รัฐบาลตั้งคณะทำงานพิเศษ ลุยกวาดล้างเงินกู้นอกระบบ

เศรษฐกิจ, 26 กันยายน 2563

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลกำลังปรับกระบวนการการทำงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นแบบถาวร เพื่อให้มีหน้าที่เร่งรัดการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าต้องแก้ปัญหาของผู้เดือดร้อนแต่ละรายให้บรรเทาทุกข์ได้ใน 1 สัปดาห์
  • ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่า รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อนายทุนเงินกู้นอกระบอบให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว 25,044 ราย พร้อมทั้งจับกุมนายทุนเงินกู้และผู้ติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีผิดกฎหมายได้อีก 6,002 ราย
  • ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ขณะนี้สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้สำเร็จแล้ว 1,548 เรื่อง จากที่ได้รับแจ้ง 1,947 เรื่อง

ปัญหาหนี้นอกระบบ ถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 1 โดยมีความมุ่งหวังอยากให้ตัวเลขเป็นศูนย์ เหตุผลก็เพื่อให้ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการเก็บอัตราดอกเบี้ยที่แพงลิ่ว หรือถูกติดตาม ข่มขู่เพื่อทวงหนี้ที่หฤโหด สามารถหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ได้

(แนวทางการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ สามารถอ่านได้ที่นี่)

จากสถิติตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2563 รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนเหยื่อนายทุนเงินกู้นอกระบอบ ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้วถึง 25,044 ราย แบ่งเป็นโฉนด 21,304 ฉบับ จับกุมนายทุนเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีผิดกฎหมาย 6,002 ราย การให้สินเชื่อในระบบขวัญใจรายย่อย หรือพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งมียอดสินเชื่ออนุมัติ 269,880 บัญชี รวมเป็นเงิน 7,018.34 ล้านบาท

จากสถิติดังกล่าว เห็นได้ชัดว่า ระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แม้รัฐบาลจะปราบปรามอย่างจริงจัง หรือมีมาตรการให้ประชาชนบางส่วนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาการกู้เงินนอกระบบก็ยังไม่หมดไป ประกอบกับช่วงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้คนทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลให้หลายครอบครัวได้รับผลกระทบ บางครอบครัวที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ในระบบได้ จึงจำใจต้องกู้ยืมเงินนอกระบบ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในการดำรงชีวิตหรือทำธุรกิจ เพราะได้รับการปล่อยกู้ในเวลาอันรวดเร็ว ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แม้รู้ทั้งรู้ว่าอนาคตจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้วางแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและครอบคลุมหลายด้าน ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจึงเตรียมตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าว่า จะใช้เวลาแก้ปัญหาข้อร้องเรียนที่ได้รับแต่ละรายให้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนและมีความคืบหน้าให้ประชาชนเห็นได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์

ในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ต้องมีคำตอบให้ประชาชนถึงความคืบหน้า ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามเป้าหมายระยะยาว ว่าด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาของหนี้นอกระบบ ส่งเสริมการเข้าถึงหนี้ในระบบ และพัฒนาความสามารถในการบริการจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมให้ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากการดำเนินการของส่วนกลางแล้ว ย้อนไปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ได้ระดมยอดขุนพลในสังกัด ทั้งมือปราบ มือสืบ และมือกฎหมาย มารวมตัวกันอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดตั้ง ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) โดยมีพลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เป็นหัวหน้าหน่วย และภารกิจสำคัญของ ศปน.ตร. คือ ปราบปรามเงินกู้นอกระบบให้สิ้นซาก

(ศปน.ตร. ที่มี พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เป็นหัวหน้าหน่วย)

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ขณะนี้บรรดานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดไปในหลายรูปแบบ มิหนำซ้ำยังมีขบวนการชาวต่างชาติเข้ามาทำการล่อลวงให้ประชาชนคนไทยตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมาก

พฤติการณ์ล่าสุดคือ เปิดแอพพลิเคชันให้ประชาชนกู้ยืมเงินผ่านโทรศัพท์ จากนั้นแอปพลิเคชันนี้จะบังคับให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ในโทรศัพท์ เมื่อผิดนัดชำระหนี้ จะมีการทวงหนี้ โดยส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่นที่มิใช่ลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้ได้รับความอับอาย

(ของกลางที่ยึดได้จากการจับกุมขบวนการปล่อยเงินกู้ต่างชาติ จ่ายไม่ตรง-ส่ง SMS ประจาน)

สำหรับรูปแบบการทำงานของ ศปน.ตร. จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลาง และส่วนปฏิบัติการในพื้นที่

ส่วนกลาง หน่วยรับผิดชอบหลักคือ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และมีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีกองสนับสนุนได้แก่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป), กองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

ส่วนปฏิบัติการในพื้นที่ระดับท้องที่ หน่วยรับผิดชอบคือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และตำรวจภูธรภาค 1-9 โดยมีผู้บัญชาการแต่ละภาคเป็นหัวหน้า และมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ ฝ่ายปกครอง อัยการ สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ดินจังหวัด สรรพากรจังหวัด หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม เป็นที่ปรึกษา ขณะนี้ สถานีตำรวจทุกแห่งจะสนับสนุนข้อมูล ประวัติ พฤติการณ์ของนายทุนตลอดจนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เรียกได้ว่า ศปน.ตร. จะเป็นกลไกในการบูรณาการการทำงานอย่างแท้จริง

แม้จะเพิ่งจัดตั้งหน่วยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน แต่ผลงานของ ศปน.ตร. เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา เพราะสามารถแก้ปัญหาตามที่รับร้องเรียนจากประชาชนให้แล้วเสร็จถึง 1,548 เรื่อง จากที่ได้รับแจ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,947 เรื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 399 เรื่อง นอกจากนี้ ยังได้จับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 1,090 ราย ยึดของกลางแบ่งเป็น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ 245 คัน ยึดโฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300 ล้านบาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 คดี สามารถช่วยไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ได้จบแล้วจำนวน 105 เรื่อง

เมื่อเจาะลึกลงรายพื้นที่ พบว่า การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตปริมณฑล ขณะที่ลักษณะการกระทำความผิด สามารถแบ่งออกเป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ ดอกเบี้ยเกินอัตรา 73% แก๊งหมวกกันน็อค 16% กู้ออนไลน์ 6% จำนำรถ 1% วางหลักประกัน 1% จำนอง ขายฝากที่ดิน 1% อื่น ๆ อีก 5 เรื่อง

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ท่านสามารถร้องทุกข์ได้ที่กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หมายเลขโทรศัพท์ 02 234 1068 หรือ ร้องทุกข์ได้โดยตรงที่ สถานีตำรวจทุกแห่ง หรือ ผ่านทางสายด่วน 191 และ 1599, 1155 ศูนย์ดำรงธรรม 1567 ศูนย์รับแจงการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359 และศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม 02-5753344

จากนี้ไป การทำงานของคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวรที่รัฐบาลเตรียมตั้งขึ้นมา บวกกับการทำงานของ ศปน.ตร. จะต้องนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน คือ “เอานรก ที่ชื่อว่าเงินกู้นอกระบบ ออกไปจากความทุกข์ร้อนของคนไทย”

26 กันยายน 2563/ 337 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

2 มิถุนายน 2563/ 373 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 180 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

10 พฤษภาคม 2563/ 158 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 252 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

10 เมษายน 2563/ 256 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 77 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 199 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 527 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

19 เมษายน 2563/ 204 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที