การช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

พร้อมรับมือโควิด-19, มาตรการช่วยเหลือประชาชน, 15 พฤษภาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • นายกรัฐมนตรีสั่งบูรณาการการทำงานเพื่อสำรวจข้อมูลกลุ่มคนเปราะบางทุกประเภทใหม่หมด โดยได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้แทนภาคประชาสังคมที่คลุกคลีและเข้าใจปัญหาเป็นอย่างดี
  • สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) ได้ประสานขอความร่วมมือจากการเคหะแห่งชาติ ใช้บ้านเอื้ออาทร ลาดหลุมแก้ว 2 จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นที่พักชั่วคราวแก่ทั้งคนไร้บ้านและผู้ตกงานไร้ที่อาศัย พร้อมจัดอบรมและหาอาชีพส่งเสริมเพื่อให้ทุกคนสามารถมีที่ยืนในสังคมได้อย่างยั่งยืน

ทันทีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พร้อมมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00 – 04.00 น. หรือ “เคอร์ฟิว” เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือคนเร่ร่อนไร้บ้าน หรือที่เรียกว่า คนไร้ที่พึ่ง โดยเฉพาะย่านหัวลำโพง สถานีรถไฟบางซื่อ สวนสาธารณะ คลองหลอด เสาชิงช้า จนเกิดความเป็นห่วงกังวลในสังคมว่าคนเหล่านี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไร

เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อย่างแท้จริง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งสำรวจลงพื้นที่จริงในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศไทยว่า ยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 แต่ยังตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐอีกหรือไม่ อาทิ ผู้ที่คิดว่าตนเองไม่มีสิทธิ เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้พิการ ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และคนไร้บ้าน โดยเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “กลุ่มเปราะบาง” โดยเร่งจะสำรวจให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ก่อนนำข้อมูลของ 2 กระทรวงมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เรามีข้อมูลของประชาชนในกลุ่มนี้ให้มากที่สุด

นอกเหนือจากการบูรณาการการทำงานของ 2 กระทรวงแล้ว ยังได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และมูลนิธิอิสรชน  มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ และมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ มูลนิธิฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย มูลนิธิพัฒนาการคุ้มครองเด็ก มูลนิธิสายเด็ก1387 สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันดีของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางทุกกลุ่มในสังคมไทยให้ได้มากที่สุดและดีที่สุดเท่าที่ทรัพยากรของประเทศจะเอื้ออำนวย

ผลสำรวจเบื้องต้นของกระทรวงมหาดไทย พบว่า มีกลุ่มคนเปราะบางมากถึง 5.6 ล้านคน ลงทะเบียนในระบบ “เราไม่ทิ้งกัน” ของกระทรวงการคลังไปแล้ว 3 ล้านคน โดยยังเหลือผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับการช่วยเหลืออีกประมาณ 2.6 ล้านคน

นอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และเครือข่ายภาคประชาสังคมแล้ว ยังได้รับความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) เพื่อให้งานแต่ละส่วนขับเคลื่อนไปได้เร็วที่สุด อาทิ การประสานกับฝ่ายความมั่นคงให้ออกหนังสือยกเว้นออกนอกเคหสถานแก่อาสาสมัครเครือข่ายภาคประชาสังคมผู้ที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถลงพื้นที่ดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งที่อาศัยตามที่สาธารณะช่วงเวลาเคอร์ฟิว โดยใช้วิธีบริหารจัดการที่ไม่มุ่งเน้นการควบคุมตัว แต่ใช้วิธีตรึงคนกลุ่มไร้ที่พึ่งเอาไว้ให้อยู่ในพื้นที่เดิม และรักษาระยะห่างในการดำรงชีวิตเพื่อไม่ให้ติดหรือแพร่เชื้อ

นอกจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขยังให้ความรู้เบื้องต้นแก่อาสาสมัคร เพื่อให้สามารถดูแล ระวัง และป้องกันตนเอง รวมทั้งช่วยในการคัดแยกผู้ป่วยหรือผู้เข้าข่ายเจ็บป่วยโรคติดต่อต่าง ๆ เบื้องต้น ทั้งผู้ป่วยจากไวรัสโควิด-19 และผู้ป่วยวัณโรค และเมื่อพบผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ ก็จะช่วยประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้ช่วยนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการรักษาตามขั้นตอนต่อไป

ขณะเดียวกัน สบนร. ได้ประสานงานกับการเคหะแห่งชาติ เพื่อหาจัดหาโครงการหรืออาคารที่ไม่มีผู้พักอาศัย และสามารถใช้เป็นที่พักให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน รวมถึงประชาชนกลุ่มที่ต้องตกงาน ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าที่พักอาศัยเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อไม่ให้ออกมาร่อนเร่ หรือใช้ชีวิตในสวนสาธารณะ เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงสิงหาคม 2563 ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนในเรื่องอาหารจากภาคเอกชนที่ช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  พร้อมกันนี้ ทางกระทรวงแรงงานจะเข้าให้ความช่วยเหลือ ด้วยการช่วยฝึกอบรมอาชีพและจัดหางานให้บุคคลเหล่านี้สามารถเลี้ยงชีพได้โดยไม่เป็นภาระต่อสังคม

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 การเคหะแห่งชาติ พม. กระทรวงแรงงาน ร่วมทั้งภาคประชาสังคม ได้เลือกโครงการบ้านเอื้ออาทร ลาดหลุมแก้ว 2 จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นโครงการนำร่อง โดยคาดว่าคนที่ตกงานและคนไร้บ้านกลุ่มแรก จะสามารถเข้าพักได้ภายในเดือนพฤษภาคม ศกนี้ โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม. ยืนยันว่าแม้รัฐบาลจะกู้เงินจำนวนมาก แต่ก็เพื่อมาช่วยเหลือประชาชนได้ถึง 51 ล้านคนในยามที่เดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19 และเป็นการช่วยเหลือตรงถึงมือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนได้จำนวนมากที่สุดด้วย

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ที่ให้การช่วยเหลือตามบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ทุกคนมีจุดหมายเดียวกัน คือ มุ่งช่วยเหลือและให้โอกาสกลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้ให้สามารถเข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของรัฐในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างที่ยืนให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน  ซึ่งเป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล

15 พฤษภาคม 2563/ 191 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

15 เมษายน 2563/ 198 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 มิถุนายน 2563/ 103 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

19 เมษายน 2563/ 129 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 128 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

22 เมษายน 2563/ 112 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 675 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 68 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

22 เมษายน 2563/ 94 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 197 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

สถานการณ์
โควิด-19