ช่วยนายจ้างช่วงโควิด
ขยายเวลาส่งเงินเข้ากองทุนคนพิการ

ใจความสำคัญ

  • คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจาก “ภายใน 45 วัน” เป็น “ภายใน 90 วัน” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและเจ้าของสถานประกอบการที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 

รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระหนักดีถึงความสำคัญของคนพิการ และปรารถนาที่จะเห็นคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสนับสนุนให้คนพิการทุกประเภทมีอาชีพ อันเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ และเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ผลักดันให้เกิดการบัญญัติกฎหมายเพื่อเป็นกลไกระดับชาติในการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ ได้แก่ “พระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” และ “กฎกระทรวง เรื่องการกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทํางาน และจํานวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นการกำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ ต้องดำเนินการตามเงื่อนไข ดังนี้

  1. ให้รับคนพิการเข้าทำงานในอัตราส่วนลูกจ้างที่มิใช่คนพิการ 100 คนต่อคนพิการ 1 คน (เศษของ 100 คน ถ้าเกิน 50 คนต้องรับคนพิการเพิ่มอีก 1 คน) กรณีไม่ได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่กำหนด ให้ส่งเงินเข้า “กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” แทน (ตามนัย พ.ร.บ.ฯ มาตรา 33 -34 และ กฎกระทรวงฯ ข้อ 3)
  2. กรณีที่ไม่ประสงค์ดำเนินการตามข้อ 1 จะต้องให้สัมปทานแก่คนพิการในเข้าไปจำหน่ายสินค้าหรือบริการในพื้นที่ จัดจ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงาน จัดสิ่งอำนวยความสะดวก จัดล่ามภาษามือหรือความช่วยเหลืออื่นใด (ตามนัย พ.ร.บ.ฯ มาตรา 35)
  3. กรณีที่ดำเนินการตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แล้ว แต่ปฏิบัติไม่ครบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกําหนด ให้ส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามจํานวนวันที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ครบตามเงื่อนไข เว้นแต่ได้มีการดําเนินการตามที่กฎหมายกําหนดภายใน 45 วัน โดยนับตั้งแต่วันที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ครบตามเงื่อนไข (ตามนัยกฎกระทรวงฯ ข้อ 6)

ที่มา: https://esanunity.com/?p=12804

ที่ผ่านมา การที่หน่วยงานภาคเอกชนและภาครัฐรับคนพิการเข้าทำงานหรือได้ดําเนินการอย่างอื่นแทนตามกฎหมาย ถือว่าได้ช่วยส่งเสริมสวัสดิภาพของคนพิการ เป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศ และยังเป็นการแบ่งเบาภาระรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้พิการเป็นอย่างมาก แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะการระบาดรอบสองตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน WFH ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการอย่างกว้างขวาง รัฐบาลจึงได้เร่งหาวิธีการบรรเทาภาระรายจ่ายของนายจ้างในการส่งเสริมการจ้างงานและสวัสดิการของคนพิการ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการนำส่งเงินเข้ากองทุนฯ จากเดิมที่กำหนดให้ส่งเงินภายใน 45 วัน (ตามข้อ 3 ข้างต้น) เป็น ภายใน 90 วัน และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและเจ้าของสถานประกอบการ โดยมติดังกล่าว เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม “กฎกระทรวง กำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทํางาน และจํานวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560” ซึ่งเป็นหนึ่งอีกมาตรการที่รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19

ท่านสามารถอ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ เว็บเพจของ กระทรวงแรงงาน และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ ติดต่อ 0 2354 3388 (กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ) เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *