ยอดกาแฟ“ขุนช่างเคี่ยน”ความสำเร็จจาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ

งานด้านกฎหมาย, 19 เมษายน 2563

ใจความสำคัญ

  • “ขุนช่างเคี่ยน” ชุมชนม้งกลางอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แหล่งกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่มีรางวัลการันตีต่อเนื่องในฐานะ 10 สุดยอดกาแฟคุณภาพ
  • พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 นั้น จะทำโครงการให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่อุทยานได้ ตามแนวคิดชุมชนอยู่ได้อย่างเกื้อกูลธรรมชาติ

คอกาแฟพันธุ์แท้ที่นิยมหาแหล่งเมล็ดกาแฟซึ่งมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นคงจะรู้จักชื่อ “กาแฟขุนช่างเคี่ยน” เพราะเป็นกาแฟพิเศษ(Specialty Coffee) ที่มีรางวัลการันตีว่าเป็น 10 สุดยอดกาแฟคุณภาพจากการประกวดสุดยอดกาแฟไทย (Thailand Coffee Fest 2019) และได้รับรางวัล  Best Quality Grade จากสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH: Specialty Coffee Association Of Thailand) โดยมีผู้ประมูลไปในราคาสูงถึงกิโลละ 26,500 บาททีเดียว

“ขุนช่างเคี่ยน” เป็นชื่อของชุมชนชาวม้ง ตั้งอยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีภูมิอากาศหนาวเย็น เหมาะแก่การปลูกต้นกาแฟ หลังจากเป็นที่ยอมรับในวงการกาแฟ ก็ทำให้ชาวม้ง 140 ครัวเรือนกว่าหนึ่งพันคนพากันหันมาปลูกเพิ่มมากขึ้นจนได้ผลผลิตถึง 50 ตันต่อปี ช่วยให้ชาวบ้านก็มีชีวิตที่ดีขึ้น

ไร่กาแฟของชาวม้ง ขุนช่างเคี่ยน แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตอุทยานฯ แต่ทุกคนต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันของทั้ง ผืนป่า-ต้นน้ำ-และคน อย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะมีรายได้ดี แต่ชาวบ้านก็มิได้รุกป่ามากจนสภาพแวดล้อมเสียหาย แต่ร่วมมือกันช่วยรักษาผืนป่าธรรมชาติเดิมเอาไว้ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และยังสามารถพัฒนาขั้นตอนการผลิตให้คงมาตรฐานรสชาติไว้ได้อย่างต่อเนื่อง  นับว่าตรงตามเจตนาของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เมื่อรัฐโดยกรมอุทยานฯ ได้ทำการสำรวจการถือครองที่ดินแล้วเสร็จ  ก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่อุทยานได้ โดยการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา กำหนดขอบเขตที่ประชาชนอยู่และใช้ได้ กำหนดคุณสมบัติประชาชน และกำหนดเงื่อนไข  ซึ่งจะต้องเป็นไปตามแนวคิดที่ให้ชุมชนอาศัยอยู่ภายในเขตป่าอนุรักษ์อย่างเกื้อกูลธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้เองชาวบ้านขุนช่างเคี่ยน จึงได้รับสิทธิครอบครองที่ดินได้อย่างถูกกฎหมาย ช่วยให้หลาย ๆ หน่วยงานของรัฐบาลสามารถเข้าไปช่วยส่งเสริมต่อยอดผลิตผลได้ นับเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนอื่น ที่ทั้งอยู่อาศัยและทำมาหากิน พร้อมกับช่วยรักษาผืนป่าได้ในเวลาเดียวกัน

ขณะนี้ มีประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์จาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 ให้อยู่อาศัยและทำกินต่อไปแบบเกื้อกูลธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้ว จำนวน 3,973 หมู่บ้าน  462,448 ครัวเรือน 1,849,792 คน

 

 

19 เมษายน 2563/ 127 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

28 พฤษภาคม 2563/ 412 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 138 Views/ เวลาอ่าน 14 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

30 กรกฎาคม 2563/ 867 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

22 เมษายน 2563/ 391 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 142 Views/ เวลาอ่าน 13 นาที