“Factory Sandbox”
คืออะไร
ทำไมจึงสำคัญ

ใจความสำคัญ

  • ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้เห็นชอบให้กระทรวงแรงงานเร่งเดินหน้าโครงการ Factory Sandbox ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ ตรวจ รักษา ดูแล และควบคุมแรงงานในโรงงานผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไปใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์การแพทย์ โดยจะตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ด้วย RT-PCR ทุกคน เพื่อแยกคนป่วยไปรักษาทันที และตรวจแบบ Antigen test kit ทุกสัปดาห์ พร้อมจัดให้มีสถานที่แยกกักตัวของโรงงาน (Factory Accommodation Isolation หรือ FAI) Hospitel โรงพยาบาลสนาม และ ICU สำหรับผู้ป่วย รวมทั้งเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานทุกคน
  • โครงการ Factory Sandbox จะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ศกนี้ โดยมีเป้าหมาย คือ การป้องกันการแพร่ระบาดจนเกิดเป็นคลัสเตอร์โรงงาน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพในด้านการผลิต และรักษาระดับการจ้างงานในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งขณะนี้มีอยู่กว่า 3 ล้านตำแหน่งงาน ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งดำเนิน “โครงการ Factory Sandbox” เพื่อทำการตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานประกอบการผลิตเพื่อการส่งออก และคัดแยกผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ออกจากผู้ไม่ติดเชื้อ เพื่อไปเข้ารับการรักษา รวมทั้งเร่งระดมฉีดวัคซีนให้แรงงานผู้ประกันตนทุกคนในแต่ละโรงงานที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการนี้

วัตถุประสงค์ของโครงการ Factory Sandbox คือ เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์การระบาดในโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งหากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถรักษาการจ้างงานและการผลิตเพื่อการส่งออกของประเทศต่อไปได้ เนื่องจากปัจจุบัน ภาคการส่งออกถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในสภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยในเดือนมิถุนายน 2564 เพียงเดือนเดียว พบว่า มีการส่งออกเป็นมูลค่าถึง 23,699 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 789,000 ล้านบาท กล่าวคือ มีการขยายตัวมากถึงร้อยละ 43.82 ซึ่งเป็นสถิติการส่งออกที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปี

จุดเริ่มต้นของโครงการ Factory Sandbox มาจากการผนึกกำลังของกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และภาคอุตสาหกรรม เพื่อดูแลโรงงานอุตสาหกรรมภาคการส่งออก ภายใต้แนวคิด “เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข” โดยเฟสแรกจะมุ่งเน้นไปที่สถานประกอบการผลิตเพื่อส่งออกขนาดใหญ่ที่มีแรงงานเป็นผู้ประกันตนจำนวน 500 คนขึ้นไป ใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์การแพทย์

สิ่งที่โครงการ Factory Sandbox จะดำเนินการในสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ มีอยู่ 4 ขั้นตอน คือ ตรวจ รักษา ดูแล และควบคุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ตรวจ – ดำเนินการตรวจคัดกรองด้วย RT-PCR 100% เพื่อแยกคนป่วยไปรักษาทันทีและดำเนินการตรวจด้วย Antigen test kit ทุกสัปดาห์

รักษา – จัดให้มีสถานที่แยกกักตัวของโรงงาน (Factory Accommodation Isolation หรือ FAI) Hospitel โรงพยาบาลสนาม และ ICU สำหรับผู้ป่วย

ดูแล – เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แรงงาน โดยเน้นกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง และคนท้อง พร้อมออกใบรับรอง “โรงงานสีฟ้า” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน

ควบคุม – ดำเนินการตามมาตรการ Bubble and Seal หรือมาตรการควบคุมคนในโรงงานให้มีกิจกรรมปะปนกันเองและกับบุคคลภายนอกโรงงานน้อยที่สุด โดยท่านสามารถรับชมคู่มือการทำ Bubble and Seal ของกรมควบคุมโรคและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ที่นี่ คลิก และ แนวปฏิบัติ DMHTT ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่

D – Distancing คือ การเว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร

M- Mask Wearing คือ การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

H – Hand Washing คือ การหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ทั้งด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์

T – Testing คือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ ทั้งก่อนเข้าทำงาน ร้านสะดวกซื้อ และหากทราบว่ามีประวัติไปพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19 และ

T – Thai Chana คือการสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ และโหลดแอปหมอชนะพร้อมลงทะเบียนหากทำได้ เพื่อให้ทราบความเสี่ยงติดโรคของตนเอง

โรงงานที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ Factory sandbox จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ต้องเป็นสถานประกอบกิจการที่ผลิตเพื่อการส่งออก
  • ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี นนทบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี อยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และมีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
  • โรงงานต้องดำเนินการให้มีสถานที่แยกกักตัวของโรงงาน หรือ FAI สำหรับลูกจ้างไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด และดำเนินการ Bubble and Seal
  • ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR จำนวน 1 ครั้งให้ลูกจ้างทั้งหมด และตรวจแบบ Antigen test kit ทุก 7 วัน
  • ฉีดวัคซีนให้ลูกจ้างที่ตรวจ Swab Test ทุกคน ยกเว้นคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้เข้ารับการรักษา ส่วนค่าบริการฉีดวัคซีนสถานประกอบการต้องเป็นผู้จ่ายให้แก่สถานพยาบาล
  • สถานประกอบการทำหนังสือยินยอมดำเนินการตามแนวทางของกระทรวงแรงงานและจังหวัด

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน/ ศบค.

จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ขณะนี้ มีสถานประกอบการที่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขข้างต้นและตั้งอยู่ใน 4 จังหวัดที่จะเริ่มดำเนินโครงการในเฟสแรก โดยมีผู้ประกันตนทั้งสิ้น 474,109 คน ดังนี้

  1. จังหวัดนนทบุรี มีจำนวนสถานประกอบการขนาด 500 คนขึ้นไปในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก 21 แห่ง จากทั้งหมด 20,260 แห่ง จำนวนผู้ประกันตน 19,600 ราย จากทั้งหมด 351,474 ราย และผู้ประกันตนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2,596 ราย
  2. จังหวัดปทุมธานี มีจำนวนสถานประกอบการขนาด 500 คนขึ้นไปในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก 76 แห่ง จากทั้งหมด 18,397 แห่ง จำนวนผู้ประกันตน 107,681 ราย จากทั้งหมด 443,822 ราย และผู้ประกันตนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 4,073 ราย
  3. จังหวัดสมุทรสาคร มีจำนวนสถานประกอบการขนาด 500 คนขึ้นไป ในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก 107 แห่ง จากทั้งหมด 11,821 แห่ง จำนวนผู้ประกันตน 152,047 ราย จากทั้งหมด 441,307 ราย และผู้ประกันตนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2,801 ราย
  4. จังหวัดชลบุรี มีจำนวนสถานประกอบการขนาด 500 คนขึ้นไปในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก 183 แห่ง จากทั้งหมด 23,996 แห่ง จำนวนผู้ประกันตน 194,781 ราย จากทั้งหมด 734,065 ราย และผู้ประกันตนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 32,798 ราย

ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2564 ทั้ง 4 จังหวัดในข้างต้น มีสถานประกอบการ สนใจเข้าร่วมโครงการเฟสแรก แบ่งเป็น จังหวัดนทบุรี 8 แห่ง รวมลูกจ้าง 6,559 ราย จังหวัดปทุมธานี 19 แห่ง รวมลูกจ้าง 49,407 ราย จังหวัดสมุทรสาคร 12 แห่ง รวมลูกจ้าง 51,354 ราย และจังหวัดชลบุรี 21 แห่ง รวมลูกจ้าง 138,395 ราย

ส่วนในเฟส 2 ขณะนี้ มีจังหวัดที่เตรียมเข้าร่วมโครงการ Factory sandbox เพิ่มอีก 3 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

โครงการ Factory Sandbox จะเริ่มดำเนินการภายในปลายเดือนสิงหาคม ศกนี้ โดยเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้มีทั้งหมด 4 ด้าน คือ

ด้านที่หนึ่ง ป้องกันคลัสเตอร์โรงงานจากการติดเชื้อ สร้างสมดุลระหว่างมาตรการทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านที่สอง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 700,000 ล้านบาท

ด้านที่สาม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้ที่ระบบห่วงโซ่อุปทานในหลายประเทศ กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ทำให้มีการปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก

ด้านที่สี่ รักษาระดับการจ้างงานในภาคการผลิตเพื่อส่งออกไว้ได้กว่า 3 ล้านตำแหน่ง

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน/ ศบค.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ว่า หลังจากสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว กระทรวงแรงงานจะประกาศให้เป็น “โรงงานสีฟ้า” โดยมีใบรับรองจาก BOI ว่า โรงงานแห่งนี้ปลอดเชื้อโควิด ตรวจแล้ว 100 % ฉีดวัคซีน 100 % ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีความเชื่อมั่นและยังเป็นคู่ค้ากับเราต่อไป ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมการส่งออก อันเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศท่ามกลางวิกฤตนี้

หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Factory sandbox สามารถติดต่อไปยังสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *