เก็บสายไฟลงใต้ดิน เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่สวยและปลอดภัย

สังคม, 24 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และ กรุงเทพมหานคร เร่งนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ระโยงระยางเป็นภาพที่ไม่น่าดูลงไปไว้ใต้ดิน โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่าเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีสถาปัตยกรรมจำนวนมาก ย่านธุรกิจสำคัญ รวมทั้งแนวรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เพื่อปรับทัศนียภาพให้น่ามอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

ปัญหาของสายไฟ-สายสื่อสารที่พันกันยุ่งเหยิงรุงรังบนเสาไฟฟ้า โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างกรุงเทพมหานคร แม้เป็นภาพที่ชินตาสำหรับคนไทย แต่สิ่งเหล่านี้กลับมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศผ่านสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง โดยเมื่อปี 2559 เป็นที่กล่าวขานเป็นอย่างมากในไทย เมื่อนายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ได้โพสต์ภาพในโลกโซเชียลมิเดีย เพื่อพูดถึงปัญหาของกระแสไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าในแต่ละประเทศ โดยนายบิล เกตส์ ได้นำเสนอรูปภาพสายไฟตามเสาไฟฟ้าที่พันกันระเกะระกะโดยระบุว่ามาจากประเทศไทย

เพื่อให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าที่ออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีทัศนียภาพที่สวยงาม แก้ปัญหามลพิษทางสายตา และบดบังสถาปัตยกรรรม การนำระบบสายไฟลงไปไว้ใต้ดินจึงเป็นคำตอบ

คณะรัฐมนตรี นำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ให้แก้ปัญหาโดยการนำสายไฟฟ้าและสายต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาลงสู่ใต้ดิน ฉบับปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยให้การไฟฟ้านครหลวง รับผิดชอบการดำเนินการโดยใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 2,500 ล้านบาท และใช้เงินรายได้ของการไฟฟ้านครหลวงอีกจำนวน 1,173.40 ล้านบาท วงเงินรวมทั้งสิ้น 3,673.40 ล้านบาท เพื่อนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินระยะทางรวม 215.6 กิโลเมตร

ปัจจุบัน การไฟฟ้านครหลวงได้ดำเนินการเรื่องนี้เสร็จไปแล้ว 46.6 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างรอความพร้อมร่วมกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ อาทิ สายโทรศัพท์ สายเคเบิลอีกคิดเป็นระยะ 169 กิโลเมตร จึงจะดำเนินการไปพร้อมกัน เรียกว่า จะดำเนินการนำสายทุกชนิดลงดินในครั้งเดียว เพื่อไม่ให้ต้องขุดซ้ำกันหลายรอบจนอาจทำให้ประชาชนได้รับความไม่สะดวก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินงานในส่วนแนวรถไฟฟ้า ตามแผนงานเร่งรัด ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย

  1. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนรัตนาธิเบศร์ (ถนนราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก) ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร
  2. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี-ถนนติวานนท์ ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร
  3. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถนนสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 81-ซอยแบริ่ง) รวมระยะทาง 5.5 กิโลเมตร

ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในระยะเวลา 3 – 4 ปีข้างหน้า

อีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเช็คอิน คือ ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ เพราะมีสถานที่สำคัญแสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมอันหลากหลายสวยงาม บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ ที่มีอารยะธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาอย่างยาวนาน ทั้งพระบรมมหาราชวัง โลหะปราสาท ตึกกระทรวงกลาโหม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อีกทั้งยังมีวัดสำคัญต่าง ๆ จำนวนมาก อาทิ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ ภูเขาทอง ฯลฯ สถานที่สำคัญเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเสน่ห์ของเขตเมืองเก่าช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัส สร้างรายได้ให้ประเทศปีหนึ่ง ๆ จำนวนมหาศาล

เพื่อกำจัดภาพเสาโยงสายไฟระเกะระกะจนบดบังทัศนียภาพ รัฐบาล โดยหน่วยงานกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง และกระทรวงมหาดไทย จึงได้เร่งนำสายไฟลงใต้ดิน พร้อมกับวางระบบที่มีความมั่นคงสูงขึ้นในระดับพิเศษเป็นระบบ Secondary Network ซึ่งสามารถรองรับในกรณีที่สายป้อนวงจรใดวงจรหนึ่งขัดข้อง จะมีการเชื่อมโยงแหล่งจ่ายไฟฟ้าอื่น ๆ ให้ช่วยรองรับได้แทนในทันที ช่วยป้องกันเหตุไฟตกไฟดับในพื้นที่ ง่ายต่อการบำรุงรักษา รวมทั้งยังไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่สัญจรผ่านด้วย อาทิ ที่ถนนสีลมบางส่วน รอบ ๆ ดิโอลด์สยาม และดำเนินการเพิ่มเติมที่ถนนบำรุงเมือง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ถนนเฟื่องนคร ถนนเจริญกรุง ถนนราชินี ถนนตะนาว ถนนบวรนิเวศน์ ถนนพระสุเมรุ และถนนอัษฎางค์ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า บนทางเท้าจะมีตู้เหล็กสีครีมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต ภายในตู้คือหม้อแปลงและขั้วต่อต่าง ๆ นั่นเอง

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังได้จัดระเบียบสายสื่อสารเมืองกรุง โดยออกกฎเข้มห้ามพาดสายสื่อสารบนเสา และให้ทุกโครงข่ายลงใต้ดินให้หมด รวมระยะทาง 2,450 กิโลเมตร ครอบคลุมถนนสายหลักสายรองของทั้ง 50 เขตแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน ได้แก่ 1. กรุงเทพฯ ตอนเหนือ 2. กรุงเทพฯ ตะวันออก 3. กรุงธนฯ เหนือ และ 4. กรุงธนฯ ใต้

การจัดระเบียบจะเริ่มนำร่องพื้นที่ชั้นในก่อน โดยก่อสร้างพร้อมกันทั้ง 4 โซน เช่นที่ รัชดาภิเษก สาทร พระราม 3 รวมถึงรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และมีการเปิดตัวโครงการนำร่องบนถนนรัชดาภิเษกทั้ง 2 ฝั่งถนน จากบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะสตรีท ไปทางแยกห้วยขวาง ระยะทาง 1 กิโลเมตร ไปตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2562 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 ซึ่งในการดำเนินงานนำสายลงใต้ดินนั้น ไม่ได้มีเพียงสายไฟ แต่มีสายการสื่อสารของภาคเอกชนรวมอยู่ด้วย จึงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการประสานงานและเตรียมงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นคือ

  1. ทัศนียภาพสวยงามขึ้น เป็นระเบียบเทียบเท่าเมืองใหญ่ในประเทศอื่น ๆ มีต้นไม้ใหญ่ริมถนน
  2. โอกาสเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจากสัตว์ต่าง ๆ เช่น งู นก กระรอก นั้นลดน้อยลง
  3. อุบัติเหตุจากรถชนเสาไฟฟ้าเสียหายจนเกิดไฟฟ้าดับก็จะหมดไป

ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ล้วนเปลี่ยนจากระบบสายไฟบนดินเป็นใต้ดินแทบทั้งสิ้น รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงให้ความสำคัญกับการปรับกรุงเทพฯ รูปโฉมใหม่ ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย ไร้เสาไฟ สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ปลอดภัย เป็นมหานครสีเขียวที่มีความสะดวกสบาย ช่วยสร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

24 กรกฎาคม 2563/ 28 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

16 มิถุนายน 2563/ 120 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 17 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 55 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 82 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 306 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

15 เมษายน 2563/ 116 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

19 มีนาคม 2563/ 115 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 29 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

16 กรกฎาคม 2563/ 18 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที