การ์ดไม่ให้ตก แม้ยกเลิกเคอร์ฟิว – คุมเข้มเข้าประเทศทุกทาง 15 มิ.ย.ผ่อนคลายระยะที่ 4

พร้อมรับมือโควิด-19, ฯลฯ, 13 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • ศบค.ประกาศมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 โดยให้“ยกเลิกเคอร์ฟิว” ซึ่งจากเดิมห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 23.00 – 03.00 น. โดยการยกเลิกเคอร์ฟิวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป แต่ยังคงงดการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นการนำเชื้อโควิด-19 เข้ามา
  • แม้ผ่อนคลายหลายกิจกรรม แต่รัฐบาลยังต้องขอความร่วมมือจากประชาชนและทุก ๆ ภาคส่วน เพื่อไม่ให้ไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดได้อีก

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่นำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาศัยข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 10) ออกประกาศมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 4 แล้ว หลังเฝ้าจับตาสถานการณ์ของการแพร่เชื้ออย่างใกล้ชิด พิจารณากันอย่างรอบคอบโดยคณะทำงานที่ประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ แม้ยอดตัวเลขจะไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมาแล้วมากกว่า 2 สัปดาห์ก็ตาม แต่เชื้อไวรัสร้ายนี้ก็มีโอกาสกลับมาได้ตลอดเวลา หากคนไทยชะล่าใจประมาทการ์ดตก เนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากนอกราชอาณาจักรเกือบทุกวัน โดยมีด่านตรวจโรคชายแดนคอยสกัดกันเอาไว้  จึงจำเป็นต้องควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ อย่างเข้มงวดต่อไป

สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องชั่งน้ำหนัก คือ ระหว่างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของประชาชน กับเศรษฐกิจไทยที่ต้องกลับมาขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปหลังชะงักงันมานานเกือบ 5 เดือน จากมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และการล็อกดาวน์จุดเสี่ยงทั้งหมด

จากการประเมินความสำเร็จของมาตรการผ่อนปรนทั้ง 3 ระยะที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้มาตรการผ่อนปรนระยะที่  4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 และหนึ่งในมาตรการก็คือ การยกเลิก “เคอร์ฟิว” นั่นหมายถึง จะไม่มีการกำหนดเวลาออกนอกเคหสถานยามวิกาล ( เวลา 23.00 – 03.00 น.) แต่จะยังไม่อนุญาตให้สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และโรงเบียร์ เปิดดำเนินการ

ในประกาศระยะที่ 4 ยังได้กำหนดมาตรการป้องกัน สำหรับทำกิจกรรม และการดำเนินธุรกิจเอาไว้อย่างละเอียด โดยเฉพาะกิจกรรมผ่อนคลายด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิต โดยหลังจากนี้จะสามารถจัดการประชุม อบรม สัมมนา จัดนิทรรศการ งานพิธี จัดเลี้ยง การแสดงดนตรี นาฎศิลป์ คอนเสิร์ต หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในโรงแรม โรงมหรสพ ห้องประชุม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า โรงภาพยนต์ หรือในสถานที่อื่น ๆ โดย ประชุม อบรม สัมมนาได้  แต่ยังต้องเว้นระยะพื้นที่ 4 ตารางเมตรต่อคน  ส่วนงานจัดเลี้ยง งานอิเวนต์ เปิดตัวสินค้า ประกวด แข่งขันกีฬา ต้องนั่งระยะห่างหรือยืน 1 เมตร สำหรับงานดนตรี คอนเสิร์ตจะต้องลดความหนาแน่นให้อยู่ใน 5 ตารางเมตรต่อคน

สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์เด็กพิเศษ สถานดูแลผู้สูงอายุ สถานที่บริการดูแล สถานที่พำนักอาศัย หรือสถานสงเคราะห์อื่นที่จัดสวัสดิการให้แก่เด็กและผู้สูงอายุ ให้เปิดทำการได้ โดยให้แบ่งกลุ่มเป็น 2 ตารางเมตรต่อคน

ผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือ สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ  ให้จัดการเรียนการสอน การอบรมสัมมนาในรูปแบบวิถีใหม่ โดยจำกัดจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียนให้ไม่เกิน 120 คน รวมทั้งเพิ่มเวลาการเรียนทางออนไลน์

การเข้าเรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ให้แบ่งเป็นกลุ่มเล็ก และเข้าชมเป็นรอบ

การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ กองถ่ายทำ รวมทุกแผนกไม่เกิน 150 คน และให้มีผู้เข้าชมไม่เกิน 50 คน

กิจกรรมการออกกำลังกายแบบกลุ่มในสวนสาธารณะ ลานกิจกรรม พื้นที่กิจกรรมสาธารณะหรือลานกีฬากลางแจ้ง จำกัดรวมกลุ่ม  5 ตารางเมตรต่อคน รวมไม่เกิน 50 คน โดย สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุก ยกเว้นการใช้เครื่องเล่นในลักษณะที่เป็นการติดตั้งชั่วคราว หรือเครื่องเล่นที่มีพื้นผิวสัมผัสมาก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการติดโรคในเด็ก เช่น บ้านบอล บ้านลม โดยสวนน้ำเว้นระยะ 4 ตารางเมตร ต่อคน

กิจกรรมการดูแลสุขภาพ หรือสันทนาการ ทั้งการอบตัว อบสมุนไพร หรืออบไอน้ำแบบรวมในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา หรือสถานประกอบการ นวดแผนไทย เน้นให้บริการแบบแยกห้องเดี่ยว  ถ้าเป็นห้องรวม หรือบ่อออนเซ็นรวม ต้องควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการต่อรอบให้ห่างกัน 5 ตารางเมตรต่อคน  แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดสถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด

การขนส่งสาธารณะ อนุญาตให้รถโดยสารประจําทาง รถปรับอากาศ รถตู้ ระหว่างจังหวัด รถไฟ เครื่องบิน ข้ามเขตพื้นที่จังหวัด แต่ต้องจัดระยะผู้โดยสารนั่งติดกัน 2 ที่นั่ง เว้น 1 ที่นั่ง จํากัดจํานวนไม่เกินร้อยละ70 ต่อคันโดยสารสาธารณะทางไกลจอดพักรถทุก 2 ชั่วโมง และยังต้องมีการลงทะเบียนเพื่อติดตามตัวอยู่เช่นเดิม

ที่สำคัญ คือ พวกเราทุกคนในทุกประเภทกิจการและกิจกรรม ยังจำเป็นต้องเคร่งครัดในมาตรการป้องกันตนเองและผู้อื่น ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ต้องควบคุมการเข้า-ออก ลงทะเบียนด้วยแอพ  “ไทยชนะ”ทุกครั้ง มีจุดล้างมือ บริการอย่างเพียงพอทั้งก่อนและหลังกิจกรรม ทำความสะอาดบริเวณ ผิวสัมผัสร่วม อาทิ ห้องสุขาอย่างสม่ำเสมอ กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน เรียกได้ว่า ผ่อนได้ แต่การ์ดก็จะต้องไม่ตกด้วย

ทั้งหมดนี้แม้อาจจะไม่ทันใจคนบางกลุ่ม แต่เหตุที่ ศบค.ต้องคิดพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดนั้น เพราะไม่อาจยอมให้ประชาชนคนไทยต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับไวรัสซึ่งเป็นศัตรูที่มองไม่เห็นตัวอีกแล้ว ก้าวต่อไปหลังการผ่อนคลายนี้ คือการร่วมมือร่วมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พาประเทศชาติเดินหน้าแบบ New Normal ต่อไปอย่างมั่นใจ ท่องกันเอาไว้ #ประเทศไทยต้องชนะ

#ยกเลิกเคอร์ฟิว #ผ่อนปรนเฟส4 #ศบค #PMDU #สบนร

13 มิถุนายน 2563/ 40 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

22 เมษายน 2563/ 91 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 160 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 26 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 43 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

15 พฤษภาคม 2563/ 121 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

17 กรกฎาคม 2563/ 775 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 27 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 45 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

19 มิถุนายน 2563/ 60 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

สถานการณ์
โควิด-19