“ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต”
ก้าวแรกสู่ความเสมอภาคของกลุ่ม LGBT

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต พร้อมกับการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรับรองสิทธิ์ในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิตได้
  • สาระสำคัญของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต คือ จะช่วยให้กลุ่ม LGBT สามารถจดทะเบียน และหย่าร้างกับคู่ชีวิต และสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ทางครอบครัวได้เช่นเดียวกับคู่สมรส เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศ และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน

สังคมในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งทางเทคโนโลยี และวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เกิดความหลากหลายทางเพศ และมีการยอมรับจากสังคมไทยมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต หลายคนกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองว่าเป็น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ ที่เรียกกันสั้น ว่ากลุ่ม LGBT และกลุ่มคนเหล่านี้ ก็ใช้ชีวิตร่วมกันเฉกเช่นเดียวกับครอบครัวโดยทั่วไป แต่เนื่องด้วยสถานภาพของคู่ชีวิตดังกล่าว ไม่มีกฎหมายรับรอง จึงมักจะเกิดประเด็นคู่รักเพศเดียวกันถูกปฏิเสธ ไม่ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนสมรสได้ ซึ่งขัดต่อหลักการปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948 เป็นที่มาของการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

รัฐบาลช่วงปี พ.ศ. 2556 พยายามผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิตเป็นร่างแรกขึ้น แต่พบว่าให้สิทธิ์ความเท่าเทียมแตกต่างจากกฎหมายคู่สมรสมาก จึงไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้ร่าง พ.ร.บ. นี้ตกไป จนมาถึงช่วงสมัยรัฐบาล คสช. จึงได้ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตขึ้นมาอีกฉบับที่บัญญัติการจดทะเบียนสำหรับบุคคลเพศเดียวกันขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น และขั้นตอนพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ครม. ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ พร้อมกับแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรับรองสิทธิ์ในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิตได้ ​ โดยมีสาระของ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ดังนี้

  • คู่ชีวิต หมายถึง บุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตาม พ.ร.บ. นี้
  • กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิพากษาคดีตาม พ.ร.บ. นี้
  • การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม มีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และทั้งสองฝ่ายมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย
  • กำหนดให้กรณีที่ผู้เยาว์จดทะเบียนคู่ชีวิต จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง หรือ ศาล รวมทั้งกำหนดให้ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อจดทะเบียนคู่ชีวิต
  • กำหนดให้คู่ชีวิตมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย เช่นเดียวกับสามีหรือภรรยา และมีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปเช่นเดียวกันกับสามีหรือภรรยา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
  • กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่ชีวิต โดยแบ่งเป็นสินส่วนตัวและสินทรัพย์ร่วมกัน
  • คู่ชีวิตสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ และคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่ง มาเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองก็ได้
  • เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามบทบัญญัติ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก
  • กำหนดให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยคู่สมรส (มาตรา 1606, 1652, 1563) ครอบครัว และบุตรบุญธรรม มาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตด้วยโดยอนุโลม

สำหรับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสาระสำคัญ ดังนี้

  • กำหนดให้ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมี “คู่สมรส” หรือ “คู่ชีวิต” อยู่ไม่ได้
  • กำหนดให้เหตุฟ้องหย่า รวมถึงกรณีสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉัน “คู่ชีวิต”
  • กำหนดให้สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพในกรณีหย่าหมดไป ถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ หรือจดทะเบียนคู่ชีวิต

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบให้กระทรวงยุติธรรมประเมินว่า กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ รวมทั้งให้ศึกษาผลกระทบและแนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของคู่ชีวิตให้มีความเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สอดคล้องกับปัจจุบันอย่างแท้จริง

“ร่าง พ.ร.คู่ชีวิต จึงถือเป็นก้าวแรก และเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย ในการส่งเสริมความเสมอภาคเท่าเทียมของคนทุกเพศ เป็นการรับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของคู่รักที่มีเพศเดียวกันให้เป็นคู่ชีวิต และเป็นเครื่องมือทางกฎหมาย ในการจัดการกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวได้เช่นเดียวกับคู่สมรส ครอบคลุมการจดทะเบียนและการเลิกการเป็นคู่ชีวิต สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่ชีวิต การจัดการทรัพย์สิน การรับบุตรบุญธรรมและมรดก เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศ และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน” นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

แม้จะยังคงมีข้อวิจารณ์ว่า พ.ร.บ. คู่ชีวิต ยังไม่เท่าเทียมกับ พ.ร.บ. คู่สมรส รวมทั้งไม่ครอบคลุมการเข้าถึงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์บางประการของคู่ชีวิต เช่น การลดหย่อนภาษีของคู่สมรสในทันที แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่สำคัญ โดยในอนาคตอาจจะมีการเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพสังคมมากที่สุดได้ตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ โดยหลังจากนี้ไป พ.ร.บ. คู่ชีวิตนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาให้ข้อเสนอแนะจากทางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อผ่านก็จะส่งต่อไปสู่วุฒิสภาเพื่อพิจารณาขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ จึงจะนำมาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *