เปิดมอเตอร์เวย์โคราช
บรรเทาจราจรช่วงสงกรานต์

ใจความสำคัญ

  • วันที่ 7 เมษายน 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดทดลองใช้งานชั่วคราว มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 สาย บางปะอิน – นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง – อําเภอสีคิ้ว รวมระยะทาง 75 กิโลเมตร โดยเปิดให้ประชาชนใช้ฟรีเพื่อทดลองเส้นทางดังกล่าวในช่วงสงกรานต์ โดยเส้นทางนี้สามารถรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนได้วันละ 80,000 คัน
  • เส้นทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา ได้รับอนุมัติก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2540 เพื่อเชื่อมโยงภาคกลางกับภาคอีสานด้วยระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาเดินทางเพียง 127 นาที แต่ต่อมาประสบปัญหาต่าง ๆ จนโครงการหยุดชะงักลง จน 20 ปีต่อมา เมื่อปี 2560 ในยุคของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ 1 จึงเริ่มก่อสร้างต่อและกำลังจะแล้วเสร็จ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ อันจะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ภาคอีสาน

วันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนที่ใช้ถนนมิตรภาพเพื่อเดินทางกลับอีสานได้เริ่มต้นใช้ถนนใหม่ เพราะรัฐบาลได้ฤกษ์เปิดให้ใช้มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง – อําเภอสีคิ้วเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 9 ถึง 19 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 10 วัน เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางสู่ภาคอีสาน โดยเปิดให้ประชาชนใช้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองใช้งานชั่วคราวมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 สาย บางปะอิน – นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง – อําเภอสีคิ้ว ช่วงจุดตัดกับถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 65 บ้านหนองไผ่ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับทดลองใช้และตรวจความพร้อมเส้นทางจนถึงอำเภอสีคิ้ว ระยะทาง 36 กิโลเมตร หลังจากเร่งรัดการก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อให้ทันกับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงสงกรานต์ 2564

สำหรับจุดที่จะเปิดใช้ชั่วคราว เมื่อวิ่งมาตามถนนมิตรภาพ ทางขึ้นมอเตอร์เวย์ จะอยู่ที่บริเวณหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65 ถนนมิตรภาพ บ้านหนองไผ่ล้อม ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง และไปสิ้นสุดทางออกที่บริเวณด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง อำเภอสีคิ้ว รวมระยะทาง 35.75 กิโลเมตร สำหรับรถที่ลงถนนมอเตอร์เวย์จุดนี้ สามารถเดินทางไปทั้งภาคอีสานตอนบน สู่ถนนทางหลวงหมายเลข 201 ไปสู่จังหวัดชัยภูมิ และเดินทางไปภาคอีสานตอนล่าง ทางถนนทางหลวงหมายเลข 24 จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนขากลับจะเปิดจุดขึ้นถนนมอเตอร์เวย์บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางอำเภอสีคิ้ว และไปลงที่บริเวณหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์

เปิดการจราจรแบบวันเวย์   

ช่วงวันที่ 9 – 13 เมษายน 2564 เปิดใช้เฉพาะฝั่งขาออกมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน เพื่อช่วยระบายรถขาออกจากกรุงเทพฯ หรือ จังหวัดอื่น ๆ เป็นเวลา 5 วัน

ช่วงวันที่ 14 – 19 เมษายน 2564 เปิดใช้ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพฯ เพื่อระบายรถจากภาคอีสานที่มุ่งหน้ากลับเมืองหลวง หรือไปจังหวัดอื่น ๆ เป็นเวลา 5 วันเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมของเส้นทางดังกล่าว โดยปรับปรุงการเชื่อมทางเข้า-ออก จุดกลับรถ ติดป้ายเตือนการใช้ความเร็วบนถนน เช็คระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามสภาพการจราจรตลอดเส้นทาง รวมถึงห้ามผู้ขับขี่หยุดรถเพื่อทำการบันทึกภาพ ทั้งนี้ อนุญาตให้เฉพาะรถยนต์สี่ล้อใช้เท่านั้น และกำหนดความเร็วไว้ที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากสถิติของกรมทางหลวง ปัจจุบัน ถนนมิตรภาพมีปริมาณการจราจรวันละกว่า 1 แสนคัน แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรวันละมากกว่า 2 แสนคัน รวมช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์คาดว่า จะมีประชาชนใช้รถใช้ถนนในเส้นทางสายอีสานจำนวนนับล้านคัน เมื่อรัฐบาลเปิดให้ใช้มอเตอร์เวย์เป็นการชั่วคราวครั้งนี้ จะสามารถช่วยระบายการจราจรที่คับคั่งบนถนนมิตรภาพได้ถึง 40% หรือประมาณ 8 หมื่นคันต่อวัน ทำให้สามารถบรรเทาปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง เพราะโดยปกติแล้ว ผู้ที่ใช้เส้นทางนี้ช่วงเทศกาลจะทราบดีว่า การจราจรจะติดอย่างหนักทุก ๆ ปี ตั้งแต่ปากช่องผ่านลำตะคองไปจนถึงสีคิ้ว

เส้นทางมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ได้ชื่อว่า เป็นถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดในเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงผ่านอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่เส้นทางยกระดับขึ้นสูงเหนือถนนมิตรภาพ จนสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้ชัดเจน

สำหรับถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดในเมืองไทยสายนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเส้นทางในแผนแม่บทระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยเป็นเส้นทางเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับโคราช ศูนย์กลางของภาคอีสาน ให้ถนนมีระยะทางสั้นขึ้น ด้วยระยะทางที่ลดเหลือเพียง 196 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 127 นาที หรือประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อเทียบกับจากเดิมที่การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังโคราชต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นการเชื่อมโครงข่ายการจราจรทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา-จีนตอนใต้ แต่ทว่าการก่อสร้างได้หยุดชะงักไปถึง 20 ปี

20 ปีต่อมา เมื่อปี 2560 ในยุคของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ 1 จึงได้เริ่มการก่อสร้างต่อและกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในเร็ว ๆ นี้ นั่นเพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายถนน เชื่อมโยงเมืองหลักในภูมิภาค และเส้นทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ อันจะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ภาคอีสาน อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงประเทศไทยสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งจะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค

ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวงจึงได้เริ่มการก่อสร้างเส้นทางนี้ต่อ โดยเป็นการลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost ซึ่งเอกชนจะลงทุนก่อสร้างงานระบบและจัดเก็บรายได้ทั้งหมดส่งมอบให้แก่ภาครัฐ ส่วนภาคเอกชนจะได้รับค่าจ้างตอบแทนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา พร้อมทั้งภาครัฐจะจ่ายคืนค่าก่อสร้างงานระบบตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด

การก่อสร้างครั้งนี้ผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา โดยเริ่มต้นโครงการที่บริเวณปลายถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก วิ่งขนานไปกับถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ ก่อนไปสิ้นสุดโครงการบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 204 ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา

ถนนสายนี้มีความกว้าง 4-6 ช่องจราจร มีทางแยกต่างระดับ เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงสายสำคัญ ๆ ทั้งหมด 10 แห่ง ได้แก่

– ทางแยกต่างระดับบางปะอิน 1

– ทางแยกต่างระดับบางปะอิน 2

– ทางแยกต่างระดับวังน้อย

– ทางแยกต่างระดับหินกอง

– ทางแยกต่างระดับสระบุรี

– ทางแยกต่างระดับแก่งคอย

– ทางแยกต่างระดับมวกเหล็ก

– ทางแยกต่างระดับปากช่อง

– ทางแยกต่างระดับสีคิ้ว

– ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา

พร้อมด่านเก็บค่าผ่านทางจำนวน 9 แห่ง ที่พักริมทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้ทาง จำนวน 8 แห่ง ตลอดแนวเส้นทางโครงการ

อัตราค่าบริการ 

รถยนต์ 4 ล้อ ธรรมเนียมแรกเข้า 10 บาท ค่าธรรมเนียมตามระยะทางที่ใช้จริง 1.25 บาทต่อกิโลเมตร อัตราสูงสุดที่จัดเก็บอยู่ที่ 240 บาท

รถยนต์เกิน 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 6 ล้อ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 16 บาท ค่าธรรมเนียมตามระยะทางที่ใช้จริง 2.00 บาทต่อกิโลเมตร อัตราสูงสุดที่จัดเก็บอยู่ที่ 380 บาท

รถที่เกิน 6 ล้อขึ้นไป ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 23 บาท ค่าธรรมเนียมตามระยะทางที่ใช้จริง 2.88 บาทต่อกิโลเมตร อัตราสูงสุดที่จัดเก็บอยู่ที่ 550 บาท

งานก่อสร้างแบ่งออกเป็น 40 สัญญา แบ่งเป็นในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา 5 สัญญา สระบุรี 16 สัญญา และนครราชสีมา 19 สัญญา ความคืบหน้าการก่อสร้างปัจจุบัน ภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 93 โดยคาดว่า จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ในช่วงต้นปี 2566

นับจากวันนี้ไปก็อีกราว ๆ 2 ปี พี่น้องชาวอีสานโปรดอดใจรอ เพราะเมื่อเปิดเต็มรูปแบบเมื่อใด ท่านจะเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกสบายขึ้นอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *