระทรวงมหาดไทย เสนอของบประมาณ จำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้งบ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 แสนล้านบาท เพื่อจ้างงาน 18,000 อัตรา ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคใต้อันดามัน แบ่งเป็น ภูเก็ต 8,000 อัตรา ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท พังงาน สตูล ตรัง กระบี่ และระนอง จังหวัดละ 2,000 อัตรา งบประมาณจังหวัดละ 200 ล้านบาท โดยเป็นการจ้างงานประชาชนในแต่ละพื้นที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ทำงานอาสาและสาธารณะ ค่าตอบแทน 330-340 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 10 เดือน

ส่วนผลการประชุม ครม. สัญจรอีกเรื่องที่น่าสนใจในครั้งนี้ คือ มาตรการการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการที่สำคัญ คือ โครงการคลองท่อมเมืองสปา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำผุดบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และโครงการจัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รายงานว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งในปี 2562 มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นร้อยละ 68 แต่เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการเร่งกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม

นายกรัฐมนตรีชี้ว่า จังหวัดภูเก็ตและเกาะสมุยต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวและบริการถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้จึงถือเป็นบทเรียนให้กับทุกรัฐบาล ทุกภูมิภาคทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแต่รัฐบาลไทย แต่เฉพาะในส่วนของไทย รัฐบาลเห็นว่า เราจำเป็นต้องปรับรูปแบบโครงสร้างของเศรษฐกิจขึ้นใหม่ เพื่อให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เช่น บางจังหวัดอาจเน้นการเกษตร ในขณะที่บางจังหวัดอาจเน้นเรื่องการท่องเที่ยว ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องดูแลทุกคน ประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรในทุกภูมิภาค คำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องเพิ่มความมั่นใจให้ได้ว่า แผนการทำงานของเราในวันนี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ไทยสามารถเผชิญกับวิกฤตใหม่ ๆ ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

18 พฤศจิกายน 2563/ 29 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

17 กรกฎาคม 2563/ 93 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

12 มิถุนายน 2563/ 199 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

11 สิงหาคม 2563/ 90 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1386 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

19 เมษายน 2563/ 232 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 133 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 102 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 88 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 356 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที