“จีน” ปลดล็อคเปิดด่านนำเข้าผลไม้จากไทย หลังโควิด-19 คลี่คลาย

พร้อมรับมือโควิด-19, เรื่องน่ารู้, 17 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • เกษตรกรไทยต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้ลงนามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรค และตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่ 3 ระหว่างไทยกับจีน
  • คาดว่า ไทยและจีนจะร่วมลงนามในพิธีสารฯ ฉบับนี้อย่างเป็นทางการ หลังจากผ่านช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ในขณะนี้ ทางการจีนได้อนุโลมให้ไทยเริ่มทำการขนส่งผลไม้ได้ตามข้อตกลงใหม่นี้ได้แล้ว นับเป็นข่าวดีของเกษตรกรไทยที่จะมีช่องทางสำหรับส่งออกผลไม้ได้อีกครั้ง

สาระสำคัญของพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรค และตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่ 3 ระหว่างไทยกับจีน  ได้ระบุให้ฝ่ายจีนเพิ่มด่านนำเข้าผลไม้จากไทย และอนุญาตให้ฝ่ายไทยใช้เส้นทางด่านมุกดาหารเข้าสู่จีนตอนใต้ บริเวณด่านโหย่วอวี้กว่าน เมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง (เส้นทาง R9) เพื่อแก้ปัญหาการขนส่ง และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกของไทย โดยมีมาตรการตรวจเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกผลไม้ไปขายยังประเทศจีนคิดเป็นมูลค่านับหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง ฯลฯ แต่เมื่อโลกเผชิญวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด จนต้องออกมาตรการปิดเมือง คุมเข้มการขนส่งสินค้าเข้าออกกันแทบทุกประเทศ เศรษฐกิจการค้าหยุดชะงัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ของไทย เนื่องจากถึงเวลาต้องเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล แต่แทบจะไม่มีคำสั่งซื้อ ขณะที่ด่านนำเข้าของจีนเองก็ได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส ทำให้เกิดปัญหาติดค้างที่หน้าด่าน สร้างความเสียหายต่อผลไม้ไทยจำนวนมาก

หลังจากวิกฤติเริ่มคลี่คลายลง รัฐบาลไทยจึงได้เร่งเจรจาขอให้เปิดด่าน และเพิ่มด่านที่จะนำเข้าผลไม้เข้าให้เร็วที่สุด จนทางการจีนยอมตกลงเปิดด่าน โดยจะมีการลงนามในพิธีสารฯ ฉบับใหม่ที่ว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยกับจีน โดยเนื้อหาปรับจากพิธีสารฯ ที่ไทยและจีนได้เคยลงนามมาแล้วเมื่อปี 2552 และ 2554 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ลงนามไป เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563

สาระสำคัญของพิธีสารฯ 6 ข้อ มีดังนี้

  1. ผลไม้ที่นำเข้าและส่งออกของทั้งสองฝ่ายจะต้องเป็นผลไม้ที่ได้รับอนุญาตระหว่างกันโดยจะต้องจัดส่งข้อมูลทะเบียนรายชื่อสวนและโรงคัดบรรจุ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนของแต่ละฝ่าย
  2. ผลไม้ต้องได้รับการบรรจุในผลิตภัณฑ์ใหม่สะอาดและอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์หรือตู้ควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง
  3. ก่อนการส่งออกต้องมีการสุ่มเก็บตัวอย่างของผลไม้เพื่อตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยเมื่อสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
  4. ห้ามมิให้มีการเปิดตู้ผลไม้ระหว่างการขนส่งผ่านประเทศที่สาม
  5. ด่านนำเข้าและส่งออกของจีน : โหย่วอี้กว่าน โม่หาน ด่านตงซิง สถานีรถไฟผิงเสียง
  6. ด่านนำเข้าและส่งออกของไทย : เชียงของ มุกดาหาร นครพนม บ้านผักกาด บึงกาฬ

พิธีสารฯ ที่ไทยจะลงนามใหม่กับจีนนี้ ได้ระบุให้ฝ่ายจีนเพิ่มด่านนำเข้าผลไม้จากไทย และอนุญาตให้ฝ่ายไทยใช้เส้นทางที่สะดวกเพื่อย่นระยะเวลาในการขนส่ง และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกของไทย

โดยจะเปิดทางให้ผลไม้ไทยส่งออกไปจีนผ่านเส้นทางจากด่านจังหวัดมุกดาหาร ผ่าน สปป.ลาว และเวียดนาม เข้าสู่จีนทางตอนใต้ ที่ด่านโหย่วอวี้กว่าน เมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง (เส้นทาง R9) และกำหนดเส้นทางขนส่งทางทางด่านเชียงของ สู่ด่านโม่หาน มณฑลอยู่นานทางตะวันตกของจีน (เส้นทาง R3) ซึ่งล้วนเป็นเส้นทางสำคัญในการค้าผลไม้ระหว่างไทยกับจีน โดยไทยส่งออกผลไม้ไปยังจีนผ่านด่านโหย่วอี้กว่าน ในปริมาณและมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2559 จาก 52,005 ตัน มูลค่า 1,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 580,764 ตัน มูลค่า 28,220 ล้านบาท ในปี 2562

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการลงนามในพิธีสารฯ อย่างเป็นทางการ หลังจากผ่านช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ในขณะนี้ ทางการจีนได้อนุโลมให้ไทยเริ่มทำการขนส่งผลไม้ได้ตามข้อตกลงใหม่นี้ได้แล้ว  นับเป็นข่าวดีของเกษตรกรไทยที่จะมีช่องทางสำหรับส่งออกผลไม้ได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ เพื่อสร้างศักยภาพในการส่งออกสินค้าและผลิตผลของไทยเพิ่มเติมและสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้เน้นย้ำระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ว่า ไทยจะต้องเร่งสนับสนุนการค้าตรงด่านชายแดน และเพิ่มการค้าระหว่างไทยกับประเทศในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ได้แก่กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป


หมายเหตุ คำว่า พิธีสาร (Protocol) หมายถึง ความตกลงระหว่างประเทศซึ่งมีลักษณะเป็นทางการน้อยกว่าสนธิสัญญาและอนุสัญญา ทั้งนี้ โดยมากเป็นพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญา หรืออนุสัญญา หรือพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมสนธิสัญญาหรืออนุสัญญา

17 กรกฎาคม 2563/ 20 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

4 กรกฎาคม 2563/ 18 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

14 เมษายน 2563/ 81 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

27 มีนาคม 2563/ 100 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

15 พฤษภาคม 2563/ 125 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 32 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

10 กรกฎาคม 2563/ 25 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 6 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

30 มิถุนายน 2563/ 129 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

28 เมษายน 2563/ 85 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

สถานการณ์
โควิด-19