EEC เตรียมรับหน้าแล้งปี 2564 โครงการ EEC มีน้ำใช้มั่นคง ด้วยแผนเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ

รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักถึงปัญหาน้ำน้อยในหน้าแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่อาจส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงได้จัดสรรงบกลางเร่งด่วน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 สำหรับการขุดลอกคลองหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ. ชลบุรี และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อผันน้ำไปเพิ่มในอ่างเก็บน้ำบางพระ จ. ชลบุรี ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติภัยแล้งซึ่งมีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสร้างความมั่นคงน้ำในเขต EEC

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงปริมาณการกักเก็บน้ำในภาคตะวันออกในขณะนี้ว่า จากมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ. ชลบุรี ในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้จัดสรรงบกลางเร่งด่วนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เพื่อเร่งขุดลอกคลองหลวง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อผันน้ำไปช่วยเพิ่มในอ่างเก็บน้ำบางพระ จ. ชลบุรี ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติภัยแล้งมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสร้างความมั่นคงน้ำในเขต EEC โดยวัดปริมาณน้ำได้ 125 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
ขณะที่ในปีนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำทุกอ่างร่วมกันมีปริมาณรวมน้ำรวมทั้งสิ้น 1,928 ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในภาคตะวันออก เท่ากับว่าโดยจะมีน้ำที่นำมาใช้การได้ 1,777 ลบ.ม. และเมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์น้ำเมื่อปี 2563 พบว่ามีมากกว่าปริมาณน้ำเมื่อปี 2563 ถึง 303 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เมื่อเทียบกับความต้องการใช้น้ำในภาคตะวันออกมีความต้องการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ในปีนี้ ในภาคตะวันออกจะยังมีน้ำใช้เพียงพอสำหรับการอุปโภค และบริโภคของประชาชน รวมทั้งมีใช้เพียงพอสำหรับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย

ขอบคุณคลิปจากรายการข่าวเช้า ททบ.5

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *