รับมือได้ทุกวิกฤติด้วย ‘เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจ, 12 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • วิกฤติโควิด-19 ทำลายเศรษฐกิจโลกเสียหายทั้งระบบ ประชาชนในชาติมหาอำนาจต่างบาดเจ็บ ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ไม่อาจยื่นมือช่วยเหลือชาติที่กำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนาได้ ดังนั้น ทุกชาติต้องพึ่งพาตนเองเพื่อความอยู่รอดและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ
  • ในช่วงวิกฤติครั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้แนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจเบื้องต้น “เที่ยว กิน ใช้ในประเทศ” และ “ผลิตเพื่อขายในประเทศ” โดยยึด 5 แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก้วิกฤติชาติตามทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9

ช่วงที่กำลังผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ได้ทำลายเศรษฐกิจไปทั่วโลก นานาประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า แม้แต่กลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเองก็ไม่อาจยื่นมือช่วยเหลือประเทศที่ด้อยกว่า จึงต้องหันมาพึ่งพาช่วยเหลือตนเองก่อนที่เศรษฐกิจจะตกต่ำไปกว่านี้

ประเทศไทยเองต้องยอมรับความจริงว่า การที่จะหวังให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศให้เฟื่องฟูดังเดิมได้นั้น ในยามนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ยังทำไม่ได้ในทันทีเพราะยังไม่มีมาตรการคลายล็อกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย  และถึงแม้จะคลายล็อก นักท่องเที่ยวอาจยังไม่ออกเดินทางข้ามประเทศในเวลานี้ เนื่องจากต่างอยู่สภาวะรัดเข็มขัดและระมัดระวัง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม

ประเทศไทยถือว่าโชคดีกว่าหลายประเทศของโลก เพราะนอกจากเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว ทฤษฎี “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแนะนำสั่งสอนไว้ใช้ในยามเจอวิกฤติสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

ที่สำคัญ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้อัญเชิญ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นนโยบายเศรษฐกิจหลักในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นับตั้งแต่แผนฯ ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545-2549) เป็นต้นมา โดยคำนิยามของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสไว้ว่า “เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไป ในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์”

“ความพอเพียง” หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการในทุกขั้นตอน

รัฐบาลได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว    แต่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังจากนี้   จะต้องอาศัยการ
“พึ่งตนเอง” ด้วย ซึ่งนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยว กิน ใช้ในประเทศ” และ “ผลิตเพื่อขายในประเทศ” เป็นอันดับแรก ๆ ถือเป็นนโยบายหลักที่เริ่มดำเนินการทันที โดยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ทั้งส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทย และสนับสนุน SMEs ผลิตเพื่อบริโภคในประเทศก่อน

วิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกครั้งนี้ แตกต่างกับในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ซึ่งขณะนั้นประเทศในเอเชียบาดเจ็บสาหัสกันทุกประเทศ แต่ชาติตะวันตกได้รับผลกระทบน้อย ทำให้ฝั่งชาติตะวันตกสามารถนำเงินมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ แต่ตอนนี้ ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด จึงขาดกำลังที่จะช่วยเหลือกันได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยจะมุ่งเน้นการ “พึ่งพาตนเอง”ตามทฤษฎี “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ควบคู่ไปกับการเยียวยาที่รัฐบาลได้มีให้กับกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ผู้เปราะบางและธุรกิจต่าง ๆ

โดยหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่เคยตกยุคสมัย ยังเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนสำคัญของรัฐบาลไทยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อก้าวข้ามปัญหาและสารพัดอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักปรัชญาฯ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนี้

1.พอประมาณ

คำจำกัดความของคำว่า “พอประมาณ” ไม่ได้สื่อถึงความยากจน การอยู่อย่างลำบาก แต่หมายถึง “ความพอเพียง การประมาณตน และวางแผนทางการเงินที่ดี” ถ้าในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ น่าจะเป็นการพอมีพอใช้ ลด ละ เลิก อะไรที่ไม่จำเป็น หรือประเมินแล้วเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือยที่เกินฐานะเกินรายได้

