ส่งเสริมประมงพื้นบ้าน จ.ระยอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เศรษฐกิจ, 31 สิงหาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • จังหวัดระยองเป็นพื้นที่สำคัญทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีชาวประมงทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ประมงเรือเล็กตามแนวชายฝั่ง รวมทั้งการทำประมงน้ำจืดและน้ำกร่อย รวมเนื้อที่ทำการประมงทะเลประมาณ 1,500,000 ไร่ มีท่าเรือประมง 45 แห่ง มีเรือประมงทั้งหมดกว่า 3,000 ลำ ผลผลิตสัตว์น้ำที่จับได้เน้นจุดขายด้านมาตรฐานความสด สะอาด ราคายุติธรรม และใช้วิธีต่างๆ ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า นอกจากนี้ ภาครัฐ เอกชน และชาวบ้านยังร่วมกันดำเนินมาตรการส่งเสริมการทำประมงแนวอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ไปยังฐานราก
  • ณ วันนี้ จังหวัดระยองมีชาวประมงพื้นบ้านกว่า 1,800 คน รวมตัวกันเป็นสมาคมและกลุ่มชาวประมงเพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน เป็นกลุ่มประมงที่มีความเข้มแข็งในการจัดการทั้งการรักษามาตรฐานของผลผลิตที่สด สะอาด รวมทั้งร่วมใจกันอนุรักษ์ท้องทะเล เป็นหนึ่งในชุมชนที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ที่มีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านบาทต่อปี

จังหวัดระยองได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมของประเทศ  เป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเป็นจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP: Gross Provincial Product) สูงถึง 1,045,697 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวประชากร (GPP per capita) สูงที่สุดในประเทศไทย คือ 1,067,449 บาทต่อปี[1]

แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง แต่หากมองย้อนไปถึงพื้นเพของคนระยองแล้ว ภาคการเกษตรและการประมง ถือเป็นอาชีพดั้งเดิมที่หล่อเลี้ยงประชาชนมาเป็นเวลานาน ด้วยพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะสภาพภูมิประเทศซึ่งมีทะเลชายฝั่งระยะทางยาวประมาณ 105  กิโลเมตร จึงเพียบพร้อมด้วยทรัพยากรทางทะเลอันหลากหลาย

จากจุดแข็ง สู่จุดขาย

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ ที่มีทั้งทะเลและแหล่งน้ำ เอื้อต่อภาคการเกษตร ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมประมง  ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพด้านการประมง ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวระยอง โดยมีจุดแข็งอยู่ที่ความหลากหลายของสัตว์น้ำอันสืบเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถทำประมงได้ตลอดทั้งปี ซึ่งหน่วยงานภาครัฐก็ได้พยายามทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมจุดขายของสินค้าประมงระยองในด้านมาตรฐานโดยเฉพาะเรื่องความสด ความสะอาด ราคายุติธรรม และพัฒนาศักยภาพเพิ่มมูลค่าให้สินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจและเกิดการบอกต่อ เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนในพื้นที่

ปัจจุบัน จังหวัดระยองมีการทำประมงทั้งในเชิงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ประมงเรือเล็กตามแนวชายฝั่ง รวมทั้งการทำประมงน้ำจืดและน้ำกร่อย รวมเนื้อที่ทำการประมงทะเลประมาณ 1,500,000 ไร่ มีท่าเรือประมง 45 แห่ง มีเรือประมงทั้งหมดกว่า 3,000 ลำ กลุ่มผู้ประกอบการประมงทะเลชายฝั่ง หรือ ประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองที่ขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกับกรมประมง ตามมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดประมง พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีจำนวนรวม 44 กลุ่ม รวมสมาชิก 1,831 คน จำนวนเรือประมง 2,443 ลำ แบ่งเป็นอำเภอเมืองระยอง จำนวน 29 องค์กร  มีสมาชิกจำนวน 1,193 คน อำเภอแกลง จำนวน 11 องค์กร  มีสมาชิกจำนวน 438 คน และอำเภอบ้านฉาง จำนวน 4 องค์กร มีสมาชิกจำนวน 200 คน

รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการทรัพยากรบนเส้นทางของความยั่งยืน ภายใต้ข้อกำหนดและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อควบคุมดูแลการทำประมงในประเทศไทย รวมทั้งการส่งเสริมการทำประมงเชิงอนุรักษ์ โดยกรมประมงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลการบริหารจัดการด้านการประมงเพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมและสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งถือเป็นวิถีแห่งภูมิปัญญา และเป็นอาชีพดั้งเดิมที่ควรรักษาให้อยู่คู่กับท้องทะเลไทยสืบไป ด้วยตระหนักดีว่ากลุ่มคนเหล่านี้ คือ เจ้าบ้านผู้ปกปักษ์รักษาทรัพยากรทางทะเลอันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของทุกคน

อนุรักษ์ทะเลระยอง เพื่อรักษาจุดแข็ง

ที่ผ่านมากลุ่มสมาชิกประมงในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดระยอง มีการรวมกลุ่มเพื่อสืบสานอาชีพประมงตามแนวทางอนุรักษ์ เช่น ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉางสามัคคี จ.ระยอง ซึ่งได้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาการทำประมงด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม มาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ในการให้องค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งการทำเขตอนุรักษ์ 200 เมตรจากฝั่ง สอดคล้องกับกฎหมายของกรมประมงที่ห้ามประมงพาณิชย์เข้ามาในเขต 3,000 เมตรจากฝั่ง เพื่อสร้างเขตอนุรักษ์นี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ อนุบาล และหลบภัย ทำให้จำนวนสัตว์น้ำมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเข้มแข็งอีกประการหนึ่งของกลุ่มชาวประมงจังหวัดระยอง คือ กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน อำเภอเมืองระยอง ซึ่งมีชื่อเสียงที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยในนามของตลาดประมงสวนสน ที่การันตีความสด สะอาด จากการทำประมงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน ตั้งอยู่บริเวณชายหาดสวนสน ถนน เพ-แกลง-กร่ำ มีความยาวบริเวณชายหาดประมาณ 6 กิโลเมตร ในหมู่ที่ 4 ตำบลแกลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 20 กิโลเมตร

สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งควบคุมดูแลการทำประมงในจังหวัดตราด ชลบุรี และระยอง ได้ส่งเสริมกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน ให้มีการรวมกลุ่มแบบธรรมชาติ ในการทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่เหมาะสมตามฤดูกาล โดยชาวบ้านได้รวมกลุ่มเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ พร้อมช่วยเหลือในด้านการทำการประมงซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2533 และได้ขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกับกรมประมง ตามมาตรา 25 แห่งพระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 2  ธันวาคม 2558

ปัจจุบัน กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน มีสมาชิกรวม 90 คน จำนวนเรือประมง 96 ลำ ประกอบด้วยกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อบต. แกลง 1 มีจำนวนสมาชิก 31 คน และ กลุ่มประมงเรือเล็กสวนสน เขต อบต.2 จำนวนสมาชิก 59 คน

ที่ผ่านมากลุ่มชาวประมงได้ร่วมการกำหนดแนวทางทำประมงด้วยเครื่องมือพื้นบ้านที่เหมาะตามช่วงฤดูกาล เช่น เครื่องมืออวนจมปู ซึ่งเหมาะกับการทำประมงตลอดทั้งปี อวนลอยกุ้งสามชั้น ที่ใช้ในการทำการประมงในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ของทุกปี อวนลอยปลาทู เหมาะกับการทำการประมงในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และลอบหมึก ลอบปูม้าแบบพับได้ ซึ่งเหมาะกับทำการประมงตลอดทั้งปี

กิจกรรมสำคัญอันเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว คือ ตลาดชุมชน ซึ่งมีการตั้งแผงขายอาหารทะเลโดยชุมชนประมงพื้นบ้านสวนสน อันเป็นผลผลิตจากการจับและการเพาะเลี้ยงของสมาชิก ซึ่งได้ออกทำการประมงในช่วงเช้ามืดและกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า-สายของวันเดียวกัน จึงได้ผลผลิตสัตว์น้ำที่มีความสดแบบวันต่อวัน  ไม่มีการเก็บค้างคืน วางจำหน่ายในรูปแบบอาหารสด อาหารแห้ง และบริการอาหารปรุงสุก ในราคายุติธรรม จึงเป็นตลาดอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่และกลุ่มนักท่องเที่ยว

“ผมทำมาตั้งแต่มีเรือแค่ 8 ลำ ค่อย ๆ ทำมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ทุกคนรู้จักตลาดประมงเต็นท์ร้อยเสาแล้ว” นายสมพร พันธุมาศ ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กสวนสน เขต อบต. 2 กล่าว “พวกเราดีใจมากที่ท่านนายกฯ มาเยือนชุมชนของเรา ซึ่งทำให้เราได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก” นายสมพรฯ กล่าวต่อ พร้อมชี้ให้ดูอาหารทะเลที่ชาวประมงขายตรงถึงลูกค้า ราคาไม่แพง ในซุ้มที่ตั้งอยู่ในเต็นท์ริมหาดที่มีเรือเล็กของชาวประมงและเกาะเสม็ดเป็นพื้นหลัง

การรวมตัวของกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน ตั้งอยู่บนวิถีแห่งการอนุรักษ์ เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมเก็บเศษอวนคัดแยกล้างทำความสะอาด และ คัดแยกขยะเพื่อจำหน่ายโครงการธนาคารน้ำมันมือสอง โดยจะรวบรวมน้ำมันจากการเปลี่ยนถ่ายของเครื่องยนต์เรือไปจำหน่ายต่อ ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการจัดการที่ไม่ถูกต้อง เช่น การทิ้งลงทะเล หรือบริเวณชายหาด และกิจกรรมธนาคารปูม้า เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ทะเล โดยการจัดสร้างแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรบริเวณหน้าบ้าน และจัดสร้าง ซั้งเชือก ซั้งกอ เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ โดยการสนับสนุนของกรมประมง และภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ในนามของประชารัฐที่ร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาช่วยสร้างธนาคารปูม้าใหม่ให้ด้วย เพราะธนาคารเก่าถูกพายุทำลายไปแล้ว” นายสายัณ  ภู่ระหงษ์ ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อบต.แกลง 1 เล่าให้ฟัง โดยแจ้งว่า ชาวประมงหมั่นนำปูมาใส่ที่ธนาคาร คนละตัวสองตัวในแต่ละวัน ซึ่งการฝากธนาคารเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ในวันนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนปูในวันหน้าเป็นอย่างมาก

การประมงเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่ผ่านมา มีชาวประมงที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมประมง ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยาเกษตรกรไทย จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นเงิน 5,000 บาท รวมทั้งหมด 3 เดือน รวม 15,000 บาทต่อคน และมีการสนับสนุนการเปิดช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวประมง เช่น การที่สำนักงานประมงจังหวัดระยองได้เปิดช่องทางจำหน่ายเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวประมง ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ซึ่งเป็นโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ให้สามารถกู้เงินไปเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพได้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี โดยรัฐจะชดเชยให้ ร้อยละ 3 ต่อปี ชาวประมงจ่ายเอง ร้อยละ 4 ต่อปี ทั้งนี้ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และจเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ณ สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเลทั้ง 22  จังหวัดและสำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร

“เรารอโครงการเงินกู้แบบนี้มานานแล้ว และได้ขอให้รัฐบาลหลายรัฐบาลพิจารณาทำ แต่เพิ่งได้มาในวันนี้” นายสมพรฯ เล่า โดยบอกว่า ตนเองได้ไปยื่นคำขอให้ช่วยเหลือให้ช่วยเหลือเรือประมงเล็กมาเป็นเวลานับสิบปี และดีใจมากที่รัฐบาลได้มีโครงการฯ ที่ช่วยเหลือชาวประมงเรือเล็กได้อย่างแท้จริง

ความหลากหลายทางทรัพยากรของจังหวัดระยอง ส่งผลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้สนใจเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมาก จนมีรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย ด้วยรายได้กว่า 3.7 หมื่นล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดปี ครบเครื่องด้วยทะเล ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ ศิลปะ วัฒนธรรม รวมทั้งอาหารการกินที่สมบูรณ์ โดยหลังจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการฟื้นภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดระยองมาอย่างต่อเนื่อง จนสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวกลับมาสู่ภาวะปกติ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองในรูปแบบ New Normal กันอย่างคับคั่ง

ในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจราชการจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี พร้อมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 ณ จังหวัดระยอง เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว และการส่งเสริมการลงทุนระยะยาว นับเป็นการตอกย้ำความมั่นใจว่า ระยองเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว และยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพื่อมุ่งเป้าหมายความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

#รวมไทยสร้างชาติ #มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน #อนุรักษ์ทะเลระยอง

[1] ข้อมูล ปี 2561 โดยสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

31 สิงหาคม 2563/ 136 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

18 มิถุนายน 2563/ 1376 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

22 เมษายน 2563/ 301 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 577 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

18 พฤศจิกายน 2563/ 23 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 195 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

10 พฤษภาคม 2563/ 172 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 92 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 244 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

26 กันยายน 2563/ 432 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที