“ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต” ก้าวแรกสู่ความเสมอภาคของกลุ่ม LGBT

งานด้านกฎหมาย, 24 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต พร้อมกับการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรับรองสิทธิ์ในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิตได้
  • สาระสำคัญของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต คือ จะช่วยให้กลุ่ม LGBT สามารถจดทะเบียน และหย่าร้างกับคู่ชีวิต และสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางครอบครัวได้เช่นเดียวกับคู่สมรส เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศ และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน

สังคมในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งทางเทคโนโลยี และวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เกิดความหลากหลายทางเพศ และมีการยอมรับจากสังคมไทยมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต หลายคนกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองว่าเป็น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ ที่เรียกกันสั้น ๆ ว่ากลุ่ม LGBT และกลุ่มคนเหล่านี้ ก็ใช้ชีวิตร่วมกันเฉกเช่นเดียวกับครอบครัวโดยทั่วไป แต่เนื่องด้วยสถานภาพของคู่ชีวิตดังกล่าว ไม่มีกฎหมายรับรอง จึงมักจะเกิดประเด็นคู่รักเพศเดียวกันถูกปฏิเสธ ไม่ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนสมรสได้ เป็นที่มาของการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งขัดต่อหลักการปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948

รัฐบาลช่วงปี พ.ศ. 2556 พยายามผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิตเป็นร่างแรกขึ้น แต่พบว่าให้สิทธิ์ความเท่าเทียมแตกต่างจากกฎหมายคู่สมรสมาก จึงไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้ร่าง พ.ร.บ. นี้ตกไป จนมาถึงช่วงสมัยรัฐบาล คสช. จึงได้ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตขึ้นมาอีกฉบับที่บัญญัติการจดทะเบียนสำหรับบุคคลเพศเดียวกันขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น และขั้นตอนพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ครม. ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ พร้อมกับแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรับรองสิทธิ์ในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิตได้ โดยมีสาระของ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ดังนี้

  • คู่ชีวิต หมายถึง บุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตาม พ.ร.บ. นี้
  • กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิพากษาคดีตาม พ.ร.บ. นี้
  • การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม มีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และทั้งสองฝ่ายมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย
  • กำหนดให้กรณีที่ผู้เยาว์จดทะเบียนคู่ชีวิต จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง หรือ ศาล รวมทั้งกำหนดให้ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อจดทะเบียนคู่ชีวิต
  • กำหนดให้คู่ชีวิตมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย เช่นเดียวกับสามีหรือภรรยา และมีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปเช่นเดียวกันกับสามีหรือภรรยา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
  • กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่ชีวิต โดยแบ่งเป็นสินส่วนตัวและสินทรัพย์ร่วมกัน
  • คู่ชีวิตสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ และคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่ง มาเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองก็ได้
  • เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามบทบัญญัติ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก
  • กำหนดให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยคู่สมรส (มาตรา 1606, 1652, 1563) ครอบครัว และบุตรบุญธรรม มาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตด้วยโดยอนุโลม

สำหรับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสาระสำคัญ ดังนี้

  • กำหนดให้ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมี “คู่สมรส” หรือ “คู่ชีวิต” อยู่ไม่ได้
  • กำหนดให้เหตุฟ้องหย่า รวมถึงกรณีสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉัน “คู่ชีวิต”
  • กำหนดให้สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพในกรณีหย่าหมดไป ถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ หรือจดทะเบียนคู่ชีวิต

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบให้กระทรวงยุติธรรมประเมินว่ากฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ รวมทั้งให้ศึกษาผลกระทบและแนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของคู่ชีวิตให้มีความเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สอดคล้องกับปัจจุบันอย่างแท้จริง

“ร่าง พ.ร.บ คู่ชีวิต จึงถือเป็นก้าวแรก และเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย ในการส่งเสริมความเสมอภาคเท่าเทียมของคนทุกเพศ เป็นการรับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิต และเป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวได้เช่นเดียวกับคู่สมรส ครอบคลุมการจดทะเบียนและการเลิกการเป็นคู่ชีวิต สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่ชีวิต การจัดการทรัพย์สิน การรับบุตรบุญธรรมและมรดก เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศและสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน”  นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

แม้จะยังคงมีข้อวิจารณ์ว่า พ.ร.บ. คู่ชีวิต ยังไม่เท่าเทียมกับ พ.ร.บ. คู่สมรส รวมทั้งไม่ครอบคลุมการเข้าถึงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์บางประการของคู่ชีวิต เช่น การลดหย่อนภาษีของคู่สมรสในทันที แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่สำคัญ โดยในอนาคตอาจจะมีการเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพสังคมมากที่สุดได้ตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ โดยหลังจากนี้ไป พ.ร.บ. คู่ชีวิตนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาให้ข้อเสนอแนะจากทางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อผ่านก็จะส่งต่อไปสู่วุฒิสภาเพื่อพิจารณาขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ จึงจะนำมาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

24 กรกฎาคม 2563/ 12 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

5 พฤษภาคม 2563/ 119 Views/ เวลาอ่าน 13 นาที

28 พฤษภาคม 2563/ 135 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

19 เมษายน 2563/ 101 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

22 เมษายน 2563/ 283 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

30 กรกฎาคม 2563/ 28 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 100 Views/ เวลาอ่าน 14 นาที