การสนับสนุนการลงทุนของไทยไม่ใช่มีแค่ EEC

เศรษฐกิจ, 15 เมษายน 2563

เพราะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่มีความสำคัญมากอย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยตั้งแต่ระดับบริษัทขนาดใหญ่ลงไปจนถึงฐานราก และช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้เศรษฐกิจของไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงได้ผลักดันให้เกิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)

ภายใต้การยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อสานต่อความสำเร็จจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยโครงการ EEC นี้มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการลงทุนซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยการสร้างโครงข่ายคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์ ในพื้นที่เป้าหมายนำร่องใน 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

เริ่มตั้งแต่ปี 2559 รัฐบาลได้ริเริ่มการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย : กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ประกอบด้วย 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการเติม 5 อุตสาหกรรมในอนาคต (New-S-curve) ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล แต่ต่อมาในปี 2561 ได้มีการเพิ่มอีก 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาคน สำหรับแผนการลงทุนของรัฐบาลตามกรอบการลงทุนรวมของภาครัฐและเอกชน ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) รวมเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งในตัวโครงการได้มีการออกแบบการขนส่งและการคมนาคมไว้อย่างครอบคลุมทั้งทางถนน ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ รวมถึงให้สิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดให้บรรษัทข้ามชาติจากทั่วทุกมุมโลกสนใจมาลงทุนตั้งฐานการผลิตที่ไทย

ที่มา: กระทรวงอุตสาหกรรม

สรุปการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ :

  1. ทางถนน: ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-ชลบุรี, พัทยา-มาบตาพุด และแหลมฉบัง-นครราชสีมาวงเงินรวม 24,700 ล้านบาท
  2. ทางราง : รถไฟทางคู่ (ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย) และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ‘ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาวงเงินรวม 306,673.86 ล้านบาท
  3. ทางอากาศ : โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) วงเงินรวม 168,814 ล้านบาท
  4. พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ระยะที่ 3) และพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด (ระยะที่ 3) วงเงินรวม 152,639.81 ล้านบาท

โดย ณ วันนี้ (เมษายน 2563) หลายโครงการสำคัญมีความคืบหน้า อาทิ

  • โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เตรียมพร้อมส่งมอบพื้นที่ตามแผน
  • โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก พร้อมเสนอร่างสัญญาต่อคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณา
  • โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 เตรียมเริ่มดำเนินการก่อสร้าง
  • โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F เร่งเจรจา รัฐได้ผลตอบแทนสูงสุด

ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามข่าวสาร และความคืบหน้าของ EEC ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเว็บไซต์  https://www.eeco.or.th/ประชาสัมพันธ์/ข่าวสาร

และบทความเชิงวิชาการเกี่ยวกับ EEC จากธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ที่  https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_08Jul2019.aspx
https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/ArticleAndResearch/FAQ/FAQ_155.pdf

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ)

ในปี 2558 รัฐบาลได้มีการกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทยเพื่อเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน ได้มีการประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไปแล้วรวม 10 จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลา หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี

ผู้เข้าลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และสามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ได้ อาทิ เงื่อนไขผ่อนปรนการลงทุนของ SMEs การขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และการผ่อนปรนด้านทุนจดทะเบียนในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร นอกจากนี้ ยังคงมีการให้บริการ One Stop Service เพื่อช่วยเหลือทั้งในการลงทุน และการทำงานของแรงงานต่างด้าว

ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับรายละเอียดการลงทุนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  ได้ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือที่เว็บไซต์
https://www.nesdc.go.th/more_news.php?cid=296&filename=index

https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=5196

 

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor)

เพื่อพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนที่มีศักยภาพให้เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน รัฐบาลจึงได้มีมติเห็นชอบโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ประกอบด้วย ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในการต่อยอดพัฒนาจากฐานทรัพยากรและกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลให้เกิดความยั่งยืนของการพัฒนาในระยะยาว โดยเป็นกรอบวงเงินงบประมาณกว่า 1.06 แสนล้านบาท รวม 116 โครงการตามกรอบการพัฒนา 4 ด้าน ประกอบด้วย

  1. การพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก (Western Gateway) จำนวน 10 โครงการวงเงิน 9 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการปรับปรุงท่าอากาศยานระนอง และโครงการพัฒนาท่าเรือระนอง
  2. การพัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coast and Andaman Route) จำนวน 31 โครงการ วงเงินรวม 9 หมื่นล้านบาท โดยโครงการที่สำคัญได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะพยาม โครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับประเทศเชื่อมโยงกับศูนย์การแพทย์ทางเลือก ร.พ.ระนอง โครงการปรับปรุงท่าอากาศยานชุมพรเพื่อการท่องเที่ยว และโครงการพัฒนาถนนเลียบชายฝั่งทะเลช่วงสมุทรสงคราม-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง
  3. การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง (Bio-Based and Processed Agricultural Products) จำนวน 32 โครงการ วงเงิน 4 พันล้านบาท โดยโครงการสำคัญ เช่น โครงการสนับสนุนการแปรรูปสมุนไพรแบบครบวงจร โครงการศึกษาการจัดตั้ง SECr ศูนย์ความเชี่ยวชาญการวิจัยเชิงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาสัตว์น้ำเศรษฐกิจภาคใต้ โครงการโรงงานต้นแบบสำหรับผลิตนวัตกรรมยางพารา เป็นต้น
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมวัฒนธรรมและการพัฒนาเมืองน่าอยู่ (Green, Culture, Smart and Livable Cities) จำนวน 38 โครงการ วงเงิน 1 พันล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญเช่น โครงการป่าชายเลนระนองสู่มรดกโลก โครงการเฝ้าระวังภาวะฉุกเฉินเพื่อเตรียมความพร้อมความเข้มแข็งด้านการบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เทศบาลชุมพร โครงการพัฒนานวัตกรรมความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวทางน้ำ โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็น ASEAN Digital Hub โครงการติดตั้งระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการข้อมูล โครงการสร้างระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉินและข้อมูลความปลอดภัย โครงการพัฒนา จ.นครศรีธรรมราชสู่เมืองอัจฉริยะ เป็นต้น

สามารถติดตามรายละเอียดและรายงานการศึกษารูปแบบการพัฒนา SEC ได้ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือที่เว็บไซต์  https://www.nesdc.go.th/ewt_news.php?nid=9559&filename=index

15 เมษายน 2563/ 354 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

2 มิถุนายน 2563/ 536 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

9 ตุลาคม 2563/ 57 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 93 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

15 เมษายน 2563/ 168 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

19 เมษายน 2563/ 232 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1386 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 132 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

12 มิถุนายน 2563/ 199 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

10 กันยายน 2563/ 1185 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที