ส่งน้ำป้อนนิคมฯ บางปะกง แก้ภัยแล้ง – สร้างความมั่นคงให้ EEC

ใจความสำคัญ

  • ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ในจังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงเพราะฝนตกน้อย จนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้ ที่รัฐกำลังก่อสร้างโครงการ EEC ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นในระยะยาวด้วย รัฐบาลจึงวางแผน 8 แนวทาง เพื่อหาน้ำให้เพียงพอต่อการขยายตัวของพื้นที่ในทุกมิติ และหนึ่งในนั้นคือ การจัดหาแหล่งน้ำจากภาคเอกชน
  • สถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม IWRM ได้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 โดยเป็นสถานีที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยงาน อาทิ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย EEC สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และบริษัทอินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จํากัด (IWRM)
  • สถานี IWRM นี้มีศักยภาพในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC ได้อย่างรวดเร็ว โดยส่งน้ำจากจังหวัดชลบุรีมายังภาคอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยท่อ HDPE ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร เป็นระยะทางรวมกว่า 36 กิโลเมตร โดยสามารถส่งน้ำได้มากกว่าวันละ 40,000 ลูกบาศก์เมตร

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การบริหารของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สานต่อจากยุครัฐบาล คสช. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมไปถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ดี ในฤดูแล้งเมื่อปี 2562 และ 2563 ที่ผ่านมา พื้นที่ EEC ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง เพราะมีฝนตกปริมาณน้อย โดยในปี 2563 พื้นที่ EEC มีอ่างเก็บน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่แห่งเดียวเท่านั้นที่มีน้ำเกินกว่าร้อยละ 50 คือ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ส่วนอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ ทุกแห่งมีน้ำคงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 50 แม้เมื่อล่วงเข้าฤดูฝนแล้ว จนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นวงกว้าง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้วิเคราะห์แล้วว่า กิจกรรมการใช้น้ำใน EEC จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อภาคการผลิต ทั้งในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม หรือน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม โดยเมื่อปี 2560 พื้นที่ EEC มีความต้องการใช้น้ำรวม 2,404.91 ล้านลูกบาศก์เมตร และ สนทช. ประมาณการว่า ในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 2,777.68 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อมาในปี 2580 จะเพิ่มเป็น 2,977.55 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมแล้วในระยะเวลา 20 ปี ความต้องการใช้น้ำเพิ่มจากปี 2560 ถึง 572.64 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้น จึงต้องวางแผนเพื่อจัดหาน้ำให้ได้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

รัฐบาลจึงมีมาตรการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ เพื่อรองรับโครงการ EEC ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2560 และ 2561 โดยมีทั้งหมด 7 แนวทาง ได้แก่

  1. ปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำเดิม
  2. พัฒนาอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ EEC และนอก EEC
  3. พัฒนาระบบผันน้ำเชื่อมโยงแหล่งน้ำ
  4. พัฒนาแหล่งน้ำสํารองภาคเอกชน
  5. พัฒนาน้ำบาดาลสำหรับภาคอุตสาหกรรมและเสริมในพื้นที่ขาดแคลน
  6. ใช้เทคโนโลยีใหม่ อาทิ การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และนําน้ำเสียที่ผ่านการบําบัดมาใช้ประโยชน์
  7. การจัดการด้านความต้องการใช้น้ำ เช่น การเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำ การลดน้ำสูญเสีย และปรับระบบการเพาะปลูกให้เหมาะสม

นอกจากแนวทางขั้นต้นแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่รัฐบาลใช้เสริมในการแก้ปัญหาภัยแล้งพื้นที่ EEC ก็คือ การจัดหาแหล่งน้ำจากภาคเอกชน ซึ่งล่าสุดก็ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว 1 โครงการ คือ การก่อสร้างสถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม IWRM โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563

สถานีเพิ่มแรงดันน้ำแห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ต้องการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ EEC อย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย EEC  สทนช. และบริษัทอินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จํากัด (IWRM)

สถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม IWRM ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ชลบุรี-กรุงเทพฯ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่กว่า 12 ไร่ ใช้เวลาก่อสร้างอย่างรวดเร็วเพียง 66 วัน ทำหน้าที่ส่งน้ำจากจังหวัดชลบุรีมาหล่อเลี้ยงภาคอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราด้วยท่อ HDPE ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร เป็นระยะทางรวมกว่า 36 กิโลเมตร

ภายในสถานีเพิ่มแรงดันน้ำ ประกอบด้วย อาคารเพิ่มแรงดันน้ำ ซึ่งสามารถสูบส่งน้ำได้มากกว่าวันละ 40,000 ลูกบาศก์เมตร ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองสำหรับใช้ในกรณีไฟฟ้าดับ และมีถังเก็บกักน้ำแบบถอดประกอบจำนวน 5 ใบ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า  ถังไชโย  ถังนาวา  ถังไตรรงค์  ถังสยาม และ ถังธารา โดยทั้ง 5 ถังบรรจุน้ำไว้ทั้งหมด 5,000,000 ลูกบาศก์เมตร

สถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม IWRM นี้ จึงเป็นหนึ่งในกลไกการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจด้านทรัพยากรน้ำให้แก่นักลงทุน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *