อนุมัติงบกลาง 506.67 ล้านบาท แก้ภัยแล้ง-ป้องกันน้ำท่วม

สังคม, 17 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบกลางวงเงิน 506.67 ล้านบาท เพื่อเตรียมการรองรับปริมาณน้ำในหน้าฝน และป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในกรณีที่เกิดอุทกภัย
  • งบดังกล่าวจะใช้ในการกำจัดวัชพืช เพื่อเตรียมความพร้อมการเร่งระบายน้ำหลาก จำนวน 215 แห่ง การขุดลอกคลองหลัก 7 คลอง และคลองสาขา 53 คลอง ในกรุงเทพ ฯ พื้นที่หนองจอก เพื่อเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำออกไปให้มากที่สุด รวมทั้งเร่งสูบผันน้ำจากคลองสะพาน ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในภาคตะวันออก

ณ วันนี้ แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ฝนก็ยังไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้น้ำในเขื่อนหลักทุกเขื่อนอยู่ในภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกที่ต้องเจอกับปัญหาภัยแล้ง แต่ในครึ่งปีหลังซึ่งคาดการณ์ว่า มีโอกาสเกิดพายุซ้อนกันหลายลูก อาจทำให้เกิดน้ำหลาก หรืออุทกภัย เรียกว่าเจอทั้งแล้งและน้ำท่วม ที่ผ่านมาทุก ๆ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและเยียวยาผู้ที่รับผลกระทบ

“น้ำท่วม น้ำแล้ง” เป็นภัยที่ประเทศไทยต้องเผชิญมายาวนาน ส่วนหนึ่งมาจากทำเลที่ตั้งของประเทศไทยซึ่งอยู่ในแนวเขตเส้นศูนย์สูตร มีลมมรสุมพัดผ่านหลายลูกต่อปี แม้ปัจจุบันจะมีระบบชลประทาน ระบบควบคุมการระบายน้ำ เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย โดยเฉพาะในที่ราบลุ่มต่ำที่มีการก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ บุกรุกเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ มีการตัดไม้ทำลายป่า ล้วนแต่ส่งผลให้เส้นทางน้ำเปลี่ยน ไม่มีป่าช่วยซับน้ำ มวลน้ำไม่สามารถไหลระบายได้ทัน และทำให้เกิดน้ำท่วมตามมา

อีกทั้งแหล่งเก็บกักน้ำยังมีไม่เพียงพอสำหรับหน้าแล้ง แต่เมื่อฝนตกมากกว่าปกติ น้ำก็จะล้น จนต้องเร่งระบายออก ทำให้เกิดน้ำท่วมตามมาอีก ต้องเฝ้าระวังและต้องวางแผนบริหารจัดการในภาพรวมให้ดี

เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บัญชาการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองผู้บัญชาการ จึงได้ตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขึ้น ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ซึ่งระบุว่า

“ในกรณีเกิดปัญหาวิกฤติน้ำจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์ หรือพืช หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อย่างรุนแรง ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้ง ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ อำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราว จนกว่าปัญหาวิกฤติน้ำจะผ่านพ้นไป”

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เร่งเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในฤดูฝน และเสี่ยงอุทกภัย โดยให้วิเคราะห์จากข้อมูลในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้วางแผนเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกมาตรการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการหาวิธีเก็บกักน้ำ การกระจายน้ำ และการจูงน้ำไว้ใช้ในยามปกติและในฤดูแล้ง ทั้งการเร่งขุดบ่อน้ำบาดาล จัดหาแหล่งน้ำสำรอง ตั้งจุดแจกจ่ายน้ำประปา เป็นต้น

ขณะนี้ ในตัวเขื่อนทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำสะสมรวมเพียง 49,591 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 60 เท่านั้น แต่ในช่วงเดือน สิงหาคม-กันยายน พ.ศ. 2563 ซึ่งคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีฝนตกลงมามากขึ้น  และถ้าหากน้ำฝนตกลงมาที่ใต้เขื่อน ก็อาจเกิดน้ำหลากท่วมในพื้นที่ภาคกลางได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2563 ภายในกรอบวงเงิน 506.67 ล้านบาท เพื่อใช้เตรียมการรองรับปริมาณน้ำในหน้าฝน ปี 2563 ป้องกันผลกระทบต่าง ๆ จากหน้าฝนที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ โดยมีแผนปฏิบัติงานดังนี้

  1. เร่งกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมความพร้อมการเร่งระบายน้ำหลากในช่วงฤดูฝน จำนวน 215 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำจะไม่ต้องรอการระบายนาน โดยใช้งบประมาณประมาณ 200 ล้านบาท
  2. จัดทำโครงการระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน – อ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เนื่องจากปีที่ผ่านมาฝนตกน้อย ให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกอยู่ในเกณฑ์น้อย จึงต้องผันน้ำที่จะไหลลงทะเลมาเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาน้ำกร่อย ที่กระทบต่อการผลิตน้ำประปา โดยใช้งบประมาณประมาณ 187.17 ล้านบาท
  3. ขุดลอก 7 คลองหลัก และ 53 คลองสาขาในกรุงเทพฯ พื้นที่หนองจอกรวม 60 โครงการ โดยใช้งบประมาณประมาณ 95 ล้านบาท

รวมทั้งได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด (จำนวน 1 คณะ ใน76 จังหวัด คณะละ 6 ครั้ง) สนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด (จังหวัดละ 2 คณะ ใน 76 จังหวัด คณะละ 6 ครั้ง) และใช้จัดทำแบบจำลองทางกายภาพลุ่มน้ำเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 17 ลุ่มน้ำเพื่อใช้ในการวางแผนล่วงหน้าด้วย

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข จะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน และที่สำคัญ ยังจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ในเมื่อฟ้าฝนเป็นเรื่องธรรมชาติที่อยู่เหนือการควบคุม ทุกหน่วยงานในรัฐบาลจึงต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการอย่างครบวงจร พร้องรองรับทั้งปัญหาเฉพาะหน้า และแก้ไขในระยะยาวด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลที่ทันสมัย และต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งหมดนี้ จำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

17 กรกฎาคม 2563/ 307 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

15 เมษายน 2563/ 76 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 120 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 17 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 29 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 55 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 29 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

16 กรกฎาคม 2563/ 19 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

1 พฤษภาคม 2563/ 193 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 มีนาคม 2563/ 115 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที