จากธงแดงโดย ICAO สู่วันที่เครื่องบิน-ท่าอากาศยานไทย ปลอดภัยเทียบสากล

คมนาคม, 22 เมษายน 2563

ใจความสำคัญ

  • นับจากสายการบินประเทศไทยถูก ICAO ติดธงแดง รัฐบาลที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าเร่งสะสางปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยปฏิรูปการทำงานใหม่ทั้งระบบเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นรูปธรรม จนกระทั่งสถาบันเอียซ่า (EASA) ของสหภาพยุโรปและสถาบัน ICAO ของสหรัฐอเมริกาให้การยอมรับ โดยใช้ระยะเวลาแก้ไขเพียง 2 ปี 4 เดือน
  • ผลจากที่ไทยถูกปลดธงแดง ส่งผลดีทำให้นานาชาติเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากลมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ เพิ่มเส้นทางบินเข้ามายังไทย  อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศเติบโต และพร้อมก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอีก14 ปีข้างหน้า ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลวางไว้

ทันทีที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ International Civil Aviation Organization  หรือ ICAO  ซึ่งเป็นทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ ที่ตั้งขึ้นเพื่อออกกฎระเบียบและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการบินพลเรือน ได้ประกาศให้ติดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยบนเว็บไซต์รายงานผลการตรวจสอบตามโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล หรือ Universal Safety Oversight Audit Program : USOAP  เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558  ทำให้ธุรกิจการบินของไทยสั่นคลอน  ก่อนที่กรมการบินพลเรือสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration : FAA) จะประกาศขึ้น “บัญชีดำ” หรือแบล็กลิสต์สายการบินประเทศไทยทั้งหมด ที่จะบินเข้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป  พร้อมลดอันดับไทยจากบัญชี 1 คือ ประเทศที่ได้มาตรฐาน ICAO เป็นบัญชี 2  คือ ให้เป็นประเทศที่ไม่ได้มาตรฐาน ICAO

สร้างความสงสัยให้หลายฝ่ายว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมองค์กรเหล่านี้จึงมองว่าไทยเป็นประเทศที่ล้มเหลวด้านมาตรฐานความปลอดภัยในการบินได้ถึงเพียงนี้

การเริ่มต้นเข้าสู่วิกฤติ ICAO ติดธงแดงสายการบินของไทย

ธงแดง ICAO หมายความว่า ณ ขณะนั้น ไทยถูก ICAO ประเมินว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน จากการที่ไทยไม่สามารถกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยการบินของประเทศให้ได้ตามมาตรฐานสากล  ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติ หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้านคือ ICAO มองว่า เครื่องบินและบุคลากรทางการบินของไทยไม่มีความปลอดภัยเพียงพอในการให้บริการด้านการบินนั่นเอง

การติดธงแดงของ ICAO  ทำให้จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประเทศที่ส่งนักท่องเที่ยวมาไทยจำนวนมาก  สั่งระงับไม่ให้สายการบินของไทยเพิ่มเที่ยวบินหรือจุดบิน รวมถึงห้ามเปลี่ยนแบบเครื่องบินที่ทำการบินเข้าประเทศปลายทาง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยโดยตรง

ก่อนที่ไทยจะโดนติดธงแดงนั้น ICAO ได้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน  และพบว่า ไทยมีข้อบกพร่องมากถึง 33 ข้อ ที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ  ซึ่งทุกสายการบินหากต้องการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าจะต้องมีเอกสารยืนยันความปลอดภัยและผ่านการตรวจสอบฉบับนี้ทั้งสิ้น

แก้ปัญหาอย่างบูรณาการ  เพื่อการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สายการบินของไทย

รัฐบาลชุดที่แล้ว ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเร่งสะสางปัญหาของการบินพลเรือนที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยเริ่มจากการปฏิรูปการทำงานใหม่ทั้งระบบ จนกระทั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า (EASA) ประกาศว่า “ไม่แบนไทย” นั่นแปลว่า ยังอนุญาตให้สายการบินของไทย เข้าสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญได้ต่อไป  จนในที่สุด ICAO ก็ถอดชื่อประเทศไทยออกจาก บัญชีประเทศเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน  หรือที่เรียกกันให้เข้าใจง่ายว่า ปลดธงแดง ICAO ได้สำเร็จ  เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560  โดยรัฐบาลใช้เวลาในการแก้ไขปัญหารวมทั้งสิ้น 2 ปี 4 เดือน ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ใช้เวลาขั้นต่ำในการแก้ปัญหาเดียวกัน ถึง 2 ปี 10 เดือน

สิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไว้ คือ การเข้าไปแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน และเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากการปฏิรูปมาตรฐานการกำกับดูแลและปฏิรูปองค์กร  แยกหน่วยงานปฏิบัติกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือนออกจากกันอย่างเด็ดขาด โดยได้ยุบกรมการบินพลเรือนและจัดตั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัย  การรักษาความปลอดภัยและกิจการการบินพลเรือน โดยภารกิจด้านสนามบินได้โอนให้กรมท่าอากาศยาน  และภารกิจด้านการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย และการสอบสวนอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับอากาศยาน โอนให้เป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ รัฐบาลได้เชิญและ/หรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหภาพยุโรปเข้ามาช่วยเหลือในด้านเทคนิคโดยเฉพาะในด้านการตรวจประเมินเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศยาน (Air Operator Certificate: AOC) ใหม่  เพื่อยืนยันถึงความสามารถในการปฏิบัติการบินและการใช้เครื่องบินได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบจาก ICAO จนสามารถเริ่มออกใบรับรอง AOC ใหม่ ได้ในวันที่ 12 กันยายน 2559 และรัฐบาลได้สั่งระงับการให้บริการของสายการบินที่ยังไม่ได้รับ AOC ในวันที่ 1 กันยายน 2560 ตามเงื่อนไขของ ICAO จนกระทั่งสามารถปลดธงแดงจาก ICAO เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ได้ในที่สุด

นอกจากนี้ ไทยยังผ่านการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของ ICAO ตามโครงการ Universal Security Audit Program-Continuous Monitoring Approach : USAP-CMA เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งเน้นการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานในประเทศไทย โดยประเด็นเดียวที่ไทยต้องปรับปรุงได้แก่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในปัจจุบันเหนื่อยล้าจนเกินไป

ภารกิจทั้งหมดข้างต้นนี้ จะไม่มีวันสำเร็จลงได้ หากปราศจากการร่วมแรงร่วมใจร่วมกันระหว่างทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

บทสรุปที่คนไทยทุกคนได้รับประโยชน์

การผ่านการตรวจสอบโดย ICAO ข้างต้น จนไทยได้รับการปลดธงแดง ทำให้สายการบินของไทยและจากนานาชาติที่มีเส้นทางมาใช้บริการท่าอากาศยานของไทย รวมถึงผู้ใช้บริการทั้งไทยและต่างชาติสามารถเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานการบินของประเทศ ทั้งในส่วนของเครื่องบินและท่าอากาศยาน  มีการเพิ่มเส้นทางบินระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้มีผู้ใช้บริการเดินทางเข้าออกประเทศไทยโดยเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอีก 14 ปีข้างหน้า ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลวางเอาไว้ต่อไป

 

22 เมษายน 2563/ 68 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

22 เมษายน 2563/ 102 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

14 พฤษภาคม 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที