กำหนด
46 ประเทศ/พื้นที่
รับนักท่องเที่ยว
โดยไม่กักตัว
ฟื้นฟูการ
ท่องเที่ยวไทย

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้ลงนามในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติในการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว โดยมีสาระสำคัญ คือ การยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป และอนุญาตให้จัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มไม่เกิน 500 คนได้ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดพื้นที่สถานการณ์ย่อยในจังหวัดของตนเองเสนอต่อ ศบค. เพื่อผ่อนคลายกิจกรรม/เปิดการบริการต่าง ๆ และกำหนดผู้ที่สามารถเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มเติม ได้แก่ บุคคลประเภท (๑๓) “ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล”
  • ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 17/2564 มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อนุมัติประเทศและพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (๑๓)
  • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ได้มีประกาศลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ประกาศรายชื่อ 46 ประเทศ/พื้นที่ที่อนุญาตให้บุคคลที่ฉีดวัคซีนครบเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว โดยพิจารณาจากเกณฑ์ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนในประเทศนั้น ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อรักษาความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งมาตรการเข้าประเทศของประเทศนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางของคนไทย

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติในการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามนโยบายการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ของรัฐบาล โดยมีข้อกำหนด 7 ข้อ ดังนี้

  1. ให้กำหนดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (sandbox)
  2. ให้สถานที่ กิจการ หรือการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวสามารถเปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด
  3. ยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม 2564
  4. ให้สามารถจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มไม่เกิน 500 คนได้ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว
  5. สำหรับสถานบริการ หรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังคงให้ปิดบริการไว้ก่อนในระยะแรก แต่ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดกิจการไว้เพื่อสามารถเปิดกิจการได้เมื่อรัฐบาลประกาศอนุญาต
  6. การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวและกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในแต่ละจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอพื้นที่สถานการณ์ย่อยให้ ศบค. พิจารณาผ่อนคลายมาตรการควบคุมในพื้นที่นั้น ๆ และ
  7. กำหนดประเภทของบุคคลที่อนุญาตในเข้าประเทศไทยทางอากาศเพิ่มเติม ได้แก่ บุคคลประเภท (๑๓) “ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล”

พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว มี 17 จังหวัด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. จังหวัดกระบี่
  3. จังหวัดชลบุรี (เฉพาะอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา อำเภอศรีราชา อำเภอเกาะสีชัง และ อำเภอสัตหีบเฉพาะตำบลนาจอมเทียนและตำบลบางเสร่)
  4. จังหวัดเชียงใหม่ (เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง)
  5. จังหวัดตราด (เฉพาะอำเภอเกาะช้าง)
  6. จังหวัดบุรีรัมย์ (เฉพาะอำเภอเมืองบุรีรัมย์)
  7. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เฉพาะตำบลหัวหินและตำบลหนองแก)
  8. จังหวัดพังงา
  9. จังหวัดเพชรบุรี (เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ)
  10. จังหวัดภูเก็ต
  11. จังหวัดระนอง (เฉพาะเกาะพยาม)
  12. จังหวัดระยอง (เฉพาะเกาะเสม็ด)
  13. จังหวัดเลย (เฉพาะอำเภอเชียงคาน)
  14. จังหวัดสมุทรปราการ (เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ)
  15. จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เฉพาะเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า)
  16. จังหวัดหนองคาย (เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ และ อำเภอท่าบ่อ)
  17. จังหวัดอุดรธานี (เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี อำเภอนายูง อำเภอหนองหาน และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม)

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้ลงนามในคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 17/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อนุมัติประเทศและพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (๑๓)

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ได้ประกาศรายชื่อประเทศและพื้นที่ที่อนุญาตบุคคลเดินทางเข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัว โดยใช้เกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขในการพิจารณา ได้แก่ ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศนั้น ๆ ที่เกินร้อยละ 50 ของประชากรในประเทศ ประเภทวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง มาตรการเข้าประเทศของประเทศนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการเดินทางของคนไทย และปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อรักษาความมั่นคงทางสาธารณสุขของประเทศไทย และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและบริการควบคู่กันไป ทั้งนี้ เป็นการพิจารณาร่วมกันของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตามแนวทางและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

ประเทศที่บุคคลสามารถเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว มี 46 ประเทศ/พื้นที่ ดังนี้

ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน เบลเยียม ภูฏาน บรูไนดารุสซาลาม บัลแกเรีย กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย มาเลเซีย มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ สโลวีเนีย เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง

คุณสมบัติของบุคคลที่เดินทางจาก 46 ประเทศ/พื้นที่ ที่จะสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว

รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น จึงกำหนดให้ผู้เดินทางมาจากทั้ง 46 ประเทศโดยไม่ต้องกักตัว จะต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลกรับรองครบแล้วเท่านั้น เรามาดูกันว่าคุณสมบัติและเอกสารประกอบอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ดังนี้

1. ต้องมีการลงทะเบียนผ่านระบบหรือเว็บไซต์ที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ เฉพาะกรณีผู้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางอากาศเท่านั้น โดยผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศ/พื้นที่ 46 ประเทศดังกล่าวไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนเดินทางเข้ามาประเทศไทย แต่ยกเว้นผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยไปยัง 46 ประเทศ/พื้นที่นี้ ไม่ต้องอยู่ถึง 21 วันก็เดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัวได้

2. ต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางเข้ามาประเทศไทย ดังนี้

  • หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE) หรือหลักฐานการลงทะเบียน การเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศกำหนด
  • เอกสารรับรองการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด – 19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID – 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ หากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีเชื้อโรคโควิด – 19 ให้มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเป็นผู้เคยติดเชื้อและหายแล้วไม่เกิน 3 เดือนด้วย
  • กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในประเทศไทยในวงเงินไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นคนไทย ไม่ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวเนื่องตากมีสิทธิในการรักษาพยาบาลโรคโควิด-19 ตามกฎหมายอยู่แล้ว
  • หลักฐานการชำระค่าโรงแรมหรือที่พักในจังหวัดแรกที่เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างน้อย 1 วัน และค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในโรงแรมหรือสถานที่พักนั้น ๆ โดยที่พักจะต้องขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด
  • เอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนออกเดินทาง โดยต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาของไทยหรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งมิได้อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีนที่เดินทางมาพร้อมบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด – 19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID – 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

สำหรับกรณีผู้ที่เคยติดเชื้อและได้รับการรักษาหายแล้ว ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าเคยติดเชื้อโรคโควิด – 19 และหลักฐานการได้รับวัคซีน 1 เข็มภายในเวลา 3 เดือนหลังการติดเชื้อโรคโควิด – 19 เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนการออกเดินทาง

เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ต้องทำอย่างไร

  1. ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ที่สนามบิน (Entry screening)
  2. ให้ยื่นเอกสารประกอบการเดินทางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สนามบิน
  3. ให้เดินทางออกจากสนามบินไปยังโรงแรมหรือสถานที่พัก เพื่อตรวจหาเชื้อโรคโควิด – 19 ด้วยวิธี RT-PCR 1 ครั้ง โดยระหว่างเดินทางไปที่พัก จะต้องไม่มีการแวะหรือหยุดพัก ณ สถานที่ใด ๆ (Sealed Route) ภายในระยะเวลา ๒ ชั่วโมง
  4. ในระหว่างที่รอผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิด – 19 ห้ามผู้เดินทางเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พัก
  5. ในกรณีที่ผลการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่ที่พักปรากฏว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด – 19 ผู้เดินทางสามารถเดินทางไปที่ใดก็ได้ในประเทศไทย โดยสถานที่พักจะมอบชุดตรวจ ATK ให้แก่ผู้เดินทาง 1 ชุด เพื่อให้ตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 6 – 7 ของระยะเวลาที่พำนักหรือเมื่อมีอาการของโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด – 19
  6. ในกรณีที่ผลการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ในครั้งแรกที่ที่พักปรากฏว่าผู้เดินทางมีเชื้อโรคโควิด – 19 ผู้เดินทางจะถูกส่งตัวไปรับการรักษาพยาบาล โดยชาวต่างชาติต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ส่วนคนไทยรักษาพยาบาลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด
  7. ต้องใช้ระบบติดตามหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกำหนด โดยให้เปิดระบบติดตามดังกล่าวไว้ตลอดเวลา เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามอาการ และบันทึกผลการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองตามที่ได้รับแจกชุดตรวจ ATK ไปแล้ว

คนจากประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจาก 46 ประเทศนี้ เข้าประเทศไทยได้ไหม

คำตอบคือ ได้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยปิดประเทศโดยห้ามมิให้คนต่างชาติเข้าประเทศไทยเลย ทุกคนสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้มาโดยตลอด เพียงแต่ต้องมีเอกสารประกอบครบถ้วนตามที่ทางการไทยกำหนดและต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตรการควบคุมโรคของไทย โดยคนที่ฉีดวัคซีนครบ ต้องกักตัว 7 วัน ส่วนคนที่ฉีดวัคซีนไม่ครบหรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ต้องกักตัว 10 วัน และในระหว่างกักตัวก็มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามแนวทางที่ทางการไทยกำหนด ซึ่งแนวทางนี้จะบังคับใช้กับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจากประเทศต้นทางที่นอกเหนือจาก 46 ประเทศในข้างต้น

มาตรการทั้งหมดนี้ ก็เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาประเทศไทยให้ได้มากที่สุด อันจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในฤดูท่องเที่ยวช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้ไปสู่พี่น้องประชาชนในทุกภาคของประเทศไทยต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *