4 เดือนช่วงโควิด กับภัยออนไลน์ของเด็กไทย

สังคม, คลิปแนะนำ, พร้อมรับมือโควิด-19, เรื่องน่ารู้, 16 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • ในห้วงเวลาเพียง 4 เดือนของการระบาดไวรัสโควิด-19 (มกราคม 2563 – เมษายน 2563) ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค พบว่า มีข้อมูลการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดเด็ก ทั้งการครอบครอง เผยแพร่ ส่งต่อ สื่อลามกอนาจารเด็ก ผ่านทางอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย พุ่งสูงขึ้นถึง 160,000 เรื่อง มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562 ที่มีเพียง 120,000 เรื่อง
  • ตลอดระยะเวลา 5 ปี คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (Thailand Internet Crimes Against Children Task Force: TICAC) สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้วกว่า 280 คดี ช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายได้ 173 คน ซึ่งนานาชาติต่างให้ความสนใจและยอมรับถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทย และทุกหน่วยราชการ ตลอดจนพันธมิตรในภาคประชาสังคมของไทยในการร่วมกันแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ และเป็นรูปธรรมภายใต้หลักการยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง

นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นมาที่ทั่วโลกประสบกับปัญหาภัยวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกประเทศต่างใช้มาตรการการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคมและการกักตัว แม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เรียนและทำงานที่บ้าน มีการสื่อสารออนไลน์โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลัก ถึงแม้จะช่วยป้องกันไวรัสได้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง คือ ลูกหลานของเรากลับเผชิญกับความสุ่มเสี่ยงมากขึ้นต่อการตกเป็นเหยื่อของภัยในรูปแบบต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต

คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (Thailand Internet Crimes Against Children Task Force: TICAC) ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2558 ตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับศูนย์ข้อมูลเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. National Center for Missing and Exploited Children: NCMEC) มาโดยตลอด พบว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2563 – เมษายน 2563 หรือเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น มีข้อมูลเบาะแสการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดเด็ก ทั้งการครอบครอง เผยแพร่ ส่งต่อ สื่อลามกอนาจารที่มาจากประเทศไทยผ่านทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นถึง 160,000 กรณี ขณะที่ตัวเลขเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2562 มีเพียง 120,000 กรณีเท่านั้น ซึ่งนับว่า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ

ตลอดมา รัฐบาลไทยภายใต้การบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงปัญหาแนวโน้มการล่วงละเมิดที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวเป็นอย่างดี และมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหานี้ ให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ เมื่อปลายปี 2558 รัฐบาลจึงได้ร่วมผลักดันให้เกิดการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา สำหรับความผิดที่เกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ท่ามกลางคำปรามาสจากหลายคนและหลายองค์กรในต่างประเทศว่า ประเทศไทยไม่มีวันที่จะเอาจริงกับเรื่องนี้ได้  ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือเรียกชื่อย่อว่า TICAC ขึ้น พร้อมคัดเลือกนายตำรวจฝีมือดีเข้ามารับภารกิจการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการละเมิด การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการครอบครองสื่อลามกอนาจารต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต โดยประสานการทำงานกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ  ก็พบว่า การทำงานของประเทศไทยในเรื่องนี้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว โดยไทยยึดหลักการทำงานให้มุ่งเน้นไปที่คุณภาพของคดีภายใต้หลักการ Child Centric Approach คือ การให้เด็กเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการคุ้มครองปกป้องช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ต่อเด็ก ควบคู่ไปกับการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง โดยข้อมูลเบาะแสการกระทำความผิดนั้น ส่วนหนึ่งเราได้มาจาก U.S. National Center for Missing and Exploited Children หรือ NCMEC ซึ่งให้ความร่วมมือแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจำนวนเฉลี่ยประมาณ 120,000 กรณีในหนึ่งปี

นับตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC ได้เข้าตรวจสอบการ กระทำความผิดแล้วจำนวน 68 คดี สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวน 70 คน และสามารถเข้าช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายที่ถูกละเมิดได้ถึง 27 คน  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ก ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ตลอดจนนักสังคมสงเคราะห์ ทุกครั้งที่มีการเข้าช่วยเหลือเด็ก

กลอุบายที่ผู้กระทำความผิดมักนำมาหลอกลวงคือ การสร้างโปรไฟล์ Facebook ,Twitter ฯลฯ โดยใช้ภาพของหญิงสาวหรือชายหนุ่มหน้าตาดีมาสร้างบัญชีผู้ใช้ โพสต์รูปและข้อความที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้เด็กซึ่งอยู่ในวัยกำลังค้นหา อยากรู้อยากเห็น ให้เข้ามาพูดคุยสนทนา เมื่อเด็กหลงเชื่อ ก็ชวนพูดคุยสร้างเนื้อหาไปในทางที่ทำให้เกิดความต้องการทางเพศ แล้วชักชวนให้เปิดกล้องหน้าจอจากโทรศัพท์มือถือ หรือโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ จากนั้น ภาพเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ ก่อนที่ผู้กระทำความผิดจะนำคลิปมาใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่บังคับ เพื่อให้เด็กต้องถ่ายภาพลามกอนาจารต่อไป แลกกับการปกปิดข้อมูลเป็นความลับ

เด็กที่ตกเป็นเหยื่อจึงต้องตัดสินใจเพียงลำพังโดยมีผู้กระทำความผิดบงการ บางคนถึงกับต้องยอมไปมีเพศสัมพันธ์ บางคนถูกข่มขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินหรือเอาชีวิต และเด็กหลาย ๆ คนถูกนำเอาภาพ คลิป ไปเผยแพร่ส่งต่อในโลกอินเตอร์เน็ต สร้างความอับอาย ชื่อเสียงเสียหาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ครอบครัว การเรียน การอยู่ร่วมกับคนอื่นในชุมชน ฯลฯ  หากภาพลามกอนาจารโป๊เปลือยเหล่านั้น หากถูกส่งขึ้นไปอัพโหลดบนโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว ไม่มีทางที่จะลบให้หมดสิ้นได้โดยง่าย นับเป็นภัยอันตรายที่ร้ายแรงอันแฝงมากับการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสม ขาดการตระหนักรู้ของเด็กไทยในยุคสมัยนี้ ซึ่งจะต้องได้รับการแนะนำสั่งสอนอย่างถูกต้องและเร่งด่วน

ทุกวันนี้ อาชญากรรมบนอินเตอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงมากขึ้น และมีวิธีการที่รุนแรงยิ่งขึ้น แม้ภาครัฐจะเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้คดีเหล่านั้นลดน้อยลงได้เลย ดังนั้น การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดและได้ผลมากที่สุด คือการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้น ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองผู้ดูแลเด็ก ที่ต้องใส่ใจให้ความสำคัญกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เนื้อหา content ที่บุตรหลานเข้าใช้บริการ ว่าเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงต้องสร้างความตระหนักรู้ แนะนำ และศึกษาเรียนรู้ถึงภัยร้ายที่แฝงอยู่กับการใช้งานอินเตอร์เน็ต

ทั้งนี้ หากท่านผู้ปกครองหรือประชาชนที่ประสงค์จะสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยร้ายจากอินเตอร์เน็ตที่เหล่าผู้กระทำความผิดใช้เป็นกลอุบายมาหลอกลวง สามารถเข้าไปสืบค้นติดตามค้นหาข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/TICAC2016 ซึ่งจะมีเนื้อหาสาระความรู้ที่เกิดจากการจับกุมคดีที่เกิดขึ้นจริง แล้วนำเสนอถ่ายทอดเป็นเรื่องราวสั้น ๆ เพื่อให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย เกิดการป้องกันเชิงตระหนักรู้ ให้สามารถรู้เท่าทันคนร้ายและป้องกันตนเอง หรือคนใกล้ตัว ไม่ให้หลงกลตกเป็นเหยื่อคนร้ายได้

ในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 12 มิ.ย. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC เข้าตรวจสอบการ กระทำความผิดจำนวน 68 เรื่อง สามารถเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวน 70 คน และสามารถเข้าช่วยเหลือเด็ก ผู้เสียหายที่ถูกละเมิดได้จำนวน 27 คน

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ในการจัดตั้งหน่วยงาน TICAC ขึ้นมาเพื่อปราบปรามการล่วงละเมิดเด็กทางอินเตอร์เน็ต สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดการจับกุมสะสมไม่น้อยกว่า 316 คน และสามารถช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายได้จำนวนถึง 173 คน และทำให้ทั่วโลกรับทราบถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาด้านการละเมิดเด็กทางอินเตอร์เน็ตของประเทศไทย ที่ดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพแบบมืออาชีพ และเป็นรูปธรรมภายใต้หลักการเด็กเป็นศูนย์กลาง

สถิติจำนวนผู้กระทำความผิดที่ถูกจับกุม นับแต่มีการก่อตั้ง TICAC ปี 2559 – 12 มิ.ย.63

สถิติการจับกุมคดีทั้งหมดนับแต่มีการก่อตั้ง TICAC ปี 2559 – 12 มิ.ย.63

สถิติจำนวนเด็ก ผู้เสียหายที่ถูกละเมิดทางอินเตอร์เน็ตที่ได้รับการช่วยเหลือ นับแต่การก่อตั้ง TICAC ปี 2559 – 12 มิ.ย.63

สรุปผลการดําเนินงานของชุดปฏิบัติการ TICAC
ระหว่างวันที่ 15 เมษายน ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2563

(สรุปการดำเนินงานภาคภาษาไทย)

(สรุปการดำเนินงานภาคภาษาอังกฤษ)


*TICAC เป็นชื่อเรียกย่อของ Thailand Internet Crimes Against Children อยู่ภายใต้สังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อตั้งเมื่อ ม.ค.2559 ปัจจุบันมีชุดปฏิบัติการจำนวน 6 ทีมครอบคลุมทั่วประเทศ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ ทีม 1 ดูแลพื้นที่ บช.น., ภ.7, ทีม 2 ดูแลพื้นที่ ภ.1,ภ.2, ทีม 3 ดูแลพื้นที่ ภ.3,ภ.4, ทีม 4 ดูแลพื้นที่ ภ.5, ภ.6 และทีม 5 พื้ดูแลนที่ ภ.8, ภ.8

* NCMEC เป็นชื่อย่อของ U.S. National Center for Missing and Exploited Children ศูนย์ข้อมูลเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

16 มิถุนายน 2563/ 194 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

1 กรกฎาคม 2563/ 111 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

15 เมษายน 2563/ 147 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

28 เมษายน 2563/ 120 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 26 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 43 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 60 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

28 เมษายน 2563/ 478 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 87 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

สถานการณ์
โควิด-19