อาทิ การซื้อสินค้าที่ยังไม่จำเป็นทันด่วน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่การซื้อของจากออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เราอาจจะพักก่อน เพื่อนำเงินในส่วนนั้นมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไม่เดือดร้อน ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน รวมไปถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองในทุกเดือนต่อจากนี้ เพื่อตัดถอนสิ่งที่ไม่จำเป็น และใช้อย่างพอเพียงเพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต

2.มีเหตุมีผล

การพอประมาณอาจเป็นตัวตั้งต้นที่ทำได้ยากพอสมควร แต่จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีวิธีคิดแบบมีเหตุมีผลควบคู่ไป เช่น มุมมองที่ว่า ของมันต้องมีที่ซื้อในทุกครั้ง ลองคิดต่อดูว่ามีแล้วสร้างประโยชน์อย่างไรต่อการดำรงชีวิต ใช้แล้วนอกจากสร้างสุขยังสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อการทำงานเพื่อหาเลี้ยงเงินด้วยหรือเปล่า หากมันสอดรับก็ซื้อ ในทางกลับกันหากไม่ได้สร้างประโยชน์อย่างหลากหลายหรือมากพอ ก็ควรพักและหยุดการจับจ่ายใช้สอยไว้ก่อน ซึ่งการตัดกิเลสในส่วนสินค้าที่ยากได้ ก็เหมือนได้นั่งพัก

3.ภูมิคุ้มกัน

ทุกคนควรถอดบทเรียนจาก โควิด-19 โดยเฉพาะเริ่มมองถึงการวางแผนระยะยาว อาทิ การมองหาประกันสุขภาพที่ใครหลายคนมองข้าม รวมทั้งการซื้อกองทุนเพื่อการออมระยะยาว ซึ่งการออมนี้ การันตีได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ว่าวิกฤตไหนจะเข้ามา การมีเงินออมไว้ สามารถก้าวข้ามและแก้ไขในทุกวิกฤตได้อย่างอุ่นใจ

4.สร้างความรู้

การมองหาองค์ความรู้ใหม่ทุกมิติในการเพิ่มพูนให้กับตัวเอง เพราะวิกฤตโควิด-19 ได้สอนให้ทุกคนทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ เช่น การทำงานที่บ้าน ฉะนั้น โควิด-19 นี่แหละอาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความปกติในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ซึ่งทุกคนต้องเปิดโลกทัศน์เพื่อพร้อมรับอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องคอยติดตามข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายที่เป็นความรู้ใหม่ให้กับสังคม

5.มีคุณธรรม

หลังจากการสร้างตัวเองให้เป็นผู้รอดในวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนตระหนักถึง คือ การปรับจากการเป็นผู้รับจากทุกมาตรการเข้มข้น เป็นผู้ให้ให้กับสังคมบ้าง ในสัดส่วนที่ไม่เดือดร้อน เช่น การทำความสะอาดบ้านและชุมชน การอาสาตนเป็นผู้ช่วยสังคมในทุกด้านด้วยการยึดเอาประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง

การฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบ “พึ่งตัวเอง” โดยยึดหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาผนวกใช้ได้กับทุกสถานการณ์ แม้กระทั่งวิกฤติโควิด-19 ทำให้ประชาชนชาวไทยอยู่ด้วยความยากลำบาก แต่ยึดหลักปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นดั่งหลักคิดประจำจิตที่ผลิตคนให้มีความเข็มแข็งทั้งกายและใจ โดยหากเราใช้แนวทางนี้ ประกอบกับมาตรการเยียวยาต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้มีให้พี่น้องประชาชน ก็จะช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

12 มิถุนายน 2563/ 145 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

16 มิถุนายน 2563/ 220 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 115 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 69 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

19 เมษายน 2563/ 171 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 456 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

10 เมษายน 2563/ 172 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 41 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

10 กันยายน 2563/ 65 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1162 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที