ธุรกิจการส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ สะดวก แต่เอาเปรียบคนขายกับผู้บริโภคจริงหรือไม่?

งานด้านกฎหมาย, 22 เมษายน 2563

ใจความสำคัญ

ในช่วงที่คนไทยต้องระวังตัวไม่ให้ติดเชื้อ และไม่ออกไปแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 หลายคนจึงต้องหันมาเลือกใช้บริการส่งอาหาร (Food delivery services) ผ่านแอปพลิเคชันกันมากขึ้น รัฐบาลจึงให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) กรมการค้าภายใน เร่งเข้ากำกับดูแลหลังมีเสียงร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บอย่างไม่เป็นธรรม เหมือนซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายของทั้งผู้ค้า และผู้บริโภค

ช่วงนี้ เชื่อว่าหลายท่านคงต้องยอมหันมาเลือกใช้บริการส่งอาหาร (Food delivery services) มากขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น GRAB หรือ Lineman หรือ GET หรือ Food Panda หรือเจ้าอื่น ๆ แต่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรากลับพบว่า มีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อต่าง ๆ ว่า ปัจจุบัน มี Food delivery services หลายราย โดยเฉพาะผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันรายใหญ่ เรียกเก็บค่าบริการจากร้านอาหารในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น จากเดิมร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 35 – 40 หรือเรียกเก็บค่าบริการอื่น ๆ จากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการส่งเสริมการขายจากร้านอาหาร เช่น หากร้านอาหารร้านใดจ่ายเงินสูงกว่าร้านอื่น ก็จะได้ปรากฏอยู่บนหน้าจอในลำดับต้น ๆ ยามที่ผู้ใช้ค้นหารายการร้านอาหาร นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ กับร้านอาหาร เช่น จะต้องใช้เวลาถึง 45 วันหลังจากให้บริการไปแล้ว ร้านค้าที่เข้าร่วมบริการจึงจะได้รับเงิน การบังคับให้ร้านค้าที่จะเข้าร่วมบริการต้องทำสัญญาร่วมธุรกิจกับผู้ให้บริการอย่างน้อย 12 เดือน หรือผู้ให้บริการบางรายกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินธุรกิจกับผู้ให้บริการรายนั้นรายเดียวเท่านั้น (Exclusive dealing)

เหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแก่ผู้บริโภค รวมทั้งเกิดความไม่เป็นธรรมกับร้านค้าที่เข้าร่วมให้บริการในแพลตฟอร์มเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มากอยู่แล้ว ถึงขนาดที่บางกิจการมีความจำเป็นต้องปิดกิจการลงชั่วคราว และต้องผันตัวมาทำธุรกิจประกอบอาหารขายและเข้าร่วมเป็นผู้ค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์ม  ในขณะเดียวกัน ประชาชนที่ทำงานที่บ้านเองก็ต้องพึ่งพาบริการส่งของหรือส่งอาหารเช่นนี้มากขึ้น ๆ ทุกวัน

แน่นอนว่า ภาครัฐมิได้นิ่งนอนใจกับข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยมีหน่วยงานสองหน่วยงานที่ได้ออกมาสอดส่องการเคลื่อนไหวของบริษัท food delivery services เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยจะกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่

  1. การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ (Abuse of market dominance)
  2. การฮั้วราคา (Collusion)
  3. พฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Unfair trade practice)

ปัจจุบัน สขค. ได้แจ้งเตือนผู้ให้บริการส่งอาหาร โดยเฉพาะรายใหญ่แล้วว่า กำลังจับตาดูพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจ และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยหากประชาชนเห็นว่า มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการรายใหญ่ต่อรายเล็กอย่างไม่ชอบธรรม เป็นการสมรู้ร่วมคิดกำหนดราคาค่าบริการให้เท่ากันโดยไม่เกิดการแข่งขันกัน หรือพฤติกรรมที่เห็นว่าเป็นการประกอบกิจการที่เป็นพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2199 5400 อีเมล : info@otcc.go.th เว็บไซต์ https://otcc.or.th/guide-complaint/ หรือที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ด้วยตนเอง

อีกหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องนี้ คือ กรมการค้าภายใน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยปัจจุบัน “บริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์” ถือเป็นบริการควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติ ฯ แล้ว แต่กรมการค้าภายในยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาออกมาตรการใช้กับบริการดังกล่าว ในเบื้องต้น กรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ประกอบการ Food delivery services บริษัทต่าง ๆ แล้ว และได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าดำเนินการประกอบการค้าที่เป็นการเอาเปรียบหรือไม่เป็นธรรมกับผู้ค้าหรือผู้บริโภค จนอาจเป็นการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เช่น มาตรา 29 ที่ห้ามมิให้ผู้ประกอบการจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำหรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนประสบความยากลำบากในการประกอบธุรกิจ ประกอบอาชีพ และดำรงชีวิต โดยกรมการค้าภายในจะช่วยดูแลให้กลไกตลาดเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบัน ทุกบริษัทได้แจ้งกับกรมการค้าภายในว่า ยินดีให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังจาก  ที่มีประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องผ่านสื่อต่าง ๆ GRAB ก็ได้ลดเก็บเงินค่า Commission Fee จากร้านอาหารจากร้อยละ 35 เป็นร้อยละ 30

หากท่านยังคงพบปัญหาหรือพบเห็นพฤติกรรมอื่นใดที่บริษัทเหล่านี้ยังอาจฝ่าฝืนกฎหมายของกรมการค้าภายใน สามารถร้องเรียนไปได้ที่สายด่วน โทร. 1569

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่า ภาครัฐจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เราจะยังคงติดตามเรื่องนี้และมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมเป็นระยะ ในระหว่างนี้ หากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด สามารถแจ้งมาได้ที่ pmduthailand@gmail.com เพื่อป้องกันมิให้เกิดระบบการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือเกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน

22 เมษายน 2563/ 491 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

5 พฤษภาคม 2563/ 160 Views/ เวลาอ่าน 13 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 57 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

28 พฤษภาคม 2563/ 530 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

30 กรกฎาคม 2563/ 998 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

19 เมษายน 2563/ 173 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 188 Views/ เวลาอ่าน 14 นาที