รัฐบาลสนับสนุนให้ประมงพื้นบ้านมีที่ยืน

คลิปแนะนำ, 11 ตุลาคม 2563

การประมงพื้นบ้าน

ประมงพื้นบ้าน (Artisanal Fisheries) คือ การประมงเพื่อยังชีพหรือประมงขนาดเล็ก โดยทั่วไปใช้เรือขนาดเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส มีทั้งใช้เครื่องยนต์และไม่มีเครื่องยนต์ ส่วนใหญ่ใช้เครื่องเรือหางยาว  เป็นกลุ่มที่ทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมง เช่น อวนปู อวนกุ้ง ลอบปลา แห หรือเบ็ดแบบง่าย ๆ ประมงพื้นบ้านเป็นการประมงเพื่อยังชีพ หาอาหารเพื่อลดรายจ่ายครัวเรือน สร้างรายได้ และก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น ซึ่งปริมาณการจับสัตว์น้ำจากการทำประมงพื้นบ้านคิดเป็นร้อยละ 10 จากปริมาณการประมงทะเลทั้งหมด แต่หากคิดมูลค่าแล้วสัตว์น้ำจากการประมงพื้นบ้านจะมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่ามสัตว์น้ำที่จับจากการประมงพาณิชย์ กว่าเท่าตัว

จากการที่ชาวประมงทะเลพื้นบ้านส่วนใหญ่ยังมีฐานะความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ด้อยกว่าชนกลุ่มอื่น รัฐบาลจึงบริหารจัดการประมงชายฝั่งโดยมีนโยบายช่วยเหลือและพัฒนา เริ่มจากการจัดตั้งองค์การสะพานปลาขึ้นตามพระราชบัญญัติแพปลา พ.ศ. 2496 และได้กำหนดหน้าที่ที่สำคัญไว้ คือ ส่งเสริมฐานะ สวัสดิการ หรืออาชีพการประมงและบูรณะหมู่บ้านประมง โดยองค์การสะพานปลาดำเนินการจัดระบบการตลาด ทำถนน สร้างสะพาน ท่าเทียบเรือ ต่อมากรมประมงได้เริ่มโครงการประมงสงเคราะห์เพื่อให้ชาวประมงกู้เงินไปลงทุน ตั้งแต่ปี 2503

ใน ปี 2522 กรมประมงร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จัดตั้งโครงการพัฒนาประมงขนาดเล็กขึ้นที่จังหวัดพังงา ต่อมาในปี 2526 คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้ทุนแก่กรมประมงมาดำเนินโครงการประมงหมู่บ้านภาคใต้ในเขตชนบทพื้นที่ยากจน และโครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้าน ภายหลังทั้งสองโครงการได้รวมกันเป็นโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน มีกิจกรรมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน การพัฒนาอาชีพ การจัดตั้งสหกรณ์การประมง การจัดการประมงชายฝั่ง การแปรรูปสัตว์น้ำและโภชนาการ ตลอดจนฝึกอบรมให้ประชาชนริมฝั่งทะเลประกอบอาชีพประมงและอาชีพต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในปี 2528 กรมประมงเริ่มโครงการพัฒนาประมงชายฝั่งพื้นบ้าน มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้ชุมชนประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ ต่อมาได้ถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามนโยบายรัฐ ในปัจจุบันกรมประมงยังคงมีโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับกลุ่มประมงพื้นบ้าน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ในอดีตช่วงปี พ.ศ.2535 เป็นเวลาแห่งความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติในทะเลไทย เนื่องจากปัญหาการทำประมงโดยใช้อวนรุน อวนลากโดยประมงพาณิชย์ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้าน คนพื้นถิ่นไม่สามารถทำการประมงเพื่อยังชีพได้อีกต่อไป พากันอพยพไปขายแรงงานที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเช่นมาเลเซีย จากจุดนั้นเองได้เกิดพลังความร่วมมือของคนในท้องถิ่นที่มีความรัก และหวงแหนท้องทะเลบ้านเกิด ได้เข้าร่วมการต่อสู้ของภาคประชาชนในนามสมัชชาคนจน เพื่อผลักดันนโยบายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเลไทย การต่อสู้ครั้งนั้น ทำให้ปัตตานีกลายเป็นจังหวัดเดียวที่ปลอดเรืออวนรุน ผลจากการต่อสู้ผลักดันให้รัฐบาลออกประกาศกระทรวงเรื่องห้ามใช้เครื่องมืออวนรุนในท้องที่จังหวัดปัตตานี เกิดกฎหมายที่ให้กำหนดการแบ่งพื้นที่การทำประมงให้เป็นไปอย่างยั่งยืน และหยุดการใช้อวนรุนอวนลากในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน และมีระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลโดยรวม

ปัจจุบันด้วย พรก ประมง 2558 ที่เน้นการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฏหมาย แม้จะช่วยให้ทรัพยากรเริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์  ชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น แต่ชาวบ้านยังคงมีรายได้ต่ำ ยากจน และมีหนี้สินเช่นเดิม จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีแนวคิดในการสร้างจิตสำนึกเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากร และการเริ่มต้นการจดทะเบียนชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างยั่งยืน

11 ตุลาคม 2563/ 39 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

25 พฤษภาคม 2563/ 125 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 กันยายน 2563/ 34 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

15 สิงหาคม 2563/ 36 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 131 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

14 กันยายน 2563/ 30 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

29 กันยายน 2563/ 39 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 96 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 276 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

3 กันยายน 2563/ 1613 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที