เสนอ“ดอยเชียงดาว” เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล UNESCO สานพลังอนุรักษ์ระบบนิเวศ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

สังคม, 1 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลมีนโยบายรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินการดูแล แก้ไข ปกป้อง และสร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการดูแลและพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ให้คงความสมบูรณ์ในระยะยาว
  • รัฐบาลได้เตรียมเสนอ “ดอยเชียงดาว” ขึ้นเป็น “พื้นที่สงวนชีวมณฑล” เพื่อยกระดับพื้นที่ทางธรรมชาติของประเทศไทยให้มีการยอมรับในระดับสากล ก่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า ร่วมกันรักษาและพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ภายใต้การอยู่ร่วมกันของชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ยื่นเสนอ “ดอยหลวงเชียงดาว” จ.เชียงใหม่ ต่อองค์การยูเนสโก้ ให้เป็น “พื้นที่สงวนชีวมณฑล” แห่งใหม่ของประเทศไทย โดยจะดำเนินการภายในสิ้นเดือนกันยายน 2563 เพื่อจะให้เข้าสู่กรอบเวลาการพิจารณาของยูเนสโก้ในปี 2564

มตินี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติโดยสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญในการบริหารทรัพยากรป่าไม้ อันเกี่ยวเนื่องกับดินและน้ำ รวมทั้งทรัพยากรทางทะเล พันธุ์พืช และสัตว์ ภายใต้การดูแล แก้ไข และปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติของไทยให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด เพื่อการอยู่ร่วมกันของชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม ได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนที่อาศัยอยู่ภายในเขตป่าอนุรักษ์ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลธรรมชาติด้วย

แนวทางการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คือ เราจะต้องร่วมกันสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติให้กับคนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนในพื้นที่ และการรักษาไว้ซึ่งพื้นที่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ต่าง ๆ โดยอาศัยมาตรการทางกฎหมายเข้ามาบังคับใช้ และการดำเนินงานด้านอนุรักษ์และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การฟื้นฟูชายฝั่งทะเล การฟื้นฟูป่าไม้ การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน การแก้ไขปัญหาขยะทางทะเล ฯลฯ นอกจากนั้น ยังควรเร่งยกระดับพื้นที่ทางธรรมชาติของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภายใต้แนวทางการจัดการทรัพยากรที่มั่นคงและยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ “พื้นที่ชีวมณฑล” (Biosphere Reserve)

ดอยหลวงเชียงดาว หรือ ดอยเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองมาจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก มีความสูง 2,275 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยลักษณะของภูเขาหินปูน จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีพืชพรรณหลากหลายชนิด รวมทั้งพืชถิ่นเดียวที่ไม่พบในส่วนอื่น ๆ ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด สัตว์ป่าหายาก เช่น ผีเสื้อสมิงเชียงดาว, ไก่ฟ้าหางลายขวาง, กวางผา ฯลฯ  มีประชาชนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสันติ จึงเหมาะสมตามเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล

พื้นที่สงวนชีวมณฑล หมายถึง พื้นที่ซึ่งเป็นระบบนิเวศบนบก ทางทะเล และชายฝั่ง หรือระบบนิเวศทั้งหมดรวมกัน อันเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ โดยไม่ได้จำกัดแค่ธรรมชาติ แต่รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เข้าไปด้วย สำหรับบทบาทหลักของพื้นที่สงวนชีวมณฑล คือ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้ พันธุ์พืช และสัตว์ป่า ตลอดจนวัฒนธรรมในพื้นที่ ก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันของคนกับป่าและพื้นที่ธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบการจัดการและแบ่งอาณาเขตในการอนุรักษ์และการทำมาหากินในพื้นที่อย่างชัดเจน

บทบาทต่อมาคือ การส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม ประเพณีและวัฒนธรรมรวม ทั้งบทบาทในการสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกระดับ ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติและ ระดับนานาชาติ

องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ริเริ่มโครงการเขตสงวนชีวมณฑล (Man and Biosphere Reserves Programme) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 ปัจจุบันมีพื้นที่สงวนชีวมณฑล 701 แห่ง ใน 124 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการมนุษย์และชีวมณฑล เมื่อปี พ.ศ. 2516 และปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่สงวนชีวมณฑล 4 แห่ง คือ พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-ห้วยคอกม้า พื้นที่สงวนชีวมณฑลห้วยทาก และพื้นที่สงวนชีวมณฑลจังหวัดระนอง

แนวทางการดำเนินงานตามหลักการของยูเนสโก จะมีการแบ่งพื้นที่ดำเนินงานออกเป็น 3 เขต ได้แก่ เขตแกนกลาง (Core Area) เขตกันชน (Buffer Zone) และเขตรอบนอก (Transition) เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดการ และแบ่งเขตสำหรับการอาศัยและทำกินออกจากพื้นที่อนุรักษ์อย่างชัดเจน โดยพื้นที่สงวนชีวมณฑลในประเทศไทยทั้ง 4 แห่ง ได้ดำเนินการตามแนวทางอย่างเคร่งครัด และสามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านการอนุรักษ์ การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช

พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช ตั้งอยู่ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 48,800 ไร่ พื้นที่สวนใหญ่เป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังที่มีความสมบูรณ์ ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลใน ปี พ.ศ. 2519 ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่ในโซนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกินมากกว่า 100 ครัวเรือน ครอบคลุม 11 ตำบล 166 หมู่บ้าน

ปัจจุบัน สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราช เป็นพื้นที่สำหรับการแสวงหาองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งภูมิปัญญาไทย มีผู้มาใช้ประโยชน์จากสถานีวิจัยฯ ปีละนับพันคนจากประเทศไทยและต่างประเทศ สร้างผลงานวิจัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 เรื่อง พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นของเห็ดซึ่งพบถึง 94 ชนิด พืชสมุนไพรอีกประมาณ 50 ชนิด มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่กว่า 480 ชนิด  ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักคือ “จิ้งเหลนปักธงชัย” สัตว์ป่าหายาก พบได้ที่ป่าสะแกราชเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-ห้วยคอกม้า 

พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-ห้วยคอกม้า หรือที่เรียกกันว่า ป่าดอยสุเทพ เป็นต้นธารน้ำ 2 ลุ่มน้ำ คือลุ่มน้ำแม่สา ในพื้นที่อำเภอแม่ริม และอำเภอสะเมิง และลุ่มน้ำคอกม้า อ.เมือง พื้นที่รวม 265,900 ไร่ ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลในปี พ.ศ. 2520

พื้นที่แห่งนี้มีชุมชนอาศัยอยู่ทั้งหมด 61 หมู่บ้าน มีประชากรรวม 39,941 คน ประชากรประกอบด้วยคนไทยพื้นเมืองเหนือ ชาวเขาเผ่าม้ง กะเหรี่ยง และลีซอ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ตลอดจนมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และเป็นพื้นที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทย โดยการนำระบบการจัดการลุ่มน้ำแบบผสมผสานมาใช้เป็นพื้นที่นำร่องที่แรกของประเทศไทย

เขตสงวนชีวมณฑลห้วยทาก

เขตสงวนชีวมณฑลห้วยทาก ตั้งอยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่งาว อ.งาว จ.ลำปาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สัก ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งและสวนป่าสัก มีพื้นที่ 184,000 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลในปี พ.ศ. 2520 มีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์ทางชีวภาพ และให้ความรู้ทางด้านวิชาการหลายแขนง และเป็นแหล่งอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ รวมทั้งความเป็นอยู่ของคนกับธรรมชาติอย่างพึ่งพาอาศัยและไม่เบียดเบียนกัน ทั้งยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น

นอกจากนี้ พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำยม เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้หลายชนิด โดยเฉพาะเมล็ดไม้สัก ในอดีตเป็นป่าสาธิตในด้านการทำป่าไม้ และได้ดำเนินการตามโครงการ ป่าต้นแบบเพื่อการจัดการป่าไม้แบบยั่งยืน เป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้บริหารและนักวิจัยป่าไม้ และยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยเพื่อเป็นต้นแบบ ในการสนับสนุนการพัฒนาระดับท้องถิ่นระดับชาติและระดับโลก

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง หรือ ศูนย์วิจัยป่าชายเลนระนอง ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลในปี พ.ศ. 2540 มีเนื้อที่ 189,431 ไร่ เป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์ระดับโลก จึงเป็นป่าชายเลนแห่งแรกของโลกที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งพืชพรรณไม้และพันธุ์สัตว์ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนดำเนินงานขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนระนอง จึงมีชนิดพันธุ์พืชและสัตว์น้ำที่มีความหลากหลายและมีจำนวนมาก มีสัตว์น้ำกว่า 300 ชนิด และพันธุ์พืชกว่า 50 ชนิด นับเป็นแหล่งส่งเสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการทำกิจกรรมจับสัตว์น้ำ การเลี้ยงปลาในกระชัง การทำฟาร์มปูนิ่ม การเพาะเลี้ยงกุ้ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตปูทะเล หรือปูดำ และปูแสม โดยเฉพาะปูทะเล สามารถจับได้จากพื้นที่แห่งนี้มากกว่า 200 ตันต่อปี ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตกะปิแบบดั้งเดิมในชุมชนเกาะเหลาซึ่งอยู่ในเขตกันชน เป็นต้น

พื้นที่สงวนชีวมณฑล เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างความคุณค่าและความตระหนักต่อทรัพยากรธรรมชาติ และใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการระบบนิเวศทางธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์ มุ่งสร้างการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่เอื้อความสุขให้กับลมหายใจของผู้คน รวมทั้งได้อาศัยพื้นที่ในการทำมาหากินอย่างเป็นระบบโดยไม่เบียดเบียนกัน เพื่อให้ความสมบูรณ์นั้นคงอยู่กับเคียงข้างโลกใบนี้สืบไป

1 กรกฎาคม 2563/ 288 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

1 พฤษภาคม 2563/ 292 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

15 เมษายน 2563/ 143 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

25 สิงหาคม 2563/ 122 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

19 พฤษภาคม 2563/ 397 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 209 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

23 กรกฎาคม 2563/ 1566 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 617 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

23 พฤษภาคม 2563/ 403 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

16 กรกฎาคม 2563/ 74 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที