ผ่อนปรนเงื่อนไข Non-Banks “ออมสิน” ปล่อยกู้ช่วยเหลือวิกฤติลูกหนี้รายย่อย

เศรษฐกิจ, มาตรการช่วยเหลือประชาชน, 11 สิงหาคม 2563

ใจความสำคัญ

• เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ผ่อนปรนเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจ Non-Banks เข้าถึงแหล่งเงินกู้ 100,000 ล้านบาทจากธนาคารออมสินได้ง่ายขึ้น กู้ได้เกิน 7 เท่าของเงินทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น และสามารถกู้ได้สูงถึง 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อน โดยสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจถดถอย ทุกธุรกิจทั้งรายใหญ่รายย่อยต่างต้องสะดุดกันทั้งในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก แม้รัฐบาลไทยจะมีมาตรการฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 5 แสนล้านบาท ผ่านธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤติ แต่เพราะเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์หรือดุลพินิจของบางธนาคาร อาจไม่เอื้ออำนวยกับเหล่าธุรกิจและลูกหนี้รายย่อย ทำให้ไม่สามารถยื่นขอวงเงินซอฟต์โลนได้ในปริมาณมากเท่าที่ต้องการ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ต้องมีการบริหารความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้วางเอาไว้ จึงมีธุรกิจจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระหนักดีถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และข้อจำกัดในเรื่องการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำดังกล่าว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) ได้แก่ สินเชี่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ลีสซิ่ง เช่าซื้อ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และสินเชื่อทะเบียนรถ สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากแหล่งวงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ของธนาคารออมสินได้ และสามารถกู้ได้เกิน 7 เท่าของเงินทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น (จากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 7 เท่า) ทั้งหมดนี้ เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการกลุ่ม Non-Banks มีสภาพคล่องดีขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้เรื่องนี้จัดเป็นมาตรการเร่งด่วน เพื่อผู้ประกอบการจะได้มีแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำไปสนับสนุนการผ่อนปรนการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นการช่วยเสริมสภาพคล่อง และสามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยให้ได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งตรวจสอบร่างกฎกระทรวงในเรื่องทันที เพื่อหวังว่า เรื่องนี้จะสามารถเริ่มมีผลบังคับใช้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงผ่อนปรนเงื่อนไขฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566 หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นชอบเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่า น่าจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าว ผู้ประกอบการที่มิใช่สถาบันการเงิน เช่น ลิซซิ่ง ที่ต้องการจะเข้าร่วม ต้องมีการทำรายงานการกู้เงินว่าจะทำการกู้ซอฟต์โลนไปเท่าไร และปล่อยเงินให้กับลูกค้าไปเท่าไร รวมทั้งมีเกณฑ์หรือมาตรการผ่อนปรนให้กับลูกหนี้ที่ตนเองดูแลอยู่อย่างไรบ้าง เพื่อให้การเข้ามาใช้เงินตรงกับวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลช่วยเหลืออย่างแท้จริง

โดยธนาคารออมสิน ได้กำหนดวงเงินให้กู้ตามความสามารถและความจำเป็นของกิจการ รายละไม่เกิน 10% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ณ สิ้นเดือนก่อนการอนุมัติ หรือตามงบการเงิน ปี 2562 แต่ต้องไม่เกินยอดคงค้างของลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีของบริษัท โดยวงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ 2% ต่อปี ระยะเวลาการกู้ 2 ปี โดยผู้ประกอบการ Non-Banks ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

นอกเหนือจากการให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ Non-Banks แล้ว ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามที่กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินโครงการรวม 150,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็เป็นลูกหนี้ Non-Banks ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีลูกหนี้รายย่อย (SMEs) ในกลุ่ม Non-Banks ทั้งระบบ 25.38 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 481,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อบุคคลและบัตรกดเงินสด 48% บัตรเครดิต 31% และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 21%

11 สิงหาคม 2563/ 44 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

16 มิถุนายน 2563/ 223 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 85 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 168 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

4 กรกฎาคม 2563/ 33 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

22 มิถุนายน 2563/ 43 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1178 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

14 เมษายน 2563/ 106 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 113 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

15 เมษายน 2563/ 124 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที