ยกเว้นภาษีนำเข้าเวชภัณฑ์

พร้อมรับมือโควิด-19, เวชภัณฑ์, 28 เมษายน 2563

ใจความสำคัญ

  • เพื่อเร่งรัดการจัดหาเวชภัณฑ์และยาที่ใช้รักษาไวรัสโควิด-19 รัฐบาลจึงได้ยกเว้นอากรนำเข้า ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะนำเข้าโดยภาครัฐ ภาคเอกชน นิติบุคคล โรงพยาบาล ห้างร้าน บุคคลธรรมดา หรือประชาชนทั่วไป
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เริ่มเปิดระบบ Fast Track ให้สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน โดยใช้เพียงหนังสือชี้แจงที่ออกโดยผู้ผลิต หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์แทน[1] เพื่อช่วยลดขั้นตอนให้สามารถนำเข้าได้อย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่นำเข้าสิ่งของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาไวรัสโควิด-19 มาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณกุศล ให้กับโรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสาธารณกุศลต่าง ๆ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจะให้แก่ผู้ที่บริจาคในช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึง  28 กุมภาพันธ์ 2564

 

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 เป็นเรื่องใหม่ของคนทั่วโลก รัฐบาลของทุกประเทศต่างต้องพยายามหาทางรับมือไม่ให้เชื้อแพร่กระจายและทำร้ายประชาชน แต่การแพร่ระบาดพร้อมกันทั่วโลกนั้น ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงยาที่ใช้รักษาไวรัสโควิด-19  ซึ่งประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าสิ่งเหล่านี้มาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ใช้รักษาโรคได้อย่างทั่วถึงและทันการณ์

รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการผ่อนปรนและยกเลิกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในทุกวิธีที่จะทำได้ เพราะเวชภัณฑ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการสู้วิกฤติไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้  ประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตเอง  ดังนั้น มาตรการหนึ่งที่ช่วยให้ไทยสามารถนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับการรักษาไวรัสโควิดได้จำนวนมากขึ้น คือ การยกเว้นอากรนำเข้ายา เวชภัณฑ์ เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะนำเข้าโดยภาครัฐ ภาคเอกชน นิติบุคคล โรงพยาบาล ห้างร้าน บุคคลธรรมดา หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถนำเข้า ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียอากรนำเข้า[2] รวมถึงยาสูตรผสมที่ใช้ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาไวรัสโควิด-19 ที่ไทยจะสามารถนำเข้าด้วยต้นทุนที่ถูกลง [3] ซึ่งเป็นการออกมาตรการเพิ่มเติมหลังจากที่มีการยกเว้นอากรการนำเข้าหน้ากากอนามัยไปก่อนหน้านี้แล้ว[4]

การดำเนินการนี้ กระทำควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบมาตรฐานของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งจะมีการเปิดระบบ Fast Track ให้สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน โดยใช้เพียงหนังสือชี้แจงที่ออกโดยผู้ผลิต หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์แทน[5] เพื่อช่วยลดขั้นตอนให้สามารถนำเข้าได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ หากใครก็ตามที่ต้องการนำเข้าสิ่งของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาไวรัสโควิด-19 มาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณกุศล ให้กับโรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสาธารณกุศลต่าง ๆ  ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย[6] โดยจะให้แก่ผู้ที่บริจาคในช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2563 –  28 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถเข้าไปยื่นคำร้องขอคืนภาษีดังกล่าวได้ที่สรรพากรในพื้นที่[7] สอบถามรายละเอียดได้ที่ RD Intelligence Center หมายเลขโทรศัพท์ 1161

มาตรการทางภาษีและการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าเหล่านี้ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะช่วยจูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชน มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นอีกช่องทางที่จะช่วยเพิ่มจำนวนและปริมาณเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ หากเราร่วมมือร่วมใจกันในการสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ เชื่อว่าประเทศไทยจะต้องผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน


[1] ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษาวินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกาศวันที่ 10 เมษายน 2563 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/083/T_0019.PDF

[2] คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) (การยกเว้นอากรขาเข้ายาสูตรผสมที่ใช้ผลิตยาต้านไว้รัสเอดส์) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 (อยู่ระหว่างรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษา)

[3] ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 3) ประกาศวันที่ 23 มีนาคม 2563

[4] ให้ได้รับยกเว้นหนังสือรับรองการขายที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐจากประเทศผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือหน่วยงานเอกชนที่หน่วยงานของรัฐในประเทศผู้ผลิตนั้นรับรองหนังสือ EC Certificate หรือ EC Declaration of Conformity แต่ให้ใช้หนังสือชี้แจงจากผู้ผลิตที่ระบุรายละเอียด ดังนี้

1. ชื่อผู้ผลิต ประกอบ หรือบรรจุ และสถานที่ตั้ง

2. ชื่อเครื่องมือแพทย์ โดยจำแนกรายการ เช่น รุ่น แบบ ขนาด รหัสสินค้า เป็นต้น และในกรณีที่ชื่อทางการค้าของเครื่องมือแพทย์ที่ขายภายในประเทศผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์แตกต่างจากชื่อที่จะขายในประเทศไทย ต้องมีการรับรองว่าเป็นเครื่องมือแพทย์อย่างเดียวกัน

3. ข้อความที่แสดงว่า เป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีการขายในประเทศผู้ผลิต แต่หากไม่มีการขายในประเทศผู้ผลิตให้ชี้แจงเหตุผลประกอบ รวมทั้งหนังสือชี้แจงจากผู้ผลิตไม่ต้องผ่านการรับรองของหน่วยงานกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย หรือสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศของประเทศไทย

ทั้งนี้ สามารถโทรติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก อย. ได้ที่ 0 2590 7248 และ 0 2591 8479 (กรณีขออนุญาตเพื่อจำหน่าย) และ 0 2590 7358 และ 0 2590 7361 (กรณีนำเข้าเพื่อบริจาค หรือใช้ในหน่วยงานของรัฐ)

[5] คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการนำเข้ายาเวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ต้านโควิด-19 สำหรับบริจาคเป็นสาธารณกุศล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 (โดยร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. (ร่าง พรฎ.) อยู่ระหว่างรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษา)

[6] สามารถไปยื่นแบบฟอร์มคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10) http://www.rd.go.th/m/fileadmin/download/k10.pdf หลังจากร่าง พรฎ. ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา

[7] สามารถไปยื่นแบบฟอร์มคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10) http://www.rd.go.th/m/fileadmin/download/k10.pdf หลังจากร่าง พรฎ. ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา

28 เมษายน 2563/ 174 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

17 กรกฎาคม 2563/ 923 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 91 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 101 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 68 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

23 มิถุนายน 2563/ 124 Views/ เวลาอ่าน 16 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 152 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

19 เมษายน 2563/ 234 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

28 เมษายน 2563/ 139 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 61 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

สถานการณ์
โควิด-19