เดินหน้าสางปัญหาหนี้นอกระบบ ครอบคลุมทุกมิติ ทุกระยะ อย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจ, 25 สิงหาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ มาโดยตลอด เฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว 25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ จับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายจำนวน 6,002 ราย และการให้แหล่งเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์ มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท
  • รัฐบาลได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยเน้นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนในการพัฒนาประเทศชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นปัญหาที่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากเป็นวิธีการที่สะดวกและสามารถหาแหล่งเงินได้โดยง่าย อีกทั้งปัจจุบันรูปแบบการปล่อยกู้ ติดตาม หรือทวงหนี้ ยังมีความทันสมัยทางเทคโนโลยีจึงทำให้เกิดหนี้นอกระบบได้ง่ายขึ้น

หนี้นอกระบบ คือ หนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินระหว่างประชาชนด้วยกันเอง โดยไม่ได้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน จึงมักก่อให้เกิดเป็นปัญหาเมื่อมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงผิดปกติ ประเทศไทยได้ให้คำนิยามหนี้นอกระบบว่า หมายถึง หนี้เงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) โดยที่เจ้าหนี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การขับเคลื่อนโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา “หนี้นอกระบบ” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นว่า เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากผู้มีรายได้น้อยหรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เมื่อเป็นหนี้แล้ว ต้องหารายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้หนี้ เกิดความเครียดสะสมและอาจนำไปสู่การใช้วิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดปัญหาการทวงหนี้ที่ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงวิธีการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมายด้วย

การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน

หนี้นอกระบบยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศ รัฐบาลจึงมีการศึกษาและติดตามปัญหาหนี้นอกระบบอย่างใกล้ชิด เพื่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ภายใต้การแก้ไขเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ครอบคลุม 5 มิติ ประกอบด้วย

  1. การจัดการเจ้าหนี้นอกระบบ โดยได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย โดยมี “พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560” ซึ่งเพิ่มโทษกับเจ้าหนี้นอกระบบ และเปิดช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถจดทะเบียนเป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบได้
  2. การไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถร้องทุกข์และขอคำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบได้ที่ “จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ” ที่ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา ซึ่งจะช่วยประสาน “คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด” เพื่อช่วยเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้

นอกจากนั้น หากประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สามารถร้องเรียนได้ที่สถานีตำรวจ หรือศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ โทร. 1599 หรือโทร 02-575-3344 เพื่อติดต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตลอดจน สายด่วน 1359 เพื่อติดต่อศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567

  1. การจัดหาแหล่งเงินในระบบให้ เมื่อไกล่เกลี่ยจนมูลหนี้เป็นธรรมแล้ว ซึ่งลูกหนี้สามารถที่จะขอสินเชื่อในระบบได้ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้มีสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (PICO Finance) ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนทั่วไปทั้งผู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในวงเงิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังได้สนับสนุนให้มีสินเชื่อจากธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. วงเงิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.85% ต่อเดือน หรือสินเชื่อในระบบอื่น ๆ สําหรับลูกหนี้ที่ยังมีความสามารถในการชําระหนี้ตํ่าเกินไป

สำหรับสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อทั้งประเภทพิโกไฟแนนซ์และประเภทพิโกพลัสสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,124 ราย ใน 75 จังหวัด และมีจำนวนผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภท จำนวน 932 ราย ใน 74 จังหวัด

โดยมียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมและยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ยจำนวน 26,005.41 บาทต่อบัญชี   ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 131,518 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 3,722.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53.04   ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันจำนวน 138,362 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 3,295.76 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.96  ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม

  1. ฟื้นฟูศักยภาพลูกหนี้ สําหรับลูกหนี้ที่ยังมีความสามารถในการชําระหนี้ตํ่าเกินไป “คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด” จะช่วยฟื้นฟูอาชีพ ปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงิน ฝากอบรมอาชีพ หรือพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน
  2. สร้างภูมิคุ้มกัน ภาครัฐจะพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนให้ทําหน้าที่ทดแทนเจ้าหนี้นอกระบบ หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งจัดทํา “ฐานข้อมูลหนี้นอกระบบ” เพื่อใช้กําหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายต่อไป

การกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมาย

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดสะสมนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นกันยายน 2562 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 5,297 คน

เฉพาะเดือนมิถุนายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2563 จำนวน 490 ราย สำหรับผลการดำเนินการจับกุมปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 มีจำนวนสะสมทั้งสิ้น 6,002 ราย

ผลจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ พบว่า การคืนโฉนดสำหรับลูกหนี้นอกระบบ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2561 จนถึง สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้มีการไกล่เกลี่ยทั้งหมด 12 ครั้ง มีการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนจำนวน 25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ คิดเป็นเนื้อที่ 59,421 ไร่ 3 งาน 27.42 ตารางวา เป็นมูลค่าทรัพย์สินที่ประชาชนได้คืนทั้งหมด 30,667,639,456 บาท

แนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การแก้ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมรอบด้าน ไม่เพียงแค่จำนวนหนี้สินที่เกิดขึ้นเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลจึงได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยให้แนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็น 3 ระยะ คือ

ระยะเร่งด่วน ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าปราบปรามเจ้าหนี้นายทุนที่มีการข่มขู่ทวงหนี้ในการกู้นอกระบบทุกรูปแบบ ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรม จะช่วยเหลืออำนวยความยุติธรรมให้กับลูกหนี้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำสัญญา หรือการเรียกดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ในชั้นก่อนฟ้อง ชั้นพิจารณาและชั้นบังคับคดี ด้วยการช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย ทนายความ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามกฎหมายกองทุนยุติธรรม รวมทั้งประสานการไกล่เกลี่ยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ (ศนธ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงยุติธรรมในการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ

ระยะกลาง คือ การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อให้ลืมตาอ้าปากในช่วงวิกฤติการสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อพัฒนาศักยภาพลูกหนี้ให้สามารถทำบัญชีครัวเรือน

และ ระยะยาว จะเน้นการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำการศึกษาวิจัยการจัดหาแหล่งทุนที่เหมาะสมในรูปแบบอื่น ๆ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อร้องเรียนความเดือดร้อน และข้อเสนอแนะของประชาชน โดยข้อร้องเรียนต่าง ๆ จะต้องใช้เวลาแก้ปัญหาไม่เกิน 1 สัปดาห์ อีกทั้งทุกข้อร้องเรียนจะต้องมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา โดยรัฐบาลมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาของหนี้นอกระบบ รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงหนี้ในระบบ และพัฒนาความสามารถในการบริการจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน

25 สิงหาคม 2563/ 944 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

2 มิถุนายน 2563/ 509 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

18 พฤศจิกายน 2563/ 23 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 92 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

15 เมษายน 2563/ 348 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

22 เมษายน 2563/ 301 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 577 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

9 ตุลาคม 2563/ 53 Views/ เวลาอ่าน 9 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 342 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 100 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที