เพิ่มวันหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวปี 64

ใจความสำคัญ

  • ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลได้นำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว คือ การประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนท่องเที่ยว โดยพบว่า การมีวันหยุดยาวติดต่อกันช่วยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในภาคการท่องเที่ยวครั้งหนึ่งถึง 12,600 ล้านบาท   
  • คณะรัฐมนตรี จึงได้มีมติให้เพิ่มวันหยุดราชการในปี 2564 เป็นกรณีพิเศษอีก 4 วัน รวมเป็น 24 วัน รวมถึงให้มีวันหยุดประจำแต่ละภาคในประเทศไทยได้โดยไม่ถือเป็นวันนักขัตฤกษ์ที่ได้เคยกำหนดไว้เดิม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ เพิ่มเติม ผ่านโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์   

จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่แพร่ระบาดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว การจับจ่ายของประชาชน และภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ แนวทางหนึ่งที่รัฐบาลได้นำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว คือ การประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย  เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเที่ยวปันสุข และโครงการคนละครึ่ง เป็นต้น

โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ มีกระแสตอบรับที่ดีมากจากประชาชน และสามารถจูงใจให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเห็นได้จากภาพผู้คนเนืองแน่นตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งสร้างรายได้ให้ทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ในภาคอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นนับหมื่นล้านบาท

จากสถิติช่วงหยุดยาววันรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10-13 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่า มีผู้ที่ออกมาท่องเที่ยวในประเทศมากถึง 3 ล้านคน อัตราการเข้าพักในโรงแรมและที่พักต่าง ๆ เฉลี่ย 40 % และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศมากกว่า 12,600 ล้านบาท   

ผลลัพธ์ที่ดีมากดังกล่าว ทำให้รัฐบาลพิจารณากำหนดวันหยุดราชการในปี 2564 เพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีกครั้ง  

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเพิ่มวันหยุดราชการในปี 2564 เป็นกรณีพิเศษ 4 วัน รวมวันหยุดทั้งปีเป็นจำนวน 24 วัน ซึ่งรวมถึงวันหยุดราชการประจำภาค ที่จะให้ทดลองใช้ในปี 2564 ด้วย

สำหรับวันหยุดกรณีพิเศษปี 2564 ที่เพิ่มมา 4 วัน มีดังนี้

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 (วันตรุษจีน)

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 (ช่วงเทศกาลสงกรานต์)

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 (หยุดชดเชยวันเข้าพรรษา)

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 (หยุดกรณีพิเศษเนื่องในวันมหิดล)

สำหรับวันหยุดราชการประจำภาค มีดังนี้

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคเหนือ (ประเพณีไหว้พระธาตุประจำปี)

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคอีสาน (ประเพณีงานบุญบั้งไฟ)

วันพุธที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคใต้ (ประเพณีสารทเดือนสิบ)

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคกลาง (เทศกาลออกพรรษา)

ทั้งนี้  คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เลื่อนวันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช จากวันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 ไปเป็นวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เพื่อให้ได้วันหยุดที่ยาวต่อเนื่อง 4  วัน สำหรับภาคกลาง

วันหยุดพิเศษดังกล่าวไม่ถือเป็นวันนักขัตฤกษ์ตามปกติ เพราะเป็นวันหยุดพิเศษที่กำหนดสำหรับปี 2564 นี้เท่านั้น สำหรับหน่วยงานบริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาตามความเหมาะสม อาจจะไม่จำเป็นต้องหยุดตามที่รัฐบาลกำหนดก็ได้ ส่วนภาคเอกชนและภาคธนาคารก็ให้ผู้บริหารหน่วยงานพิจารณาตามความเหมาะสมเช่นกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหลักร่วมกับกระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดมาตรการจูงใจให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและบริโภคสินค้าภายในประเทศมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคบริการในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งเศรษฐกิจฐานราก

แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ แต่หากประชาชนปฏิบัติตามหลักการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ด้วยการสวมหน้ากากในที่สาธารณะ เว้นระยะห่างทางสังคม และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การควบคุมโรคของแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้สามารถลดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุด พวกเราก็จะสามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวทั่วไทยได้อย่างปลอดภัยในวันหยุดยาวต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดให้เพิ่มเติม อันจะเป็นการส่งความสุขต่อให้แก่บุคลากรในภาคบริการของไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *