เปิดแผนเส้นทางใหม่ กระจายพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศ ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน

คมนาคม, 9 ตุลาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลกำหนดแผนยุทธศาสตร์การขนส่งใหม่ทั้งประเทศ จะสร้างถนนสายใหม่ เหนือเชื่อมใต้ กลางไปอีสาน เพื่อสนับสนุนและรองรับการเคลื่อนย้ายของประชาชน เกิดเมืองใหม่ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเกิดแหล่งเศรษฐกิจใหม่
  • เส้นทางสายใหม่ จะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของไทย และยังเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นระบบ ผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของอาเซียนอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ จากประยุทธ์ 1 ต่อเนื่องถึงประยุทธ์ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถือเป็น1ในผลงานชิ้นโบว์แดง โดยเฉพาะด้านคมนาคม ที่เรียกได้ว่า พัฒนาแบบก้าวกระโดด

หลายโครงการมีความคืบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล การขยายเส้นทางรถไฟรางคู่ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง คิกออฟโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ การก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ ฯลฯ ส่วนโครงการใดที่เคยมีปัญหาการเชื่อมต่อติดขัด ก็สามารถจัดการแก้ไขได้

นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี  64 พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศกลางสภาผู้แทนราษฎร ว่า รัฐบาลมีแผนยุทธศาสตร์การขนส่งใหม่ทั้งประเทศ โดยแผนนี้จะสร้างถนนสายใหม่ เหนือเชื่อมใต้ กลางไปอีสาน แต่ที่ต่างจากของเดิมคือ เส้นทางใหม่จะไม่ทับกับเส้นทางเก่า สองฝั่งถนนจะขนาบข้างไปด้วยรถไฟ และจะมีร่องระบายน้ำที่สามารถนำน้ำไปกักเก็บได้อีกด้วย

เส้นทางสายใหม่ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เกิดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ทำให้เกิดเมืองใหม่ ชุมชนใหม่ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ เกิดแหล่งเศรษฐกิจใหม่

สำหรับผู้ที่รับทำหน้าที่ศึกษาในเรื่องนี้ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ได้ออกแผนแม่บทภายใต้ชื่อ Motorways and Rails  หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า M&R-Map

เบื้องต้นแผนแม่บท M&R-Map ได้แบ่งเป็น N-S Corridors เชื่อมโยงภาคเหนือกับภาคใต้ โดยมี 3 เส้นทาง รวมระยะทาง 2,620 กม. ประกอบด้วย เส้นทางเชียงราย (ด่านแม่สาย) -สงขลา (ด่านสะเดา) ระยะทาง 1,660 กม. เส้นทางหนองคาย (ด่านชายแดนสปป.ลาว) – แหลมฉบัง (EEC) ระยะทาง 490 กม. เส้นทางบึงกาฬ (ด่านชายแดนสปป.ลาว) – สุรินทร์ (ด่านช่องจอม) ระยะทาง 470 กม.

นอกจากนี้ ยังมี East-West (E-W) Corridors เชื่อมโยงภาคตะวันออกกับภาคตะวันตก จำนวน 6 เส้นทาง รวมระยะทาง 2,380 กม. ประกอบด้วย เส้นทางตาก (ด่านแม่สอด)-นครพนม (ด่านชายแดนสปปลาว) ระยะทาง 710 กม. เส้นทางกาญจนบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) – อุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก) ระยะทาง 830 กม. เส้นทางกาญจนบุรี (ด่านพุน้ำร้อน) – สระแก้ว (ด่านอรัญประเทศ) ระยะทาง 310 กม. เส้นทางกาญจนบุรี (ด่านพุน้ำร้อน) – ตราด (ด่านคลองใหญ่) ระยะทาง 220 กม. และการเชื่อมฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน ด้วยเส้นทางชุมพร-ระนอง ระยะทาง 120 กม. และเส้นทางภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 190 กม.

ขณะเดียวกัน สายใหม่จะมีทางแยกต่างระดับทุก10 กม. เพื่อเชื่อมชุมชนสองฝั่งให้เดินทางไปมาหาสู่กันได้

ความคืบหน้าขณะนี้ สนข. คาดว่า จะสามารถสรุปผลการศึกษากรอบโครงการภาพใหญ่ได้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่า จะใช้เวลาในการทำแผนแม่บทให้แล้วเสร็จได้ภายในกลางปี 2564 โดยโครงการนี้คาดว่า น่าจะใช้งบประมาณจากกองทุนมอเตอร์เวย์ที่มีอยู่ราว 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ขณะนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังพิจารณาร่วมกันอีกครั้งว่า จะนำมาใช้ได้อย่างไรบ้างหรือไม่

เส้นทางสายใหม่ จะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของไทย และยังเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดนี้ จะช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของอาเซียนอย่างแท้จริง

เส้นทางคมนาคมถนนหนทางใหม่ ๆ นอกจากจะส่งผลดีในด้านต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว  เหนืออื่นใดถนนหนทางเหล่านี้ จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงโอกาส หากถามว่าโอกาสอะไร ก็คงหนีไม่พ้น “โอกาสแห่งความเท่าเทียม” ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้

#มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน #ชีวิตวิถีใหม่ประเทศไทยหลังโควิด #รัฐบาลไทยจะอยู่เคียงข้างคุณ

9 ตุลาคม 2563/ 13 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

9 ตุลาคม 2563/ 158 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

30 กรกฎาคม 2563/ 63 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

22 เมษายน 2563/ 195 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

23 มิถุนายน 2563/ 198 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

19 มิถุนายน 2563/ 83 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

14 พฤษภาคม 2563/ 193 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

22 เมษายน 2563/ 221 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที