รัฐจัดมหกรรม Job Expo ช่วยคนตกงานและนักศึกษาจบใหม่

เศรษฐกิจ, 10 กันยายน 2563

ใจความสำคัญ

รัฐบาลสนับสนุนการจ้างนักศึกษาจบใหม่ทำงาน 2.6 แสนตำแหน่ง โดยจะช่วยเอกชนจ่ายเงินเดือนไม่เกิน 50% ของค่าจ้าง ระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2564 และจะจัดมหกรรม Job Expo ในวันที่ 26-28 กันยายน 2563 ณ ไบเทค บางนา เพื่อช่วยคนตกงานอีก 1 ล้านคน

  • สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า ปี 2563 จะมีแรงงานถึง 4 ล้านคน ที่เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง โดยคาดการณ์ว่านักศึกษาจบใหม่มีโอกาสได้บรรจุตำแหน่งงานต่ำกว่า 30 % การใช้มาตรการเช่นนี้จึง
  • จะช่วยจูงใจให้ภาคธุรกิจที่มีแนวคิดงดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงาน กลับมาจ้างงานได้

เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้าที่โรคไวรัสโควิด-19 จะเกิดขึ้น ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่แล้ว เมื่อถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโรคที่ปรากฎใหม่ เศรษฐกิจทุกประเทศจึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไปตาม ๆ กัน ไม่เว้นประเทศไทย

รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการหลายชุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เกษตรกร ภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว กลุ่มเปราะบาง นิสิตนักศึกษา รวมถึงกลุ่มภาคธุรกิจน้อยใหญ่ เรียกได้ว่าพยายามให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เพื่อให้ทุกภาคส่วน สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และที่สำคัญเพื่อไม่ให้ต้องปลดลูกจ้าง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า ในปี 2563 จะมีแรงงานจำนวนสูงถึง 8.4 ล้านคน ที่เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์กันว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะทำให้นักศึกษาจบใหม่มีโอกาสได้รับการว่าจ้างไม่ถึง 30%

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเด็กจบใหม่ที่หวังว่าจะได้รับโอกาสในการทำงาน รัฐบาลจึงเร่งหามาตรการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในหลายโอกาสว่า เป็นห่วงนักศึกษาจบใหม่ ขอให้มีมาตรการดูแลคนกลุ่มนี้ด้วย

ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ออกมาตรการเพื่อดูแลและป้องกันการที่นายจ้างจะตัดสินใจไม่จ้างนักศึกษาจบใหม่ เพราะหากประชาชนกลุ่มนี้ไม่มีงานทำ ย่อมจะส่งผลกระทบตามมาเป็นลูกโซ่อย่างแน่นอน

แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลในเวลานี้ จึงมุ่งเน้นที่มาตรการสนับสนุนการจ้างงานและการจ้างงานเพิ่มทั้งในภาพรวม และเพื่อรองรับนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบใหม่กว่า 4 แสนคนในปีนี้ รวมทั้งผู้ที่ยังตกงานอยู่เดิม โดยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 ที่ประชุม ครม. จึงได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ จำนวน 260,000 คน ตามที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือ ศบค. ได้เสนอ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชน หรือ Co-Payment

ภายใต้มาตรการข้างต้น รัฐบาลจะช่วยเอกชนจ่ายเงินเดือนลูกจ้างใหม่ไม่เกิน 50% ของค่าจ้าง ตามวุฒิการศึกษา แบ่งเป็น

  • ผู้จบการศึกษาด้วยวุฒิ ปวช. รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนไม่เกิน 4,700 บาท ต่อเดือน
  • ผู้ที่จบการศึกษาด้วยวุฒิ ปวส. รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนไม่เกิน 5,750 บาท ต่อเดือน
  • ผู้ที่จบการศึกษาด้วยวุฒิปริญญาตรี รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนไม่เกิน 7,500 บาท ต่อเดือน

สำหรับผู้ที่จะลงทะเบียนเพื่อเข้ารับเงินอุดหนุนนี้ ต้องมีคุณสมบัติเป็นคนไทย อายุไม่เกิน 25 ปี หรือถ้าเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 25 ปี ต้องสำเร็จการศึกษาในช่วงปี 2562 – 2563 โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือเอกชน เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2564

ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะเข้าโครงการ จะต้องไม่ลดการจ้างงานเกินกว่า 15% ของลูกจ้างเดิมที่มีอยู่ และจะต้องทำสัญญา 2 ส่วน ส่วนแรก คือ สัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ส่วนที่สอง คือ สัญญาระหว่างนายจ้างกับกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่านายจ้างจะทำตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดไว้

มาตรการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 23,476.4 ล้านบาท โดยใช้เงินจากเงินกู้ตาม พ.ร.ก. การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท

ปัจจุบันมาตรการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากภาคเอกชน ด้านตัวแทนภาคเอกชน เช่น นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่า มาตรการนี้ จะช่วยให้ภาคธุรกิจที่มีแนวคิดงดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานเปลี่ยนนโยบายกลับมาเปิดรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานอีกครั้ง โดยประธาน ส.อ.ท. ยังชี้ว่า มาตรการนี้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องมือแพทย์ และภาคบริการ

นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว กระทรวงแรงงานยังเตรียมจัดงาน Thailand Job Expo 2020 ในวันที่ 26 – 28 กันยายน 2563 ณ ไบเทค บางนา โดยเตรียมตำแหน่งงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง จากทั้งของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน แบ่งออกเป็น ตำแหน่งงานว่างจากกรมการจัดหางานจำนวน 106,312 อัตรา  ตำแหน่งงานต่างประเทศ 112,242 อัตรา ตำแหน่งงานพาร์ทไทม์ จำนวน 66,881 อัตรา การจ้างงานโดยภาครัฐจำนวน 410,415 อัตรา การจ้างงานตามมาตรการส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ จำนวน 260,000 อัตรา ตำแหน่งงานที่คาดว่าจะจ้างแรงงานไทยแทนแรงงานต่างด้าว จำนวน 44,150 คน

ขณะเดียวกันหากเราย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลเองก็ได้จัดสรรงบประมาณอีก 6,478 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานประชาชนทั่วประเทศ 89,719 อัตรา จำนวนถึง 9 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ กลุ่มเป้าหมายการจ้างงานคือ เกษตรกรตำบลละ 2 คน จำนวน 8,018 อัตรา งบประมาณ 865 ล้านบาท
  2. โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน คือ เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานอพยพ ตำบลละ 2 คน จำนวน 6,942 อัตรา งบประมาณ 701 ล้านบาท
  3. โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน คือ ประชาชนทั่วไป จำนวน 1,250 อัตรา งบประมาณ 135 ล้านบาท
  4. โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน 561 ศูนย์ จำนวน 3,366 อัตรา งบประมาณ 7 ล้านบาท
  5. โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ประชาชนในพื้นที่ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 15,548 อัตรา งบประมาณ 928 ล้านบาท
  6. โครงการพัฒนาต้นแบบบูรณาการ จ้างงานในทุกตำบล อำเภอ ทั่วประเทศ กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ได้แก่ ประชาชนในตำบลและอำเภอ ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า จำนวน 14,510 อัตรา งบประมาณ 2,611 ล้านบาท
  7. โครงการเฝ้าระวังสร้างแนวกันไฟ สร้างรายได้ชุมชน กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ประชาชนทั่วไป จำนวน 9,137 อัตรา งบประมาณ 246 ล้านบาท
  8. โครงการศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ผู้ที่จบการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 30 อัตรา ปริญญาตรี 145 อัตรา ปริญญาโท 70 อัตรา ปริญญาเอก 5 อัตรา จำนวน 250 อัตรา งบประมาณ 49 ล้านบาท
  9. โครงการพัฒนาป่าไม้ สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มเป้าหมายการจ้างงาน ได้แก่ แรงงานเครือข่ายความร่วมมือควบคุมไฟป่าเกษตรกร (เพาะกล้า) ประชาชนในชุมชนและผู้ที่จบศึกษาระดับปริญญาตรี 290 อัตรา รวมจำนวน 31,148 อัตรา งบประมาณ 928 ล้านบาท

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่รัฐบาลได้พยายามเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ด้วยหวังมี่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ และให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

10 กันยายน 2563/ 616 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

15 เมษายน 2563/ 206 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

15 เมษายน 2563/ 124 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

10 พฤษภาคม 2563/ 147 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 247 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

23 กรกฎาคม 2563/ 695 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 72 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 151 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

10 เมษายน 2563/ 179 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

11 สิงหาคม 2563/ 43 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที