คลองผดุงกรุงเกษม เชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

ใจความสำคัญ

  • เรือโดยสารเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม นับเป็น “เส้นทางเดินเรือสีเขียว” สายแรกของไทย เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 โดยใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนทั้งหมดตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการฟื้นฟูคลองผดุงกรุงเกษมซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และคลองอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และจัดระเบียบใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบ “ล้อ ราง เรือ” แบบไร้รอยต่อ
  • บริการเรือโดยสารเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมเป็นประโยชน์กับประชาชนหลายกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และนักท่องเที่ยว เปิดให้บริการวันละ 39 เที่ยว ผ่าน 11 ท่าเรือ และสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสถานีรถไฟหัวลำโพง รวมทั้งท่าเรือคลองแสนแสบ ท่าเรือด่วนเจ้าพระยา และป้ายรถโดยสารประจำทางอีกหลายสาย

คลองผดุงกรุงเกษม เป็นคลองสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยที่ถูกขุดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2394 ในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเริ่มจากปากคลองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเทเวศร์ ผ่านไปยังย่านหัวลำโพง ก่อนจะทะลุไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านที่บริเวณวัดแก้วแจ่มฟ้า ย่านสี่พระยา ระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ขุดแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2395

จุดประสงค์ของการขุดคลองผดุงกรุงเกษมคือ เพื่อขยายเขตเมืองพระนครให้รองรับบ้านเมืองที่มีความเจริญมากขึ้นในยุคสมัยที่มีการเปิดรับการค้ากับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง ตลอดจนรองรับการขยายจำนวนประชากรที่เริ่มหนาแน่นขึ้น โดยนอกจากคลองผดุงกรุงเกษมจะถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางเรือของชาวพระนครแล้ว ยังเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในเขตพระนครอีกด้วย   

หลังจากที่มีการเปิดใช้งานคลองผดุงกรุงเกษมแล้ว ได้มีการก่อสร้างถนนและสถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมมากมายตลอดแนวฝั่งคลอง ไม่ว่าจะเป็นถนนเยาวราช ตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดสะพานขาว ตลาดมหานาค ตลาดนางเลิ้ง ตลาดเทเวศร์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหารและทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมืองหลวงของเรายังคงเจริญเติบโตขึ้นอีกหลายเท่าตัวในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชาชนที่เพิ่มขึ้น บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยีการคมนาคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีการหันไปใช้ถนนและรถยนต์เป็นการคมนาคมหลักของการขนส่งสาธารณะ ส่งผลให้คลองแห่งประวัติศาสตร์นี้ถูก “ดิสรัปท์” และลดบทบาทลง กลายเป็นเพียงคลองเล็ก ๆ ที่มีสะพานทอดข้ามให้รถยนต์ขับแล่นผ่านเท่านั้น

คลองแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับการชุบชีวิตกลับมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2558 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการพัฒนาคลองผดุงกรุงเกษมและคลองอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครให้กลับมามีชีวิตชีวา สมกับฉายา “เวนิสตะวันออก” อีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น นายกรัฐมนตรียังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงของระบบคมนาคมของกรุงเทพฯ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนา ฟื้นฟู และจัดระเบียบคลองสำคัญของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบล้อ ราง เรือ แบบไร้รอยต่อ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดโดยเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้กับประชาชนในระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ภายในปีเดียวกันนั้นเอง รัฐบาลยังได้จัดพื้นที่ริมคลองผดุงกรุงเกษมด้านข้างทำเนียบรัฐบาลให้เป็นตลาดขายกล้วยไม้ ก่อนที่จะต่อยอดเป็นโครงการ “ตลาดน้ำวิถีไทย” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีชีวิตคนไทย ซึ่งในครั้งนั้น นับเป็นโครงการที่มีกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

ต่อมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ทดลองเดินเรือโดยสารเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 โดยเริ่มจากท่าเรือหัวลำโพง ไปถึงท่าเรือเทเวศร์ ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่าน 9 ท่าเรือ โดยในช่วงแรกให้บริการเรือโดยสาร 12 ที่นั่ง จำนวน 4 ลำ ก่อนจะเพิ่มเป็น 6 ลำ นอกจากนี้ ยังนำเรือไฟฟ้าต้นแบบที่ดัดแปลงมาจากระบบน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 1 ลำ โดยสารได้ 40 ที่นั่ง มาทดลองให้บริการแก่ประชาชนเรื่อยมาจนได้ฤกษ์เปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบแล้ว เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี

โดยในครั้งนั้น พลเอก ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นว่า “รู้สึกพอใจ สิ่งที่คิดมาแล้วเกิดเป็นรูปธรรม ขอบคุณ กทม. กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และทุกหน่วยงานที่ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาต่อจากนี้เหมือนกับรถไฟ รถไฟฟ้า มันไม่มีวันสิ้นสุด เพราะคนเพิ่มขึ้น เส้นทางเพิ่มขึ้น จึงก็ต้องดูแลประชาชนให้ทั่วถึง” 

พระเอกสำคัญของเรือสายคลองผดุงกรุงเกษมที่ทุกคนต้องกล่าวถึงคือ เรือพลังงานไฟฟ้า 100% ทั้ง 7 ลำ ที่นำมาให้บริการแทนเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นความริเริ่มที่รัฐบาลและกรุงเทพมหานครต้องการให้คลองผดุงกรุงเกษมเป็น “เส้นทางสีเขียว” ของไทยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังลดมลพิษทางเสียงและอากาศ เนื่องจากเรือเดินด้วยเสียงที่เบาและปลอดฝุ่นควันเพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วย

เรือไฟฟ้าแต่ละลำจะมีหลังคาที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 12 แผง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับระบบไฟส่องสว่างในเรือและสำรองไว้เป็นพลังงานขับเคลื่อน โดยในการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง จะสามารถให้บริการได้นาน 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ตัวเรือยังเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ที่สำคัญ สามารถรองรับผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์ได้ 1 คัน และมีการออกแบบที่นั่งและทางเดินบนเรือให้สะดวกสบายขึ้น มีลายกันลื่นตลอดพื้นเรือเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร  เรือแต่ละลำสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 30 ที่นั่ง

ความเร็วสูงสุดในการเดินเรืออยู่ที่ 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรือสามารถกลับลำได้ 360 องศา เพื่อลดปัญหาการกลับลำเรือในคลอง และมีระบบจีพีเอสติดตามตำแหน่งเรือ รวมทั้งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตรวจสอบการให้บริการประชาชน

เส้นทางเดินเรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษมครอบคลุม 4 พื้นที่เขต ได้แก่ เขตพระนคร เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตปทุมวัน ประกอบด้วยท่าเรือ 11 ท่า ได้แก่ 1. ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง 2. ท่าเรือหัวลำโพง 3. ท่าเรือนพวงศ์ 4. ท่าเรือยศเส 5. ท่าเรือกระทรวงพลังงาน 6. ท่าเรือแยกหลานหลวง 7. ท่าเรือนครสวรรค์ 8. ท่าเรือราชดำเนินนอก 9. ท่าเรือประชาธิปไตย 10. ท่าเรือเทเวศร์ และ 11. ท่าเรือตลาดเทวราช

เรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษม ให้บริการทุกวัน วันละ 39 เที่ยว เรือออกทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น. (อาจะปรับเปลี่ยนเวลาเดินเรือตามความเหมาะสม) โดยในช่วง 6 เดือนแรก (27 พฤศจิกายน 2563 – 26 พฤษภาคม 2564) ให้บริการฟรี หลังจากนั้นจะเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราไม่เกิน 10 บาท ตลอดสาย

จุดเด่นอีกประการของเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมคือ สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนครบตามนโยบาย “ล้อ ราง เรือ” ด้วยจุดเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางตลอดเส้นทาง รวมทั้ง ท่าเรือและรถไฟอื่น ๆ ดังนี้

จุดที่ 1 ต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง

จุดที่ 2 ต่อรถไฟชานเมือง ที่ท่าเรือรถไฟหัวลำโพง

จุดที่ 3 ต่อเรือแสนแสบ ที่ท่าเรือกระทรวงพลังงาน

จุดที่ 4 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟาก ที่ท่าเรือตลาดเทวราช

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/909202

แหล่งที่มา: บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด

และเพราะคลองผดุงกรุงเกษม เป็นคลองแห่งประวัติศาสตร์ จึงมีศักยภาพช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่า ไม่ว่าจะเป็นย่านเทเวศร์ ย่านนางเลิ้ง ย่านเยาวราช-ตลาดน้อย และผ่านสถานที่ราชการขนาดใหญ่ เช่น ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ รวมถึงสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ผ่านโรงเรียนและสถานศึกษา อาทิ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสายปัญญา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร รวมถึงผ่านย่านการค้า อาทิ ตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดมหานาค ตลาดเทเวศร์ ฯลฯ ดังนั้น การสัญจรทางเรือผ่านคลองผดุงกรุงเกษม จึงมีประโยชน์กับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลหลากหลายกลุ่ม ทั้งในเวลาทำการของนักเรียน-นักศึกษา คนทำงาน และในวันหยุดพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

ในอนาคต กทม. ยังมีแผนที่จะพัฒนาตลอดสองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษมต่อไปอีก เช่น การปรับปรุงทางเท้า ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง การสร้างหรือปรับปรุงท่าเทียบเรือ เขื่อน ท่อระบายน้ำ ป้ายประชาสัมพันธ์ตามเส้นทาง ตลอดจนการรักษาความสะอาด การควบคุมและรักษาคุณภาพน้ำ การเปิดจุดท่องเที่ยว และการจัดเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดทำเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเลียบคลองผดุงกรุงเกษมด้วย

การพัฒนาและยกระดับคลองสำคัญเส้นนี้จนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้ชื่อ ผดุงกรุงเกษม ที่หมายความว่า “ค้ำจุนบ้านเมืองให้มั่นคงและมั่งคั่ง” กลับมามีค่าและความหมายมากยิ่งขึ้นอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *