“ขยะ” ปัญหาที่ไม่เคยถูกทิ้ง ร่วมกัน “บอกเลิก” บนเส้นทางความยั่งยืน

สังคม, เรื่องในกระแส, 19 พฤษภาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • ปัญหาขยะเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก รัฐบาลไทยได้หยิบยกให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมีแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “สังคมปลอดขยะ” เน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน
  • ปี 2562 ประเทศไทยสามารถเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเลได้ถึง 2.6 พันล้านชิ้นต่อปี พร้อมตั้งเป้าหมายเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก ภายในปี 2564

 

เมื่อจำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยการขยายตัวของเศรษฐกิจ เกิดสินค้าอำนวยความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์แต่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวนมหาศาล ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งเกิดการแข่งขันพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง  ทำให้มีสิ่งของตกยุคกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล  “ปัญหาขยะ” จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจมาโดยตลอด

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า ในปี 2562 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยประมาณ 28.7 ล้านตัน มีการกำจัดอย่างถูกต้องร้อยละ 36 หรือ 10.3 ล้านตัน  มีการคัดแยกและนำกลับไปใช้ร้อยละ 44 หรือ 12.6 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะรีไซเคิลและการทำปุ๋ยอินทรีย์

รัฐบาลตระหนักดีถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย  จึงได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยเป็น “วาระแห่งชาติ”  โดยมุ่งเน้นการลดการเกิดขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำและใช้ประโยชน์ใหม่   อีกทั้งได้จัดทำแผนปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ” ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ระยะ 1 ปี (พ.ศ. 2559-2560) ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ. 2559-2564 ซึ่งเป็นแนวทางเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) และได้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจัดการขยะตกค้างสะสม ผลักดันกฎหมายและกลไกเพื่อการคัดแยกขยะ สนับสนุนการแปรรูปเป็นพลังงาน รวมทั้งสร้างวินัยคนในชาติเพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืนเพราะปัญหาขยะจะไม่มีวันหมดไปหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของประเทศ

เฉพาะในส่วนของขยะพลาสติก พบว่า ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยประมาณปีละ 2 ล้านตัน  มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณ 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 400 ปีในการย่อยสลาย และอาจจะปนเปื้อนอยู่ในระบบนิเวศ ก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่

เมื่อปี 2562 รัฐบาลจึงได้ผลักดันนโยบายและมาตรการในการจัดการขยะมูลฝอย อาทิ ในวันที่ 1 เมษายน 2561   ได้ประกาศมาตรการยกเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ “แคปซีล” ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดขยะทิ้งลงสู่แหล่งน้ำและทะเลจำนวนมาก เพราะมีขนาดเล็กและกระจัดกระจาย ยากต่อการเก็บหรือนำมารีไซเคิล โดยบรรลุเป้าหมายในปี 2562  ซึ่งสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกและลดปริมาณขยะพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเลได้ถึง 2.6 พันล้านชิ้นต่อปี หรือ 520 ตันต่อปี

นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้ประกาศนโยบายเลิกใช้พลาสติกไมโครบีด โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีด ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ออกประกาศห้ามนำเข้า ผลิต และจำหน่ายสารอ็อกโซ่ เพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์พลาสติกไม่ให้มีส่วนผสมของสารอ็อกโซ่ ซึ่งแต่ละตัวเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก สามารถแอบแฝงอยู่ในดินหรือน้ำ และสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของมนุษย์

ด้านขยะในชุมชุม รัฐบาลมีแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในโครงการ “จังหวัดสะอาด” ประจำปี 2562 ส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการจัดการขยะพลาสติกและขยะทะเลในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับขยะจากถุงพลาสติก ซึ่งเป็นขยะในชีวิตประจำวันของประชาชน  ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางบกและทางทะเลมาอย่างยาวนาน นั้น กรมควบคุมมลพิษระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกโดยเฉลี่ยมากถึง 4.5 หมื่นล้านใบต่อปี เป็นถุงที่มาจากตลาดสด 1.8 หมื่นล้านใบ ร้านขายของชำ 1.35 หมื่นล้านใบ ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 1.35 หมื่นล้านใบ รัฐบาลจึงได้ประกาศเป้าหมายเลิกการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก ภายในปี 2564 โดยในระยะที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า คนไทยจากหลายภาคส่วนให้ความร่วมมือในเรื่องนี้อย่างแพร่หลาย เช่น มาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ การลดเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และถุงหูหิ้วในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องดื่ม ฯลฯ

เพื่อแก้ปัญหาการสร้างขยะจากการใช้ถุงพลาสติก รัฐบาล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสมาคมผู้ค้าปลีกไทย จัดโครงการ “Everyday Say No to Plastic Bags” ตั้งเป้าลดถุงพลาสติกจากห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อลง 9,000 ล้านใบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเผยว่า เฉพาะเดือนมกราคม 2563 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกลงได้ถึง 3.75 พันล้านใบ มากกว่าปริมาณถุงพลาสติกที่ลดลงในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 2 พันล้านใบ สะท้อนถึงความสำเร็จจากการรณรงค์อย่างจริงจัง จนสามารถสร้างความตระหนักรู้ที่ทำให้ได้รับร่วมมือจากประชาชน เช่น การปรับพฤติกรรมไม่รับถุง โดยเลือกใช้ถุงผ้าหรือกระเป๋าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แทน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ประกาศเป้าหมายให้ขยะพลาสติกต้อง เข้าสู่ระบบรีไซเคิล และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100% ภายในปี 2570 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการที่ขยะพลาสติกจะต้องหมดไปจากประเทศไทยในอนาคต นั่นหมายความว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของขยะเหล่านี้ก็จะลดลง งบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยก็จะลดลง รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศจากกระบวนการผลิตพลาสติกก็จะลดตามลงไปด้วย

แต่สิ่งที่จะเพิ่มขึ้น คือ คุณภาพของสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย การเพิ่มความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศของเมืองไทย ส่งผลต่อภาพของบ้านเมืองที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทุกเป้าหมายที่กล่าวถึงข้างต้น จะสำเร็จได้ ถ้าทุกคนยอม “ลด” หรือยิ่งดีกว่านั้น คือ “เลิก” เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

19 พฤษภาคม 2563/ 18 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

1 พฤษภาคม 2563/ 108 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

22 เมษายน 2563/ 87 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

15 เมษายน 2563/ 47 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

15 เมษายน 2563/ 33 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

10 เมษายน 2563/ 87 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

22 เมษายน 2563/ 102 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

15 เมษายน 2563/ 47 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

19 มีนาคม 2563/ 84 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

14 พฤษภาคม 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที