สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิต พลิกฟื้นชุมชน “บึงบางซื่อ”

สังคม, 26 กันยายน 2563

ใจความสำคัญ

  • ชุมชนบ้านบางซื่อ มีผู้อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ได้กลายสภาพเป็นชุมชนแออัดเสื่อมโทรม ไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ เพราะผู้อยู่อาศัยที่นี่ต่างไม่มีทะเบียนบ้านของตัวเอง โครงการสานพลังประชารัฐจึงได้พัฒนาพื้นที่รอบบึงบางซื่อ ให้เป็นที่พักอาศัย 197 ยูนิต ได้แก่ บ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น 3 อาคาร 133 ยูนิต บ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลและไม่มีรายได้ อีก 4 ยูนิต
  • การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ ถือเป็นการดำเนินการตามแนวทางประชารัฐอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นการร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยทุกฝ่ายต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกด้าน

“มันสุขแบบพูดไม่ถูก ที่เรามีบ้านใหม่ที่ดี ฝนตกไม่ต้องไปยกกะละมังมารองน้ำฝน เขาให้ทุกอย่างเรามา ทั้ง ๆ ที่เราเป็นศูนย์”

ปราณี สินปรุ หรือ ป้าเล็ก หนึ่งในชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชุนบ้านบางซื่อ เล่าด้วยความซาบซึ้งใจ หลังย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ จากโครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ

ภาพก่อนเริ่มโครงการ

 

ภาพหลังทำโครงการ

วันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้ชาวชุมชนบึงบางซื่อ จำนวน 60 หลังแรก จากทั้งหมด 197 หลัง พร้อมมอบทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แทนชุมชน ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้านในชุมชน

โดยพลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความฝันของพี่น้องชุมชนบึงบางซื่อเป็นจริง ได้มีบ้านใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้รับทะเบียนบ้าน ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน และระบบการบริการที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้อย่างเท่าเทียม ถือเป็นหนึ่งใน ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าทำโครงการหรือกิจกรรมที่ประสานพลังกันเช่นนี้ เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน ให้กับประเทศไทยต่อไป”

 

ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2561 โดยเป็นที่พักอาศัยทั้งสิ้น 197 ยูนิต ประกอบด้วยบ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น 3 อาคาร 133 ยูนิต และบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแล ไม่มีรายได้ อีก 4 ยูนิต มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางอย่างครบถ้วน ซึ่งการก่อสร้างส่วนนี้ เป็นเพียงแผนงานระยะที่ 1 เท่านั้น ยังมีแผนระยะที่ 2 ที่จะพัฒนาบึงน้ำสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป ภายใต้งบประมาณทั้งสิ้น 600 ล้านบาท

การพลิกฟื้นชุมชนแออัดบึงบางซื่อ ถือเป็นการดำเนินการตามแนวทางประชารัฐอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นการร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งรัฐบาล หน่วยงานรัฐ เอกชน รวมถึงชุมชน อาทิ บริษัท SCG สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท) กรุงเทพมหานคร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.

โดยทุกฝ่ายต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกด้าน มีบ้านของตัวเองพร้อมทะเบียนบ้าน ให้มีการเข้าถึงระบบการบริการของภาครัฐ มีถนนเข้าบ้านที่ปลอดภัย เพื่อให้ลูกหลานเติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนเมือง ที่สำคัญยังมีการพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง

โครงการนี้ยังได้ตั้งเป้าหมายให้เป็นต้นแบบการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน 4 ด้าน ได้แก่

1. ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ
2. ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง
3. ต้นแบบการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัย
4. ต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ

ที่มาของโครงการฯ และการร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงาน

หากถามว่า ทำไมพื้นที่บึงบางซื่อถึงได้รับการพัฒนา คงต้องเล่าย้อนไปตั้งแต่อดีต พื้นที่แห่งนี้ มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 100 ปี เดิมเป็นพื้นที่ของโรงงานปูนซีเมนต์ไทยหรือ SCG นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงงานปี 2453 มีพื้นที่ทั้งหมดราว 61 ไร่ เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ 53 ไร่ เป็นที่ดินขอบบึง 8 ไร่ ถือเป็นแหล่ง “ดินดำ” ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซีเมนต์ จากนั้น ทางบริษัทได้ทำการก่อสร้างที่พักให้คนงานและครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต่อมาจึงได้กลายเป็น “ชุมชนบึงบางซื่อ”

แม้ว่าประมาณปี 2511 บริษัท SCG จะเลิกใช้งานบึงบางซื่อ แต่ในส่วนของชุมชน กลับมีผู้คนอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังมีคนต่างถิ่นอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก จนกลายเป็นชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม แต่ละครอบครัวไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไฟฟ้า การจัดการขยะ ไม่มีถนนเข้าออก เพราะเป็นพื้นที่ตาบอด และที่สำคัญคือ ผู้อาศัยในพื้นที่ล้วนไม่มีทะเบียนบ้านของตัวเอง เป็นเพียงทะเบียนบ้านชั่วคราว ที่ 1 เล่ม มีหลายครอบครัวด้วยกัน ทำให้การติดต่อราชการ การเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐหรือทำธุรกรรมในด้านต่าง ๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ปัญหาข้างต้น ทำให้ บริษัท SCG ได้ตัดสินใจมอบพื้นที่แห่งนี้ให้ภาครัฐ เพื่อพัฒนาแก่ประโยชน์ส่วนรวมในปี 2559 พร้อมจับมือกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 1 ให้เดินหน้าโครงการดังกล่าว จึงแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการและจัดการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น พอช. สนับสนุนสินเชื่อ เพื่อให้ชุมชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน

นอกจากนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังได้สนับสนุนงบประมาณ 200 ล้านบาท ก่อสร้างสวนและพื้นที่ส่วนกลาง รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค

ร.ฟ.ท. อนุญาตให้เช่าใช้ที่ดินเป็นทางเข้า-ออก

สำนักงานเขตจตุจักร ประสานความร่วมมือด้านการก่อสร้าง

ธนาคารออมสิน สนับสนุนงบ 500,000 บาท พัฒนาอาชีพของชุมชน

กรมธนารักษ์ อุดหนุนงบประมาณ 200,000 บาท ในการพัฒนาอาชีพและรับมอบดูแลที่ดินจาก SCG เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงต่อชุมชนต่อไป

ความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้แก้ปัญหาได้ลงตัว ก่อนจะเริ่มก่อสร้างได้จริงในปี 2561

หากจะกล่าวถึงหัวใจความสำเร็จของโครงการ นอกจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกปัจจัยสำคัญคงมาจากการที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่ม ตั้งแต่การยืนยันสิทธิ์ร่วมโครงการ การสร้างวินัยการออม ด้วยการสะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน การร่วมกันคิดและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต กำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน ดูแลสิ่งแวดล้อมและความสะอาดของชุมชน รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น พื้นที่จอดรถส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางสำหรับเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ในอาชีพค้าขาย มีครัวกลาง มีลานกีฬา และพื้นที่สีเขียว ผลจากการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนทัศนคติ มีความเอื้ออาทร ทำเพื่อส่วนรวม เป็นชุมชนเข้มแข็ง

ล่าสุด ในปี 2563 ธนาคารออมสินยังได้คัดเลือกชุมชนบึงบางซื่อ โดยเข้ามาสนับสนุนระบบ ZyclonicTM by SCG หรือนวัตกรรมระบบบำบัดน้ำเสียจากอาคารชุดในชุมชน ให้สามารถนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ รวมทั้งสนับสนุนการเลี้ยงปลา การทำแปลงผักสวนครัวระบบน้ำหยด โรงเรือนเพาะเห็ด เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในชุมชน และยังช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน

การบรรลุตามวิสัยทัศน์

นับตั้งแต่รัฐบาล ของพลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ การดูแลเกี่ยวกับที่พักอาศัยของผู้มีรายได้น้อยและการฟื้นฟูชุมชนแออัดเกิดขึ้นอย่างมากมาย เรียกได้ว่า มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการแฟลตดินแดงแห่งใหม่ ฟื้นฟูชุมชนคลองลาดพร้าว โครงการบ้านเช่าราคาพิเศษ ฯลฯ ซึ่งมีการกำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ที่มีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ตามวิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”

26 กันยายน 2563/ 31 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

15 เมษายน 2563/ 119 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 64 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 220 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 96 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 151 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

15 เมษายน 2563/ 200 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 276 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

16 กรกฎาคม 2563/ 61 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

23 พฤษภาคม 2563/ 287 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที