“ม.33 เรารักกัน” เยียวยา 4,000 ให้ 9 ล้านคน

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลมีแผนจะออกมาตรการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม ในโครงการ “ม. 33 เรารักกัน” หรือกลุ่มลูกจ้างประจำ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐใช้สกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการหารือในรายละเอียดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความรอบคอบ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้
  • หลักการเบื้องต้นของโครงการ ม.33 เรารักกัน จะจ่ายเงิน 4,000 บาท แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา33 จำนวนประมาณ 9.27 ล้านคนจากทั้งหมด 11 ล้านคน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2564 ผ่าน www.ม33เรารักกัน.com และคาดว่า จะเริ่มจ่ายเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 22 และ29 มีนาคม และวันที่ 5 และ12 เมษายน 2564 โดยจ่ายให้ครั้งละ 1,000 บาท ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

มาตรการช่วยเหลือประชาชนล่าสุดของรัฐบาล จะมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33  ของ พรบ.ประกันสังคม กล่าวคือ เป็นกลุ่มลูกจ้างประจำที่รัฐกำหนดให้จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมภาคบังคับ โดยขณะนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานเร่งพิจารณาความเป็นไปได้ในการออกมาตรการเพิ่มเติมมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ เพราะรัฐบาลตระหนักดีว่า แม้พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา33 จะไม่ตกงาน แต่ก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และกระทบต่อผู้ประกันตนเป็นลูกโซ่ เช่น การถูกลดค่าทำงานล่วงเวลา ลดชั่วโมงทำงาน หรือไม่ได้ปรับขึ้นเงินเดือน ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงได้หารือกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และทีมเศรษฐกิจ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯลฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหามาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา33 ที่มีอยู่ประมาณ 11 ล้านคน เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือเท่าเทียมกับกลุ่มอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้เคยมีมาตรการช่วยเหลือไปแล้ว ที่ประชุมจึงเห็นชอบในเบื้องต้นต่อหลักการของมาตรการ “ม.33 เรารักกัน” ซึ่งเป็นการให้เงินสนับสนุนประชาชนกลุ่มดังกล่าวคนละ 4,000 บาท โดยคาดว่า จะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 37,100 ล้านบาท

ในชั้นนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการ คาดว่า จะมีดังนี้

คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับเงินโครงการ “ม. 33 เรารักกัน”

1. ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องเป็นผู้ประกันตนตาม ม. 33 ที่มีสัญชาติไทย

2. ผู้ประกันตนตาม ม. 33 ผู้นั้นจะต้องไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

3. ผู้ประกันตนตาม ม. 33 ผู้นั้นจะต้องมีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ณ สิ้นปี 2562

ประมาณการไทม์ไลน์ “โครงการ ม.33 เรารักกัน” ลงทะเบียนเมื่อไหร่-จ่ายเงินตอนไหน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์-7 มีนาคม 2564 – ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com และตรวจสอบการได้รับสิทธิ์

– วันที่ 8-14 มีนาคม 2564 – ธนาคารทำการตรวจสอบข้อมูล รวมทั้งประมวลผลการคัดกรอง/- วันที่ 15-21 มีนาคม 2564 – ผู้ได้รับการยืนยันสิทธิ์กดใช้งานและกดยืนยันตัวผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

– วันที่ 22 และ 29 มีนาคม และวันที่ 5 และ 12 เมษายน 2564 – รับโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังครั้งละ 1,000 บาท

วันที่ 22 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2564 เริ่มใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังจ่ายเงินสำหรับการซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายในโครงการเราชนะ

ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ จะสามารถขอทบทวนสิทธิได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

– วันที่ 15-18 มีนาคม 2564 – ขอทบทวนสิทธิผ่าน www.ม33เรารักกัน.com

– วันที่ 29 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 – ธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูล รวมทั้งประมวลผลคัดกรองและแจ้งยืนยันการได้รับสิทธิ์

– วันที่ 5-11 เมษายน 2564 – ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องกดใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

– วันที่ 5 และ 12 เมษายน 2564 – รับโอนเงินเข้าแอปพลิชันเป๋าตังครั้งละ 2,000 บาท

– 5 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564  เริ่มใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังจ่ายเงินสำหรับการซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายในโครงการเราชนะ

ในชั้นต้น กระทรวงแรงงานประเมินว่า จะมีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้ประมาณ 9.27 ล้านคน จากทั้งหมด 11 ล้านคน โดยกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิ์นี้จะแบ่งเป็น แรงงานต่างด้าวประมาณ 1 ล้านคน ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ตั้งแต่ต้น และผู้ประกันตนชาวไทยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการเราชนะอยู่แล้วอีกประมาณ 1 ล้านคน

เหตุใดถึงต้องจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

โครงการนี้มีหลักการและเหตุผลเหมือนกับ “โครงการเราชนะ” การจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังนั้น จะช่วยให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ต่อ คือ ทั้งแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและเศรษฐกิจฐานราก

เหตุใดจึงไม่ให้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการแก่ผู้มีเงินฝากในบัญชีเกิน 500,000 บาท /เหตุใดโครงการมาตรา 33 เรารักกันถึงไม่ให้เงินเยียวยาเท่ากับโครงการเราชนะ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงแรงงานดูแลพี่น้องแรงงาน นายจ้าง และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เหมือนคนในครอบครัวอย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลอยากจะช่วยเหลือประชาชนทุกคน แต่งบประมาณมีจำกัด เนื่องจากเป็นงบประมาณจากเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ใช้สำหรับโครงการเราชนะ จึงต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกับโครงการเราชนะ โดยมุ่งเยียวยาผู้ที่อยู่ในกลุ่มรายได้น้อยที่สุด ที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนเป็นอันดับแรก ส่วนกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นั้น ยังมีรายได้ประจำอยู่จำนวนหนึ่ง จึงได้รับผลกระทบไม่รุนแรงเท่ากลุ่มในโครงการเราชนะ

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เชิญ 39 องค์กรแรงงาน มาชี้แจงรายละเอียดของโครงการ ม.33 เรารักกัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทยยืนยันว่าพอใจแล้วกับข้อกำหนดที่ไม่ให้ผู้ที่มีเงินฝากในบัญชีเกิน 500,000 บาทได้รับสิทธิ์นี้ และขอบคุณที่รัฐบาลได้ปรับเพดานข้อกำหนดเงินในบัญชีขึ้นจากเดิมที่ต้องมีไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น

ด้านสภาองค์การลูกจ้างสภาพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย เห็นว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีเงินฝากในบัญชีธนาคารเกิน 500,000 บาทมีจำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่จะไม่เข้าระบบแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว  ในขณะที่สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย มีความเห็นว่า แม้จะเป็นเงิน 4,000 บาท แต่เมื่อทุกคนนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเป็นวงรอบก็จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ จึงถือว่าเป็นโครงการที่ดี

ตลอดระยะเวลาที่ประเทศไทยเผชิญการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในทุกสาขาอาชีพ ทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นอันดับแรก โดยมีมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ  เช่น โครงการพักหนี้ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการเราชนะ การจ่ายเงินกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 การลดส่งเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ฯลฯ แต่รัฐบาลก็ไม่เคยลืมผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่น ๆ จึงได้ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมประชาชนไทยทุกคน เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะฝ่าวิกฤตระดับโลกครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคง

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดมาตรการเยียวยาแรงงานที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ได้ที่ https://www.pmdu.go.th/help-insured-for-new-spread/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *