ทานผลไม้ไทยได้วิตามินต้านโควิด-19 และช่วยสร้างภูมิต้านทานทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรไทย

พร้อมรับมือโควิด-19, เรื่องน่ารู้, 22 เมษายน 2563

 

พวกเราทุกคนลองมานึกถึงช่วงเวลานี้ (มี.ค.-พ.ค.) ของทุกปีที่ไม่มีสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19  เชื่อว่า เมื่อปีที่แล้วพวกเราบางคนอาจจะกำลังเดินตลาดเพื่อเลือกซื้อผลไม้ที่จะทยอยกันออกมาช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง หรือแรด เงาะ ลำไย ลองกอง มังคุด ระกำ พุทรา ลิ้นจี่ ลูกหว้า กระท้อน ขนุน มะปราง ยิ่งเข้าฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว เช่น สงกรานต์ พวกเราคงจะได้ชิมผลไม้ในช่วงการเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อน ๆ และอยู่ระหว่างการเดินทางไปทะเลในภาคตะวันออก ก็จะได้แวะชิมผลไม้สด ๆ ในสวนผลไม้ในภาคตะวันออก เช่น สวนในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และซื้อฝากญาติมิตรและเพื่อนฝูง

แล้วเราก็กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ณ วันนี้ที่หลายคนคงอยู่ระหว่างการทำงานจากบ้านหรือ และรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้พวกเราทุกคนจำกัดเวลาและสถานที่ในการเดินทางเพื่อจับจ่ายใช้สอย รักษาระยะห่าง และงดการรวมตัวและทำกิจกรรมกับคนหมู่มาก เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายจนกลายเป็นภาระของระบบสาธารณสุขของบ้านเมืองเรา รวมทั้งตอนนี้หลายจังหวัดก็จำกัดการเดินทางเข้าออก สรุปง่าย ๆ คือ พวกเราหยุดการเดินทางและบริโภคน้อยลงโดยอัตโนมัติ แต่ผลไม้ของพี่น้องเกษตรกรไทยไม่ได้หยุดออกผล และยังคงออกมา น่าเสียดายที่ผลผลิตเหล่านี้ไม่สามารถมาถึงพวกเราได้โดยช่องทางปกติ คือ ผ่านตลาดค้าส่ง ค้าปลีก มายังตลาดสด กล่าวคือ ช่องทางตลาดหลายช่องทางได้ถูกปิดชั่วคราว และพวกเราเองก็ไปตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ลองมาดูตัวเลขผลผลิตการปลูกจำหน่ายผลไม้ปีนี้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้ร่วมสำรวจ ณ วันที่ 26 มีนาคม 2563 และแถลงเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา พบว่าผลไม้หลัก 4 ชนิดของภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง จะมีผลผลิตรวมจำนวน 995,501 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 886,959 ตัน (เพิ่มขึ้น 108,542 ตัน หรือร้อยละ12) โดยทุเรียนให้ผลผลิต 550,035 ตัน เงาะ 210,637 ตัน มังคุด 212,345 ตัน และลองกอง 22,484 ตัน โดยผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งจำนวนผลผลิตไม่น้อยเลย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังยืดเยื้ออยู่ ส่งผลให้ระบบขนส่งภายในประเทศมีความยากลำบาก และตลาดปลายทางต่างประเทศก็ยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในไทยเท่าไร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นกับคนงานหรือลูกค้าได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ออกมาตรการมาเพื่อรองรับผลผลิตล่วงหน้า

ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ได้มีการประชุมขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม ผู้ประกอบการด้านการขนส่ง ห้างสรรพสินค้า แพลตฟอร์มค้าออนไลน์ และผู้ส่งออก เพื่อพิจารณามาตรการด้านการดูแลราคาผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด โดยมีข้อสรุปที่จะใช้ 5 มาตรการ ได้แก่

(1) มาตรการด้านการผลิต จะมีการบริหารจัดการเรื่องแรงงานเก็บผลไม้ โดยจะผ่อนผันการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามเขต แต่จะต้องมีการตรวจสุขภาพ การดูแลความเป็นธรรมเรื่องราคาและปริมาณ กำกับดูแลการใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามาควบคุม หากมีกรณีการค้าที่ไม่เป็นธรรม การส่งเสริมให้มีการทำคอนแทรกฟาร์มมิ่ง การส่งเสริมการซื้อขายผ่านสัญญาข้อตกลง การเชื่อมโยงการกระจายผลไม้ผ่านห้าง และการสนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้ ขนาด 5 กิโลกรัม (กก.) 10 กก. และ 20 กก.

(2) มาตรการด้านตลาดในประเทศ จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และไปรษณีย์ไทยจะมาช่วยในการจัดส่งผลไม้ โดยมีปริมาณฟรี 200 ตัน และกำลังหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มปริมาณขึ้น การผลักดันให้นำผลไม้จำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการจำหน่ายผลไม้ทางช่องทางออนไลน์ การรณรงค์การบริโภคผลไม้ในประเทศ และส่งเสริมให้นำผลไม้มอบเป็นของฝากของขวัญ

(3) มาตรการด้านตลาดต่างประเทศ จะเดินหน้าการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งระหว่างผู้ซื้อ ผู้นำเข้า กับผู้ประกอบการไทย และจะเพิ่มการทำ Business Matching ในรูปแบบออนไลน์ให้มากขึ้น การประชาสัมพันธ์ผลไม้ในตลาดต่างประเทศจะยังคงเดินหน้าต่อ ทั้งรูปแบบเดิม คือ ผ่านห้างสรรพสินค้า การจัดโปรโมชั่นต่างๆ แต่จะเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์มากขึ้น และได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์เป็นเซลส์แมนขายผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และช่วยดูในเรื่องการจัดหาสินค้านำเข้า เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศ เช่น มะม่วงที่ส่งไปเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มีการคิดค่าบริการเต็มทั้งขาไป-กลับ ซึ่งมีการส่งสินค้าเฉพาะขาไป ทำให้ค่าระวางสูง จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้มีการส่งสินค้าขากลับเข้ามาด้วย เพื่อลดต้นทุน

(4) มาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ จะช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่รวบรวมผลไม้ในอัตรา 3% ระยะเวลา 10 เดือน ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่รวบรวมผลไม้เพื่อส่งออกในอัตรา 3% ระยะเวลา 6 เดือน และช่วยค่าใช้จ่ายรวบรวมเพื่อส่งออกอีกกก.ละ 3 บาท เป้าหมาย 1 หมื่นตัน

(5) มาตรการเสริมศักยภาพการบริหารจัดการผลไม้ในเรื่องมาตรฐาน จะผลักดันให้มีการยอมรับมาตรฐานการตรวจสอบร่วมกัน หากผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากเซ็นทรัล แลป ของไทยแล้ว เมื่อส่งออกไปจีน จะไม่มีการตรวจสอบอีก จากเดิมที่ต้องมีการตรวจสอบซ้ำ โดยจะมีการสนับสนุนค่าตรวจสอบของแลปให้กับผู้ส่งออก เพื่อลดต้นทุนในการส่งออก

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

จะเห็นได้ว่า รัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจ และมีการติดตามสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับเกี่ยวกับผลผลิตผลไม้ที่จะออกมาในฤดูกาลนี้อย่างใกล้ชิด

สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีจึงอยากจะขอใช้เวลาและเวทีนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง เสริมจากที่หลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกสารได้ดำเนินการด้านนี้อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เราจึงจะใช้พื้นที่การสื่อสารของเราส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ผลไม้หรือผลิตผลทางการเกษตรที่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรต้องการโฆษณาตรงถึงผู้บริโภคที่ Work from home หรือเรา ๆ ท่าน ๆ ทั่วไปที่ประสบปัญหาเดียวกัน หรืออยากทานแต่ไม่มีที่ให้เที่ยว หากสนใจมาโฆษณาผลผลิตของท่านหรือของเพื่อน ของญาติ ของคนที่ท่านอยากช่วย สามารถติดต่อเราที่อีเมล pmduthailand@gmail.com เราขอเป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงผลไม้อร่อยและราคาเป็นธรรม เพื่อช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายพวกเราและช่วยสร้างภูมิต้านทานทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

 

22 เมษายน 2563/ 73 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

22 เมษายน 2563/ 109 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

28 เมษายน 2563/ 154 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

28 เมษายน 2563/ 129 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 45 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

14 เมษายน 2563/ 100 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

9 พฤษภาคม 2563/ 88 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

19 มิถุนายน 2563/ 60 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 61 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 70 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

สถานการณ์
โควิด-19