เพิ่มโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อการทำประมงพื้นบ้านยั่งยืน

เศรษฐกิจ, เรื่องในกระแส, 2 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • “การออกล่าจับปลาทั้งฝูง” เพื่อให้ได้ปริมาณปลาจำนวนมากโดยไม่คำนึงถึงขนาด ทำให้จำนวนปลาในท้องทะเลไทยลดลงไปมาก หลายชนิดเข้าขั้นใกล้วิกฤติ
  • รัฐบาลตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้กำหนดนโยบายสนับสนุนอาชีพการทำประมงอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนทำประมงพื้นบ้านด้วยการออกมาตรการจดทะเบียนและจัดทำอัตลักษณ์ให้กับเรือประมงพื้นบ้าน การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน การยกระดับวิถีการทำประมงพื้นบ้านสู่สายตาประชาคมโลกและการยกระดับสินค้าสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและรายได้ให้ชาวประมง

ประมงพื้นบ้าน คือวิถีชาวประมงรายย่อย ที่ทั้งครอบครัวฝากชีวิตกับเรือหนึ่งลำ เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ใช้เครื่องหางยาว ออกจับปลาบริเวณแนวชายฝั่ง ใช้เวลาหนึ่งคืน ออกเรือตอนค่ำ กลับเข้าฝั่งในตอนเช้า และใช้เครื่องมือจับที่ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ เช่น เบ็ดมือ ลอบ อวนลอย ในแต่ละรอบออกเรือ จึงได้สัตว์น้ำไม่มาก แต่สัตว์น้ำที่จับได้มักเป็นที่เลื่องลือถึงความสด สะอาด รักษาธรรมชาติ

นับตั้งแต่ประเทศไทยมี พ.ร.บ. ประมงเมื่อปี 2490 ในขณะนั้นท้องทะเลอุดมไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา กฎหมายประมงที่ออกมาจึงมีทิศทาง “ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรจากทะเล” เมื่อขาดมาตรการควบคุมที่ดีพอจึงทำให้จำนวนเรือประมงของไทยเพิ่มมากขึ้นโดยไร้ขีดจำกัด  จากการใช้เครื่องมือจับปลาแบบเดิม ที่รอให้ปลามาติดกับ ก็พัฒนากลายเป็นการออกล่าจับปลาทั้งฝูง เน้นปริมาณจำนวนมาก ปลาเล็กปลาน้อยไม่มีข้อยกเว้น นานวันเข้า ทรัพยากรในท้องทะเลจึงลดหายไปจนน่าใจหาย

เมื่อปลาในทะเลไทยลดลงมากจากการทำประมงอย่างไร้ขอบเขต ชาวประมงที่มีเรือขนาดใหญ่จึงเริ่มออกเรือไปจับปลาที่อื่นที่ไกลฝั่งออกไป ขณะที่เรือเล็กของชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถทำได้ เมื่อจับปลาชายฝั่งไม่ได้ รายได้หดหาย พวกเขาจึงต้องหาทางอยู่รอดโดยการออกทำงานรับจ้างในตอนกลางวัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และทางรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดเป็นนโยบายว่า รัฐบาลจะสนับสนุนอาชีพการทำประมงให้เกิดความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการทำประมงอย่างถูกต้อง ผลักดันให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และลดต้นทุนการทำประมง ลดอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมการรวมกลุ่มประมงชายฝั่งและประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างพลังในการประกอบอาชีพ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ในพื้นที่ รวมถึงการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมจากภูมิปัญญาในการแปรรูป มาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และสินค้าประมง

โดยสรุป รัฐบาลได้ดำเนินการสนับสนุนการทำประมงพื้นบ้านให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดย

  1. เปิดให้จดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านทั้งหมดของไทยเพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลเรือประมงพื้นบ้านเป็นครั้งแรก และจัดทำอัตลักษณ์เรือประมงพื้นบ้านทุกลำ กรมเจ้าท่าได้เปิดให้ชาวประมงพื้นบ้านนำเรือมาตรวจและจัดทำอัตลักษณ์เรือ และจดทะเบียนเรือตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 จนถึงเดือนมกราคม 2563 ซึ่งการเปิดให้เรือประมงพื้นบ้านนำเรือมาวัดขนาด ทำอัตลักษณ์และจดทะเบียนเรือในครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลสามารถมีฐานข้อมูลชาวประมงพื้นบ้านที่ครบถ้วนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการที่รัฐบาลจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการตัดสินใจเรื่องการกำหนดมาตรการช่วยเหลือแก่ชาวประมงพื้นบ้านได้ดียิ่งขึ้น จากเดิมที่ชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพจากรัฐได้ ปัจจุบัน เรามีฐานข้อมูลอย่างชัดเจนแล้วว่า เรือประมงพื้นบ้านของไทยมีทั้งสิ้นจำนวน 51,490 ลำ กรมเจ้าท่าได้ตรวจวัดและทำอัตลักษณ์เรือทุกลำแล้ว และได้ทำการขึ้นทะเบียนเรือให้กับเรือประมงพื้นบ้านแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนเรือประมงพื้นบ้านที่ไทยมีอยู่ทั้งหมด ที่เหลือกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการขึ้นทะเบียนเรือโดยกรมเจ้าท่า ซึ่งคาดว่า จะทำได้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ศกนี้
  2. ยกระดับวิถีการทำประมงพื้นบ้านของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมโลก เพื่อประกาศทิศทางของประเทศไทยว่า เราเป็นประเทศที่สนับสนุนและส่งเสริมวิถีการทำประมงอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ดำเนินโครงการส่งตัวแทนจากสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนประมง Fischereischule เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นสำหรับลูกเรือประมง และเป็นโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านของไทยได้แลกเปลี่ยนแนวทางการทำประมงที่ยั่งยืนของเรากับผู้เชี่ยวชาญของประเทศเยอรมนี ทำให้เขาได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของชาวประมงไทยที่มีวิถีการทำประมงอย่างยั่งยืนเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของการทำประมงพื้นบ้านในประเทศไทยในสายตาชาวเยอรมัน ตลอดจนส่งเสริมความมั่นใจในคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำของไทยในทางอ้อมด้วย
  3. ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านหรือชาวประมงพื้นบ้าน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนชาวประมงเช่นเดียวกับเกษตรกรสาขาอื่น ๆ เช่น ชาวนา ชาวสวนยาง ชาวไร่ ชาวสวนผลไม้ เพื่อให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับชาวประมงพื้นบ้านทั้งหมด เพื่อเป็นฐานในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ อันจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวประมงพื้นบ้านจะสามารถเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ การสนับสนุนต้นทุนในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพจากภาครัฐ

    ล่าสุด ภายหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งประชาชนทุกคน ทุกอาชีพ ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รวมถึงชาวประมง รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 ล้านราย โดยให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสดรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน รวม 15,000 บาทต่อคน กรมประมงจึงได้เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนชาวประมงพื้นบ้านซึ่งครอบคลุมทั้งชาวประมงพื้นบ้านที่มีเรือ จำนวน 48,551 คน และชาวประมงไม่มีเรือ (แรงงานบนเรือประมงพื้นบ้าน) จำนวน19,806 ราย (คงเหลือชาวประมงไม่มีเรือประมาณ 4,000 รายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563) เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวมีสิทธิที่จะได้รับเงินเยียวยาข้างต้นด้วย  ซึ่งเดิมที กลุ่มแรงงานบนเรือประมงพื้นบ้านนี้เป็นกลุ่มที่ไม่เคยมีการสำรวจและไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลมาก่อน

  1. ยกระดับสินค้าสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้ชาวประมง เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับราคาสินค้าสัตว์น้ำของกลุ่มประมงพื้นบ้าน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านไทย กรมประมงจึงได้ร่วมกับสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย นำมาตรฐาน “บลูแบรนด์” ซึ่งเป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขในการขอหนังสือรับรองการจับสัตว์น้ำที่จับโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ของสมาคมสมาพันธ์ฯ มายกระดับออกเป็นระเบียบกรมประมง และมาตรฐานการจับ การแปรรูป สินค้าประมงทะเลพื้นบ้านยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคเลือกบริโภคสัตว์น้ำที่จับอย่างถูกต้อง และเป็นการยกระดับราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานนี้ให้สูงขึ้น ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น

จากตัวอย่างมาตรการต่าง ๆ ข้างต้น จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อประโยชน์ของชาวประมงพื้นบ้านเองให้สามารถทำประมงแบบยั่งยืนได้ บนพื้นฐานของการรักษาทรัพยากรทางการประมงและทรัพยากรทางทะเลให้มีความสมบูรณ์อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับภาพการประมงในอุดมคติของเราทุกคนที่ต้องการเห็นทั้งรอยยิ้มของชาวประมงพื้นบ้าน และคุณภาพสัตว์น้ำที่สด สะอาด ไม่ทำร้ายธรรมชาติ และเป็นการทำประมงอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง

2 มิถุนายน 2563/ 138 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

10 กันยายน 2563/ 64 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 138 Views/ เวลาอ่าน 14 นาที

22 เมษายน 2563/ 185 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

23 กรกฎาคม 2563/ 674 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 217 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 43 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 161 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 455 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

19 เมษายน 2563/ 169 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที