ยกระดับภาคอีสานเป็นประตูเชื่อมเอเชีย
รัฐบาลเร่งสร้างถนน-รถไฟ-สนามบินรองรับ

ใจความสำคัญ

  • การพัฒนาโครงการคมนาคมในพื้นที่ภาคอีสานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกยุครัฐบาล และตลอด 6 ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัด กำกับและติดตามการพัฒนาโครงการด้านการคมนาคมขนส่ง ทั้งถนน ทางราง และอากาศของภาคอีสาน เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็วและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อช่วยพัฒนาจังหวัดภาคอีสาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวอีสานให้ดีขึ้นไปอีกระดับ ที่สำคัญ จะเป็นประตูให้ประเทศไทยเชื่อมไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์แบบด้วย

“ถ้าการเมืองดี เราจะมีถนนหนทาง มีรถไฟที่ดี” คำ ๆ นี้ มักจะได้เห็นในโลกสังคมออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมาอยู่บ่อยครั้ง แต่หากพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริง ในช่วงของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โครงการด้านคมนาคมเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลทราบดีว่า โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ช่วยให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เกิดการพัฒนาเมือง และเพิ่มศักยภาพการเดินทางของประชาชน

หนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม คือ การพัฒนาโครงการคมนาคมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุครัฐบาลก่อน เนื่องจากภาคอีสานเป็นประตูสำคัญที่จะเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมไทยกับลาว เวียดนาม จีน ยุโรป และเวทีโลก รัฐบาลจึงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านคมนาคมให้ครอบคลุม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค รวมทั้งส่งผลดีต่อประชาชนในพื้นที่

แม้ว่าจะมีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาแล้ว (บทความการคมนาคมในไทย) แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ ยังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัด กำกับ และติดตามการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งถนน ทางราง และทางอากาศ ให้โครงการก่อสร้างต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีโดยเร็วที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

รถไฟความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ที่กำลังก่อสร้าง

สำหรับโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมในพื้นที่ภาคอีสานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง นั้น มีหลายโครงการสำคัญที่ประชาชนใจจดใจจ่อรอคอยใช้บริการ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างในช่วงที่ 1 กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2568 และโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2565

แผนการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการสำคัญ เริ่มที่โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ นครราชสีมา-ขอนแก่น ระยะทาง 202 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวง ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสร็จแล้ว โดยเป็นการก่อสร้างบนพื้นที่ใหม่ รูปแบบถนนระดับดิน ขนาด 4 ช่องจราจร แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา มหาสารคาม และขอนแก่น ซึ่งทั้งโครงการใช้เงินลงทุนประมาณ 103,915 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2567-2568 และเปิดบริการได้ในปี 2571 โดยประเมินว่าจะมีปริมาณการจราจรอยู่ที่ 41,801 คัน/วัน และในอนาคตจะขยายเส้นทางไปถึง จ. หนองคายอีกด้วย

โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 6

อุบลราชธานี-สาละวัน ซึ่งมีความยาวของสะพานที่ 1.6 กิโลเมตร ใช้วงเงินดำเนินโครงการ 4,270 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนภายในปีนี้ ก่อนจะนำเสนอให้รัฐบาลไทยและลาวร่วมกันพิจารณา หากได้รับความเห็นชอบจะเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติโครงการตามระเบียบและขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ คาดว่า จะเริ่มการก่อสร้างได้อย่างเร็วปลายปี 2565 หรืออย่างช้าต้นปี 2566 และจะแล้วเสร็จในปี 2568 เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และทำหน้าที่เป็นระเบียงเศรษฐกิจสำหรับทั้งภูมิภาคด้วย เพราะสะพานแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเชื่อมภาคตะวันออกของไทยกับทางตอนใต้ของลาว แต่ยังจะเชื่อมโยงไปยังเวียดนามด้วย

ต่อมาเป็นโครงการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมทางราง ซึ่งมีทั้งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพ-หนองคาย ช่วงที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตร ที่ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบรายละเอียดของงานโยธาในการก่อสร้าง และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

นอกจากนี้ การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางจิระ-อุบลราชธานี ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม รวมทั้งรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงนครสวรรค์-บ้านไผ่ จะช่วยให้แผนการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใหม่เชื่อมตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor Upper) จากแม่สอด-นครพนม มีโครงข่ายที่สมบูรณ์

ด้านอากาศ เร่งรัดพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 9 แห่งในภาคอีสาน แบ่งเป็น ท่าอากาศยานที่เชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 5 แห่ง  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 3 แห่ง รองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา 1 แห่ง สนามบิน 9 แห่ง ประกอบด้วย การพัฒนาสนามบินอุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา นครพนม เลย สกลนคร ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์

นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านคมนาคมอื่น ๆ รวมทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนน การศึกษาเส้นทางรถไฟสายใหม่ และการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร  โดยรัฐบาลต้องการพัฒนาและยกระดับการเดินทางของประชาชนใน 3 จังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ. ยโสธร  จ. อำนาจเจริญ และ จ. มุกดาหาร โดยโครงการด้านคมนาคมอื่น ๆ ดังกล่าว ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายถนน 7 โครงการ 235 กิโลเมตร ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ พร้อมศึกษาเส้นทางรถไฟสายใหม่ ช่วงวารินชำราบ-เลิงนกทา จ.ยโสธร พัฒนาโครงข่ายถนน 9 โครงการ 230 กิโลเมตร และศึกษาเส้นทางรถไฟสายใหม่ช่วงร้อยเอ็ด-ยโสธร-ศรีสะเกษ  จ. มุกดาหาร พัฒนาโครงข่ายถนน 7 โครงการ 128 กิโลเมตร เตรียมก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม  รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร เพื่อรองรับการเดินทางจากภาคอีสานตอนกลางและประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เชื่อมั่นได้ว่า จะสามารถช่วยพัฒนาจังหวัดภาคอีสาน และคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอีสานให้ดีขึ้นไปอีกระดับ ที่สำคัญ จะเป็นประตูสำคัญให้ประเทศไทยเชื่อมโลกได้ดียิ่งขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *