วัคซีนสู้โควิด-19 ฝีมือคนไทย ครม. ไฟเขียวงบพันล้านเร่งพัฒนา

สาธารณสุข, เรื่องน่ารู้, 14 กันยายน 2563

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สนับสนุนสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ทีมนักวิจัยและทีมแพทย์ไทยเดินหน้าพัฒนาทดลองวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้คนไทยได้มีวัคซีนใช้ทันการณ์ หากมีการกลับมาระบาดในรอบที่ 2 โดยไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถของนักวิจัยในประเทศไทยด้วย
  • บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยนักวิจัยไทย สามารถพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จากใบยาพืช นำมาใส่รหัสพันธุกรรมโปรตีนไวรัส เพื่อให้พืชสร้างโปรตีนที่ต้องการขึ้นเพื่อสกัดเป็นวัคซีน โดยมีเป้าหมายว่า จะสามารถใช้งานได้ภายในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2564

ท่ามกลางการระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกซึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง สิ่งที่นานาประเทศพอทำได้ในขณะนี้ คือ การบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ที่เข้มงวดเพื่อเป็นการรับมือ และชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมรณะเท่านั้น ขณะที่ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร เยอรมัน และแคนาดา ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยาเร่งทำการพัฒนา วิจัย และทดลองวัคซีนต้านโควิดที่เชื่อว่า จะเป็นวิธีป้องกันโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ละประเทศต่างชิงออกข่าวความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนที่ใกล้จะสำเร็จ และมั่นใจว่าจะผลิตออกมาใช้งานได้ไม่เกินปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 เป็นอย่างช้า เพื่อแย่งชิงอิทธิพล และคงศักดิ์ศรีของความเป็นประเทศมหาอำนาจ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาต่างก็หวังว่า ชาติมหาอำนาจจะกระจายวัคซีนให้อย่างเป็นธรรม

ไทยเอง ในฐานะที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้เดินหน้าในเรื่องการการพัฒนาวัคซีนเช่นกัน โดยล่าสุดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2563 ที่จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ในลักษณะเงินอุดหนุนให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนหน่วยงานและเครือข่ายการพัฒนาวัคซีนของประเทศในการเพิ่มศักยภาพให้พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตวัคซีนโควิด-19 และสร้างขีดความสามารถในการคิดค้นวัคซีนตั้งแต่ต้นน้ำ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยในห้วงนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์สำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การนำวัคซีนต้นแบบที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศมาทดสอบในประเทศไทย และขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิต ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลาง และอีกแนวทางคือ การพัฒนาวัคซีนต้นแบบในประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว

ครม. จึงอนุมัติงบประมาณเงินกู้สนับสนุน 1,000 ล้านบาท แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าโครงการพัฒนาวัคซีนซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก ดำเนินการผลิตโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนที่สอง รัฐบาลร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยการทำข้อตกลงเพื่อจัดสรรโควต้าเมื่อได้วัคซีนต้นแบบแล้ว หรือกำหนดเงื่อนไขให้จำหน่ายในราคาต้นทุน และส่วนที่่สาม ประเทศไทยผลิตเอง โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ส่งเสริม

ล่าสุด ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่า บริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทย สามารถพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำจากใบยาพืช โดยการใส่รหัสพันธุกรรมที่กำหนดการสร้างโปรตีนของไวรัส ภายใน 1 สัปดาห์ พืชจะสร้างโปรตีนที่ต้องการใช้งาน ทั้งนี้ ลักษณะโครงสร้างและลำดับของโปรตีนจะแม่นยำกว่าการสร้างวัคซีนด้วยกลวิธีอื่น โดยเป้าหมายตอนนี้คือทำโรงงานวัคซีนในประเทศ คาดว่าภายในปลายปีนี้หรือปี 2564 จะสามารถใช้งานได้

การเร่งพัฒนาวิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเครื่องมือสำคัญ เป็นนวัตกรรมทางสุขภาพ และเป็นยุทธปัจจัยที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นความหวังของทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การเร่งรัดให้มีวัคซีนใช้ในประเทศจะส่งผลกระทบเชิงบวกกับเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สอดคล้องกับแผน Blueprint เข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของคนไทย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 ซึ่งถือเป็นกรอบนโยบายในการบูรณาการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน

 

14 กันยายน 2563/ 467 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

1 สิงหาคม 2563/ 73 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 126 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 76 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

12 มิถุนายน 2563/ 79 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

22 เมษายน 2563/ 999 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

30 มิถุนายน 2563/ 245 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

19 พฤศจิกายน 2563/ 9 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

19 พฤศจิกายน 2563/ 10 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

25 มิถุนายน 2563/ 94 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที